Showing posts with label [LFY] I Know Nothing Else But Love. Show all posts
Showing posts with label [LFY] I Know Nothing Else But Love. Show all posts

Wednesday, March 17, 2010

[LFY] I Know Nothing Else But Love {Special-NC}

Title :: I know nothing else but love
Author :: zime_ii
Paring :: GD x VI



ตอนพิเศษ Special NC-1x




ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ
เสียงหัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงดังก้องไปทั่ว หากแต่ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นเสียงหัวใจของใคร

.....ของอีซึงริ หรือของควอนจียง....

นัยน์ตาสีน้ำตาลสว่างจ้องลึกไปที่คู่ตาสวยสีไม่ต่างกันด้วยความรัก จูบที่เพิ่งผละออกมาเมื่อครู่ ยังคงให้ความร้อนแรงกับเค้าได้เป็นอย่างดี ริมฝีปากแดงเจ่อของร่างบางเผลอขึ้นเล็กน้อย ยิ่งชวนให้เค้าอยากกลับไปลิ้มรสอีก

จียงคลี่ยิ้มบางก่อนค่อยๆ ยกร่างเล็กที่ตัวเองนอนทับอยู่ในแนวขวางของเตียงให้ลุกขึ้นนั่ง

การมาฮันนีมูนด้วยกันครั้งนี้ ทำให้เค้ามีความสุขมากกว่าสิ่งอื่นใด จียงไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีความสุขได้ถึงขนาดนี้ ร่างโปร่งจัดท่าทางนั่งของตัวเองให้อยู่ในท่าขัดสมาธิ แล้วหันหน้าเข้าหาร่างบางที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงท่านั่งให้อยู่ในท่าเดียวกัน

“ พี่จียงไม่หนาวหรอฮะ ” เสียงเล็กเอ่ยถาม พลางลูบแขนตัวเองไปมา .....นี่ขนาดซึงริใส่เสื้อยืดอยู่ด้วยนะ ยังหนาวเลย พี่จียงไม่ใส่เสื้อ ใส่แต่บ็อกเซอร์อย่างนั้น ไม่หนาวบ้างรึไง...

“ อยู่กับนาย เครื่องพี่ร้อนตลอดเวลาแหละ.... ”

“ บ้า! ” อุทานออกมาอย่างตกใจ เพราะคำตอบที่เล่นเอาขนลุกไปทั้งตัว พี่จียงของซึงริคว้าเอาคู่มือบางไปกุมไว้ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปลิ้มรสหวานที่ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างดูดดื่มอีกครั้ง หวานจนไม่อยากจะผละออกไปไหน มือหนาค่อยๆ เลื่อนจากมือบางแล้วประคองใบหน้าเนียนใสนั้นไว้ ไม่ต่างกันที่แขนบางก็ค่อยๆ เลื่อนไปโอบรอบคอของจียง ละขึ้นไปยังท้ายทอยที่ผมพึ่งถูกโกนออกไปนาน เรือนผมสีดำสนิทที่พึ่งจะทำสีมาใหม่ถูกมัดจุกเอาไว้เรียบๆ จียงค่อยๆ ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง

“ ร้อนจริงๆ ให้ตายสิ ”จียงแกล้งส่ายหัวอย่างไม่ค่อยพอใจ แต่ก็ยังยิ้มไม่หุบ มือหนาเอื้อมไปหยิบหมวกไหมพรหมที่หัวเตียงขึ้นมาใส่ลวกๆ ก่อนจะหันกลับมาหาร่างบางที่นั่งหน้าแดงเพราะเขินเค้าอยู่

“ พี่จียงอ่ะ ”

“ หืมม .....พี่ว่าเราหาอะไรสนุกๆทำกันเหอะ อ่า...... พี่ว่าเรามาเล่นเกมส์พูดความจริงกันดีกว่าซึงริ ”

“ เกมส์พูดความจริง ? ” ซึงริทวนคำพูดของคนตรงหน้าที่กำลังยิ้มทะเล้นอย่างสงสัย

“ อื้อ เกมส์พูดความจริง ”

คิ้วบางย่นเข้าหากันเล็กน้อย พลางคิดถึงเกมส์ที่ว่า มองใบหน้าคนรักตรงหน้าที่แสนเจ้าเล่ห์แล้วอดจะหวั่นใจไม่ได้ว่า ....ท่าทางงานนี้เค้าคงจะต้องเสียเปรียบอีกแน่ๆ เพราะตั้งแต่เค้าทั้งคู่เดินทางมาถึงที่อเมริกา ก็ไม่มีวันไหนสักวันเลยที่ซึงริจะไม่เสียเปรียบคนตรงหน้านี้

“ ไม่เอาอ่ะ ซึงริไม่ไว้ใจพี่จียง ”

“ ฮึ้ย ได้ไง ไม่เอาอ่ะซึงริ เล่นกันเถอะ ”

“ พี่จียงบอกมาก่อน ว่าพี่คิดอะไรอยู่ ”

“ งื้อ ป่าวนะ พี่ไม่ได้คิดไรเลย อะไรอ่า ทำไมซึงริเห็นพี่เป็นคนแบบนี้เนี่ย ” ร่างโปร่งดึงคู่มือบางมากุมไว้ แล้วทำปากยู่เหมือนกำลังน้อยใจ

“ น้า เกมส์นึงเอง นะครับที่รัก ” พยายามทำหน้าตาน่ารักออดอ้อนร่างบางตรงหน้าสุดชีวิต จนซึงริต้องยอมจนได้

......ให้มันได้อย่างนี้สิน้า พี่จียงนะพี่ ทำไมซึงริต้องเป็นแบบนี้ทุกทีเลย......

“ งั้นก็ ถามมาสิฮะ ” ในเมื่อปฏิเสธไม่ได้ ร่างบางก็จำใจต้องเออออห่อหมกไปกับคนตรงหน้า อากาศเย็นของค่ำคืนกลางเมืองนิวยอร์ค ที่แม้แต่เครื่องฮีทเตอร์ในห้องยังช่วยบรรเทาไม่ได้มาก ซึงริเลยหันไปหาผ้าห่มผืนบางมาคลุมไหล่ตัวเองไว้ ก่อนจะชันเข่าขึ้นกอด

“ ซึงริเริ่มชอบพี่ตั้งแต่เมื่อไหร่....? ” มือบางชะงักเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำถามนั้น ซึงริสูดลมหายใจเข้าปอดลึก แล้วสบตาคนตรงหน้าอย่างจริงจัง ปากบางยิ้มหวานเอ่ยถามกติกากับคนตรงหน้า

“ เกมส์นี้โกหกไม่ได้ใช่มั้ยฮะ... ”

“ ถ้านายโกหกอีก พี่ลงโทษนายสาหัสแน่.. ”

“ คิกคิก งั้นหรอฮะ ”

“ งั้นถ้า ซึงริอยากได้บทลงโทษ ซึงริก็ต้องโกหกใช่ปะ ” เสียงหวานแกล้งแหย่จียงอย่างท้าทาย

“ซึงริ!” ร่างโปร่งตรงเข้าหาซึงริอย่างว่องไว เล่นเอาร่างบางเอามือดันแผงอกกว้างแทบไม่ทัน มือหนึ่งต้องท้าวข้างหลังกับเตียงไว้ ไม่งั้นคงได้หงายหลังลงไปนอนแน่ จียงใช่อีกมือหนึ่งประคองหลังซึงริไว้ ส่วนอีกมือก็เปลี่ยนมาเชยคางมนแทน ท่าทางของทั้งคู่ตอนนี้เลยดูหมิ่นเหม่มาก แก้มเนียนของจียงขึ้นสีแดงอ่อนๆ เพราะความใกล้กันของลมหายใจ และคำพูดท้าทายของร่างบางเมื่อครู่

“ นี่พี่จียงเขินเป็นด้วยหรอฮะ ” ซึงริเลื่อนมือที่ดันแผงอกกว้าง ขึ้นมาลูบแก้มสีแดงระเรื่อของคนรัก แล้วเอ่ยถามอย่างขันๆ หัวเราะออกมาน้อยๆ แล้วโน้มคอคนตรงหน้าเข้ามาใกล้เข้าไปจนจมูกชนกัน

สองตาสบกันอย่างหวานซึ้ง

“พี่ว่า ซึงริรับบทลงโทษเลยเถอะ ไม่ต้องเล่นเกมส์แล้ว ” จียงเอ่ยออกมาอย่างขัดใจ

“ ไม่เอาอ่ะ ซึงริเปลี่ยนใจละ ซึงริอยากเล่นมากกว่าแล้ว พี่จียงไปนั่งดีดีก่อนเถอะฮะ ” จียงจิ๊ปากอย่างอารมณ์เสีย แล้วกดจมูกลงบนแก้มขาวเนียน

“ แต่พี่ทนไม่ไหวแล้วอ่ะ..... ”

“ ฮิ ก็พี่จียงอยากเล่นเกมส์ไม่ใช่หรอ ”

“ ตอนนี้พี่อยากเล่นกับนายมากกว่าแล้วอ่ะ.......... ” ลมหายใจอุ่นกระซิบเข้าให้ที่ข้างหูเบาๆ มือหนาที่ซุกซนถูกย้ายตำแหน่งเข้าไปใต้เสื้อยืดสีขาวของซึงริตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ ร่างเล็กร้องเสียงหลงพรางแอ่นตัวขึ้นทันทีที่ถูกสัมผัสเย็นจากมือคนตรงหน้า

“ อ้ะ พี่จียงอ่ะ ”

“ หืมม... ” หืมมที่ข้างหูอีกครั้ง ก่อนดันร่างบางลงแนบกับเตียง แต่เป็นเพราะว่าเค้าทั้งคู่นอนอยู่ในแนวขวาง เลยทำให้กระหม่อมบางของซึงริเลยออกนอกเตียงไป จียงเลยใช้มือหนึ่งประคองศรีษะร่างบางไว้

“ พี่ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ นะ ” คู่ตาเรียวสบตาซึงริซึ้ง

“ หรอฮะ.. ” ร่างบางทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ แล้วยิ้มกวนๆ

“ ซึงริอ่า~ ”

“ ลุกขึ้นนั่งดีดีก่อนเถอะฮะ .......นะฮะ” ซึงริเอ่ยเสียงอ้อน จนจียงต้องยอมจนได้ เค้าลุกขึ้นนั่ง ในขณะที่ซึงริเองก็ลุกขึ้นนั่งตาม และเป็นเพราะกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเล็กที่ร่างบางใส่อยู่ทำให้จียงเหลือบไปเห็นรอยแดงๆ ที่ต้นขาอ่อนนั้นเข้าให้

“ ซึงริโดนอะไรกัดมาอ่ะ ” ขาขาวถูกมือหนาจับแยกออกเพื่อดูรอยแดงๆ ด้านในของต้นขาทันที จียงลูบเบาๆ ที่รอยแดงนั้น แล้วต่อว่าซึงริ

“ ปล่อยให้อะไรมากัดแบบนี้ได้ไง หือ ” จียงยังลูบรอยแดงนั้นไปมา โดยที่ไม่ได้เงยหน้าดูซึงริเลยว่า ตอนนี้ซึงริเกร็งไปถึงไหนๆ แล้ว

“ ........ ” ร่างบางเงียบ ไม่ได้ตอบอะไรออกไป เพราะสัมผัสเย็นที่ใกล้กับจุดอ่อนไหวทำเอาหัวใจเค้าเร่งการทำงาน จนอยากจะหยุดหายใจ ใจหนึ่งก็อยากจะบอกออกไปว่าคนตรงหน้าทำอย่างนั้นได้ยังไง รู้มั้ยว่ามันล่อแหลมต่ออารมณ์ของเค้ามาก แต่อีกใจก็กลับรู้สึกดีแปลกๆ

เมื่อไม่ได้คำตอบ จียงเลยเงยหน้ามองน้อง และเค้าก็ได้เห็นกับใบหน้าสีแดงเนียนที่ไม่ได้ซ่อนความรู้สึกได้เลย ริมฝีปากหนาหัวเราะออกมาน้อยๆ อย่างรู้ทัน

“ พี่ว่า.....พี่เอาพิษออกให้ดีกว่า ”

“ อ้ะ...พี่จียงอย่า ”

ถึงจะเอ่ยปากห้าม แต่ก็ไม่ทำอะไรไม่ได้ เพราะสัมผัสเปียกๆ กดลงบนผิวขาวเนียนของต้นขาอ่อนอย่างรวดเร็ว มือหนามือหนึ่งจับขาของซึงริไว้ไม่ให้ขยับหนีไปไหน ส่วนอีกมือก็รู้งานเป็นอย่างดี เป็นอัติโนมัติอย่างไวที่จะเลื่อนเข้าไปใต้บ้อกเซอร์ตัวบางนั่น

ไม่นานรอยแดงๆ ก็ปรากฏชัดขึ้นยิ่งกว่าเก่า จียงผละริมฝีปากออก แล้วเงยหน้ามองซึงริอีกครั้ง

“ ซึงริว่า...มันยิ่งดูน่ากลัวกว่าเก่าอีก อ้ะ พี่จียง อย่าจับตรงนั้นสิ ” เพราะอีกมือที่ยังเล่นซุกซนอยู่ใต้บ็อกเซอร์ เลยทำให้ซึงริต้องร้องห้ามเบาๆ เพราะความเสียว

“ ไม่ชอบหรอ... ”
“ ไม่ใช่ไม่ชอบ..แต่ว่า ”

“ แต่ว่าอะไร หืมม ”

“ ....ก็มันตื่นเต้นนี่นา ”

“ ฮ่ะๆ ป่านนี้แล้ว ยังตื่นเต้นอีกหรอ ”

“ ก็... ” เพราะความขัดเขินในกิจกรรมที่จียงทำให้ซึงริอยู่ เลยทำให้เค้าพูดออกมาอย่างลำบาก จียงเห็นอย่างนั้น เลยไม่รอช้า กดริมฝีปากไปที่ ปลายสุดของแกนกลางซึงริอย่างไว ถึงจะมีผ้าบางๆ กั้นผ่านอยู่อีกชั้น แต่มันก็เรียกให้อวัยวะตรงนั้นตื่นตัวได้อย่างรวดเร็ว

“ จะทำยังไงดีน้า....ที่จะไม่ให้ซึงริของพี่ตื่นเต้นแบบนี้ ”

“ พี่จียงอ่า ไม่เอาแล้ว ซึงริไม่เล่นแล้ว ”

ซึงริดึงขาตัวเองออกมา แล้วรีบหนีคนตรงหน้า เข้ามาอยู่ในผ้าห่ม แล้วคลุมโปงทันที มือบางกุมที่หน้าอกตัวเองอย่างพยายามควบคุมสติ

.......อ้ากก ให้ตายสิ พี่จียง เห้อ พี่ไม่น่ามาด้วยเลยอ่ะ โอ้ยยย ซึงริไม่ไหวแล้วอ่ะ .....

พยายามข่มใจ แล้วนอนขดตัวงออย่างกลั้นอารมณ์สุดฤทธิ์

จียงมองคนรักตัวเองที่ยังคงทำพฤติกรรมแบบเด็กๆ กับเค้าเสมอทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน แล้วส่ายหัวไปมา

.......ไม่เห็นจะต้องทนอย่างนั้นเลย ก็แค่ปลดปล่อยออกมามันจะยากอะไร.....

“ ซึงริ~~ ”จียงลากเสียงยาวๆ แล้วดึงผ้าห่มผืนอุ่นออก ร่างโปร่งย้ายตัวเองไปนอนตะแคงข้างหน้าซึงริที่นอนขดตัวอยู่

“ อย่าแกล้งพี่สิ ”

“ ใครแกล้งพี่ พี่นั่นแหละ แกล้งซึงริอ่ะ ”

“ ฮ่ะๆ พี่ไปแกล้งซึงริตอนไหน ”

ซึงริมองคนข้างๆ ด้วยหัวใจที่ยังเต้นโครมคราม ข้างในลึกๆ ยังไม่อยากจะเชื่อ ว่าตอนนี้ คนที่ชื่อควอนจียง จะเป็นของอีซึงริจริงๆ ไม่ใช่อีซึงฮยอนอีกแล้ว

“ พี่จียง.....ไม่อยากรู้คำตอบที่พี่ถามแล้วหรอฮะ ”

“ หืมม อยากรู้สิ ไหนลองตอบมาสิ ”

“ ซึงริชอบพี่.....ตั้งแต่ที่รู้ว่าพี่รักซึงฮยอนมากแค่ไหน ไม่สิ มันคงเป็นคนรู้สึกสงสารมากกว่า แต่มันเปลี่ยนเป็นรักตอนไหนซึงริก็ไม่รู้ ”

“ สงสารงั้นหรอ ” จียงเอ่ยถามแล้วค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้น้องเรื่อยๆ แขนยาวยืดออก แล้วเปลี่ยนท่าทางให้ร่างบางนอนทับแขนของตัวเองแทน ก่อนจะขยับร่างกายให้ชิดกันมากขึ้น

“ ฮะ.....ซึงริเห็นตาพี่เศร้ามากเลย บางครั้งตอนนี้ ซึงริยังอดคิดไม่ได้เลย ว่าตอนนี้พี่จียงรักซึงริได้เท่ากับที่รักซึงฮยอนรึยัง ”

“ หืมม ทำไมซึงริชอบคิดอย่างนี้น้า ”

“ ก็มันน่าคิดนี่นา ซึงริกับซึงฮยอนหน้าตาเหมือนกันนี่ฮะ ใครจะรู้ว่าพี่อาจจะแคร์แค่นั้นก็ได้ ”

“ เอ๋ พี่ว่าเราคุยกันเรื่องนี้รู้เรื่องแล้วน้า ”

“ ก็ซึงริ... ”

“ จะให้พี่ย้ำกับนายอีกสักกี่ล้านรอบก็ได้ .......เชื่อใจพี่สิซึงริ ”

“ .........แต่ว่า ”

“ พี่รักนาย ควอนจียงรักอีซึงริ รัก รักมากที่สุด รัก รักจนยอมให้ได้ทุกอย่าง รัก รักมาก รัก รักจริงๆ ”

“ พี่จียงอ่า ”

“ ห้ามคิดอย่างนั้นอีกรู้มั้ย หืม ”

หลังจากที่พูดจบ จียงก็พลิกตัวขึ้นมองหน้าร่างบาง ก่อนจะประทับริมฝีปากของตัวเองเข้าหาซึงริ และเริ่มจูบร้อนแรงอีกครั้งอย่างช้าๆ ลิ้นหนาสอดเข้าไปในโพรงปากบางอย่างง่ายดาย กวาดต้อนทุกอณูความหวานทุกซอกทุกมุม ลิ้นบางก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดี ซุกซนเล่นอยู่ในปากของพี่ชายอย่างสนุก มือบางเลื่อนไปตามไหปลาร้าของจียง ก่อนจะย้ายไปโอบรอบคอของพี่ชาย การแลกลมหายใจของเค้าทั้งคู่ผ่านไปเนิ่นนาน จนกระทั่งจียงต้องผละออกจนได้

“ จูบเก่งขึ้นนะเรา เดี๋ยวนี้ ไม่ต้องพักหายใจแล้วหรอ ”

“ พี่จียงอ่า ” ปากแดงช้ำเอ่ยออกมาอย่างเขินๆ มือบางทุบเข้าที่บ่าของจียงเบาๆ

“ พี่จียงอ่า พี่จียงอ่า เวลาเขินซึงริพูดเป็นแค่คำนี้คำเดียวรึไง ”

“ พี่จียงอ่ะ ”

“ ฮ่าๆๆๆๆ ที่รักของพี่น่ารักที่สุดเลยอ่ะ พี่ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ แบบนี้มันต้องโดนลงโทษหนักๆ ”

“ พี่จียงเองก็เหมือนกันแหละ เอะอะ เอะอะ ก็ลงโทษ ลงโทษ เห็นซึงริเป็นอะไรกัน ” ซึงริพูดเสียงบึ้งๆ เล็กน้อย ในขณะที่จียงเองกำลังเปลี่ยนท่าทางมาคล่อมรางบางเอาไว้ ซึงริได้แต่นอนมองคนตรงหน้า แล้วเอานิ้วเกี่ยวขอบบ็อกเซอร์จียงไปมา

“ ก็มันช่วยไม่ได้นี่นา ซึงริอยากเกิดมาเป็นคนรักของพี่ทำไม ”

“ ซึงริไม่ได้อยากเกิดมาเป็นอย่างนี้สักหน่อย ”

“ หือว่าไงนะ ” จียงทำตาดุๆ เล็กน้อยทันทีที่ได้ยินคำพูดของน้อง ก่อนจะประทับจูบเข้าที่ซอกคอขาว ซึงริเอนคอไปอีกทางเพื่อความสะดวกของคนตรงหน้า

“ ซึงริไม่ได้อยากเกิดมาเป็นอย่างนี้งั้นหรอ...หืมม ” กระซิบเข้าที่ข้างหู แล้วเม้มเบาๆ ที่ติ่งหู อย่างหยั่งเชิง ลิ้นหนาละลากลงมาตามซอกคอ แล้วหยุดอยู่แค่นั้น

“ อะ..อื้อ ใครบอกว่าซึงริอยากเกิดมาเป็นคนรักของพี่กัน ” ร่างบางแอ่นตัวขึ้นเล็กน้อยเพราะอารมณ์ที่เริ่มก่อตัวขึ้นจากการกระทำของจียงเมื่อครู่ แต่ปากก็ยังคงท้าทายคนตรงหน้าต่อไปไม่เลิก

“ พูดอีกทีสิ ไม่ต้องการงั้นหรอ.. ” ละริมฝีปากหนาขึ้นไปยังซอกคอขาวเนียนอีกด้าน แล้วเลื่อนขึ้นไปกระซิบเข้าที่หูอีกข้าง เล่นเอามือบางต้องจิกเข้าที่ไหล่ของจียงเบาๆ

“ มะ..อ้ะ...ไม่..ซึงริไม่เคยต้องการเลย อ่ะ พี่จียงอ่า~ ” ผิดต่างกันโดยสิ้นเชิงกับคำพูดและการกระทำ มือบางลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังกว้างอย่างต้องการ จียงผละจากซอกคอขาวแล้วสบตาซึงริด้วยความรัก นัยน์ตาเต็มไปด้วยความสุข

“ ซึงริของพี่ โกหกไม่เนียนเลยนะ ”

“ พี่ก็รู้นี่ฮะ ว่าซึงริแค่โกหก ........ที่จริงแล้วซึงริแค่อยากท้าทายพี่เล่นเท่านั้นแหละ ”

“ อยากรับบทลงโทษขนาดนั้นเลยหรอ ไม่ตื่นเต้นแล้วหรอ ”

“ ป่าวสักหน่อย ซึงริบอกไปแล้วนี่ฮะ ว่าซึงริไม่เคยต้องการเลย... ”

ไม่รู้เอาความกล้ามาจากไหน ร่างบางถึงได้ลืมความตื่นเต้นของตัวเองที่มีตั้งแต่แรกไปจนได้ จบคำพูดที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มสเน่ห์ ริมฝีปากอวบอิ่มก็ถูกครอบครองอีกครั้ง ร้อนและแรงมากกว่าเดิม ไม่นานเสื้อผ้าที่ติดตามตัวอยู่ก็หายไปหมดจากการช่วยกันของทั้งคู่

มือหนาค่อยๆ จับขาบางข้างหนึ่งแยกออก แล้วไล่มือไปตามต้นขาขาวเนียนนั่น จนกระทั่งถึงจุดหมายที่สำคัญ โดยที่ไม่ได้หยุดการแลกลิ้นข้างบนเลย ซึงริเองมือไม้ก็ไม่ได้อยู่สุข มือบางเองก็พยายามย้ายไปหาแกนกลางของร่างกายพี่ชายเหมือนกัน

ต่างฝ่ายต่างประเล้าประโลมกันอย่างอ่อนโยน....

ผ่านไปนาน จนแต่ละฝ่ายแข่งกันแสดงความต้องการออกมาเต็มที่ ซึงริหันหน้าหนีผละจูบที่เร่าร้อนออก แล้วหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้า

“ พี่..จียง... ”

“ หืมม ” อาการไม่ได้ต่างกันสักนิดกับจียง เหงื่อยเม็ดเล็กๆ เริ่มเกาะตามหน้าผากของจียง มือหนาดึงหมวกไหมออก แล้วตามไปประกบปากกับร่างบางต่อ

“ ซึงริ...ไม่ไหวแล้ว ” ลมหายใจร้อนเอ่ยรดกันไปมา จียงยิ้มออกมาบางๆ ก่อนแยกขาอีกข้างของซึงริออก จดจ่อปลายสุดของแกนกาย ร่างบางยกตัวขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้สิ่งอำนวยความสุขเข้าไปอยู่ในร่างกายของตัวเองช้าๆ จนสุดทาง จียงเอนตัวลงทาบร่างบางแล้ว เริ่มใส่จังหวะเข้าออก

“ อ้ะ พี่ ...อ้ะ พี่จียง... ”

“ แน่นมากเลยอ่ะ...อ่า...ซึงริ ”

“ อือ...อื้อ ....พี่..อ้ะ... ”

เสียงครางและเสียงหายใจดังก้องให้ทั่วห้อง ประสานกับเสียงกระแทกกันของผิวเนื้อ ถ้าจะเปรียบเทียบ ก็คงจะเหมือนบทเพลงรักที่ทั้งสองพึงและพอใจบรรเลงมันขึ้นมา ความคับแน่น และอุ่นร้อนของช่องทางแคบทำให้จียงยิ่งอยากจะขยับการกระแทกให้เร็วขึ้น ร่างโปร่งดันตัวขึ้นแล้วยกขาของซึงริขึ้นพาดบ่า แต่หากว่าจะกลัวร่างบางตรงหน้าเจ็บเกินไป เค้าเลยยังสม่ำเสมอกับจังหวะอยู่

แต่เหมือนมองตาแล้วรู้กัน ซึงริที่กำลังจิกผ้าปูที่นอนแน่น เลยพูดออกมาด้วยเสียงแหบพร่า

“ อ่ะ...ไม่ต้องกลัวซึงริ..อื้อ..เจ็บหรอกฮะ... ”

“ แน่ใจ...หรอ...อ่า..ซึงริ ”

คำตอบที่ได้กลับมาคือการพยักหน้าน้อยๆ ของซึงริ ไม่รอช้า จียงก็เร่งจังหวะทันที ร่างบางครางไม่ได้ศัพท์จนต้องขว้าเอาผ้าห่มมากัดปากไว้ น้ำตาเล็ดน้อยๆ อยู่ที่หางตาเพราะความเจ็บ แต่ก็มีความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของคนตรงหน้า

..
..
..
..





“ อ่ะ....อ่ะ....อ้ะ..... ”


~


“ อือ...อ่า.....อ๊ะ... ”



.~
.


เมื่อปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อย จียงก็ทิ้งตัวลงทับร่างบางอย่างหมดแรง น้ำเหนียวแห่งความสุข เลอะให้ทั่วหน้าท้องของเค้า และตามที่นอนเต็มไปหมด เสียงหายใจหอบเหนื่อยยังคงดังสลับไปมาระหว่างเค้าทั้งสองคน


“ มีความสุข...ใช่มั้ยฮะ...พี่จียง ” มือบางวางมือลงบนท้ายทอยของจียงที่ซบอยู่บนหน้าอกของเค้าเบาๆ ลูบไปมาด้วยความรัก

“ มาก.....มากเลยล่ะ ”

“ ซึงริรักพี่ที่สุดเลยฮะ ”

“ แน่นอน ...พี่ก็รักเราเหมือนกัน ”


..........ENDED

[LFY] I Know Nothing Else But Love {Chap11}

Title :: I know nothing else but love
Author :: zime_ii
Paring :: GD x VI


-Chapeter 11-



“ มึงก็แค่.......รักซึงริไง ”

“ .......ไอ้ท้อป! ” ยองเบอุทานเรียกชื่อคนที่เพิ่งมาเยือนอย่างตกใจ ร่างสูงเดินตรงเข้าไป ณ จุดที่เพื่อนอีกสองคนอยู่ จากที่นอนแผ่หลาอยู่กับเตียง จียงจึงลุกขึ้นนั่งอย่างตกใจ ไม่ใช่เพียงแค่ตกใจเพราะคำพูดที่เพิ่งได้ยิน เค้ายังตกใจเพราะได้เห็นเพื่อนที่ไม่คิดว่าจะมาหาเค้าอีกต่างหาก ร่างสูงก้มหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าสบตาจียง

“ แค่รักซึงริ กูรู้ว่ามันไม่ได้ยากสำหรับมึง ”

“ แต่ซึงริไม่ใช่ซึงฮยอน ”

“ แต่ซึงริเป็นคนที่อยู่กับมึง ”

“ แล้วมึงล่ะ ” บทสนทนาถูกโต้ตอบกันไปมาอย่างฉะฉาน จนมาเจอคำถามนี้ เลยทำให้ท้อปต้องชะงักเล็กน้อย

“ .........มึงเองก็รักซึงรินี่ แล้วมึงก็เป็นคนรักเก่ากันด้วย ”

“ กูเคยบอกมึงรึเปล่า .........ถ้าเค้าไม่รักเรา ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะรั้งเค้าไว้ อย่างน้อย ปล่อยเค้าไป เค้าก็จะได้มีความสุข ”

“ .......... ” จียงเงียบ แล้วย่นคิ้วเครียด นี่เค้า.........กำลังรู้สึกยังไงกันแน่

“ กูไม่รู้ ” ร่างผอมพูดขึ้นสั่นๆ แล้วก้มมองพื้นต่ำอย่างสับสน

“ พรุ่งนี้ ซึงริจะกลับกวางจู ซึงริอาจจะกลับไปเรียนต่อที่อเมริกาก็ได้ มีเวลาไม่มากแล้วนะจียง .........ถึงเวลาที่มึงต้องถามตัวเองแล้วว่า มึงรักใครกันแน่ ไม่ใช่ซึงริหรือซึงฮยอน แต่เป็นคนที่ทำให้มึงมีความสุขได้ต่างหาก ”

“ .......... ”

“ แต่สำหรับซึงริ..........กูให้ความสุขเค้าไม่ได้ เพราะเค้าไม่ได้รักกูแล้ว.....ถ้าเกิดหลังจากที่เค้ากลับมาแล้วเค้าเจอกูก่อนมึง มันอาจจะไม่เป็นอย่างนี้ก็ได้ ” ท้อปพูดเสียงสั่นๆ ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้เพื่อน ก่อนวางมือลงที่บ่าของจียง

“ คิดดูให้ดีๆ กูไปล่ะ ” ท้อปบอกลา แล้วปรายตามองไปทางยองเบ

“ กูจะอยู่เป็นเพื่อนมันอีกแปป มึงไปที่ผับก่อนเถอะ ”


#
#
#
#


บางคนบอกว่าความรักมีคำนิยามอยู่เป็นร้อยอย่าง แต่บางคนกลับบอกว่า เราไม่สามารถที่จะหาคำจำกัดความของความรักได้ หลายคนบอกว่า รักคนที่เค้ารักเราย่อมดีกว่า รักเค้าข้างเดียว โชคชะตาจะนำพารักแท้มาให้เองเมื่อถึงเวลา ใครสักคนที่เป็นของเราย่อมยืนอยู่ที่ใดที่หนึ่งบนโลกกว้างใบนี้ หากแต่บางคนมีรักมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังต้องเสียใจอยู่ดี เป็นเพราะอะไร....คนพวกนั้นไม่ได้เจอรักแท้อย่างนั้นหรอ แต่บางครั้งความรักก็ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลเสมอไป และเพราะบางคนยึดถือกับเหตุผลมากเกินไป ความรักของพวกเค้าจึงหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย

ติ๊ด~

เสียงนาฬิกาติจิตอลในรถดังบอกเวลา จียงที่นั่งซบหน้าอยู่กับพวงมาลัยมาร่วม 4 ชั่วโมง ยกตัวขึ้น แล้วทิ้งตัวพิงกับเบาะ

........ สองทุ่มแล้วหรอเนี่ย .......

คิดในใจพลางมองเข้าไปที่บ้านชั้นเดียวหลังสวยของเพื่อน เค้าจอดรถอยู่หน้าบ้านหลังนี้มานานมากพอสมควรแล้ว ตอนนี้ไฟทั้งบ้านมืดสนิท มีเพียงห้องเดียวเท่านั้นที่เปิดไฟอยู่ ถ้าเดาไม่ผิด แน่นอนนั่นคงเป็นห้องนอนที่ซึงริอยู่ไม่ผิดแน่

จียงทิ้งลมหายใจยาว แล้วคิดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เพิ่งได้รับรู้วันนี้ ยองเบเล่าหลายๆ เรื่องให้เค้าฟัง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องในผับวันนั้น เรื่องวันที่ซึงริขึ้นร้องเพลง สาเหตุที่ทำให้ซึงริกับท้อปเลิก หรือเรื่องราวอะไรก็ตามที่จียงเข้าใจผิด ยองเบบอกกับเค้าว่า ซึงริเองก็ไม่ได้มีสภาพต่างไปจากเค้าเลย หนำซ้ำรายนั้นยังเอาแต่นอนร้องไห้จนไข้ขึ้นด้วยซะอีก พอได้ยินอย่างนั้นแล้วก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาอย่างประหลาด จนต้องลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว ขับรถมาจนถึงที่นี่จนได้ แต่จนแล้วจนเล่าก็ไม่กล้าจะเข้าไปเจอหน้าคนที่เพื่อนบอกว่านอนซมอยู่ เวลาก็เดินไปเรื่อยๆ จียงก็ได้แต่นั่งถอนหายใจทิ้งอยู่ในรถไปเรื่อยๆ เช่นกัน

........แค่ทำตามในสิ่งที่หัวใจต้องการอย่างนั้นหรอ.......

ความลังเลยังคงมีอยู่เต็มในอก คิ้วคู่หนาขมวดเข้าหากัน

.......แล้วหัวใจของเราต้องการอะไรกันแน่ล่ะ......

‘ถึงเวลาที่มึงต้องถามตัวเองแล้วว่า มึงรักใครกันแน่ ไม่ใช่ซึงริหรือซึงฮยอน แต่เป็นคนที่ทำให้มึงมีความสุขได้ต่างหาก’ คำพูดของท้อปเล่นเข้ามาได้จังหวะเหลือเกิน มือหนาเปิดประตูรถออก แล้วเดินหน้าไปอย่างมั่นใจ

.........ถูกแล้วใช่มั้ย นี่คือสิ่งที่เรากำลังต้องการใช่มั้ย........

.
.
.
.

ลูกบิดประตูถูกบิดให้เปิดออกเบาๆ ร่างโปร่งค่อยๆ เข้าไปในห้องอย่างหวั่นใจ ก่อนจะปิดประตูลงเบาๆ ดูเหมือนว่าคนที่อยู่ในห้องนี้จะกำลังอยู่ในห้วงนิทรา จียงมองร่างเล็กที่นอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยจังหวะหัวใจที่เต้นแรง เสียงหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอทำให้เค้าแน่ใจว่าซึงริกำลังหลับสนิท จึงตัดสินใจนั่งลงข้างๆ เตียงอย่างตะขัดตะขวงใจ เพราะบทสนทนาที่เค้ามีกับซึงริเมื่อหลายวันก่อน
สายตาละไปเห็น บนโต๊ะหัวนอนที่มียาหลากหลายชนิดวางอยู่ ไม่ห่างกัน ก็มีกะละมังใส่น้ำใบเล็กกับผ้าขนหนู

.....นายไม่สบายมากเลยหรอ.....

คิดในใจพลาง เอื้อมมือไปเตะที่หน้าผากคนที่กำลังหลับสนิท มือหนาชะงักเล็กน้อยเพราะความประหม่า แต่ก็ค่อยๆเตะหน้าผากบางโดยดี อุณหภูมิอุ่นๆ เป็นสิ่งสัมผัสได้ เค้าจึงเอื้อมเอาผ้าชุบน้ำ แล้วมาหันมาเช็ดหน้าคนตัวเล็ก

ซึงริขยับตัวเล็กน้อย เพราะสัมผัสเย็นจากผ้าขนหนู ใบหน้าเนียนขาวส่ายไปมาเหมือนอาการเพ้อของคนเป็นไข้ จียงได้แต่มองดูด้วยใจที่ยังคงเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ

.......แปลกจัง ทำไมฉันถึงได้รู้สึกคิดถึงนายได้ขนาดนี้นะ ทำไมเห็นหน้านายแล้วถึงได้รู้สึกหายใจติดขัดขนาดนี้ .....

“ พี่จียง..... ” มือหนาหยุดกึกทันที ที่ได้ยินชื่อตัวเองจากปากของคนที่หลับอยู่ ก้อนเนื้อสีแดงที่หน้าอกเริ่มทำงานหนักขึ้นเฉกเช่นจะระเบิดออกมา เหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้ จียงวางผ้าขนหนูกลับที่เดิม แล้วค่อยๆ ลูบแก้มเนียนใสนั้นช้าๆ

น้ำใสๆ ค่อยๆ ไหลออกมาจากหางตาของร่างบาง มือหนาทำอะไรไม่ถูกทันทีเมื่อเห็นอย่างนั้น แต่เค้าก็ค่อยๆ เลื่อนมือไปเช็ดหยดน้ำตานั้นออก

.......ร้องไห้ทำไมกันนะ นายฝันร้ายอย่างนั้นหรอ......

“ พี่จียง.....ซึงริ...ขอโทษ ” คนตัวเล็กยังคงเพ้อเพราะฤทธิ์ไข้ต่อไป จียงได้ยินแล้วก็กลืนน้ำลายตัวเองอย่างลำบาก ลมหายใจถูกถอนเข้าออกอย่างแรงเพราะความประหม่า

“ ซึงริ รักพี่จียงจริงๆ ”

“ ....... ”

“ แต่ซึงริ......ไม่ใช่....ซึงฮยอน ......ไม่....ใช่ ”

ความรู้สึกของร่างบางถูกถ่ายถอดออกมาจนจียงแทบอยากจะหยุดหายใจ ไม่รู้จะทำยังไงต่อไป ได้แต่นั่งฟังเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมครามอยู่อย่างนั้น จนร่างเล็กละเมอออกมาอีกคำ

“ หนาว.....จัง ”

ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ร่างกายก็ทำงานเองอย่างอัตโนมัติ จียงรีบย้ายตัวเองเข้าไปในผ้าห่มผืนใหญ่แล้วรวบคนข้างๆ เข้ามาในอ้อมกอดอย่างรวดเร็ว ร่างที่อ่อนไร้เรี่ยวแรงเลื่อนเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนเค้าอย่างง่ายดาย มือหนาดึงผ้าห่มให้คลุมโปงเค้าทั้งคู่ ก่อนจะบรรจงจุมพิตที่หน้าผากบางนั้นอย่างโหยหา ประทับจูบอยู่นานจนกว่าจะถอนออกมา

“ เป็นนายจริงๆ ด้วย สัมผัสแบบนี้ เป็นนายจริงๆ...... ”

ยิ่งได้สัมผัส ยิ่งแน่ใจว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือคนที่เค้าอยู่ด้วยมาตลอด จียงลืมความตื่นเต้นที่ได้ยินคำบอกรับจากซึงริไปสนิท มือหนายิ่งเพิ่มแรงกอดให้แน่นขึ้นอย่างต้องการให้ความอบอุ่นคนตรงหน้า เสียงหัวใจของเค้ายังคงดังก้องตึกตักในผ้าห่ม

“ พี่.....ขอโทษ.....ซึงริพี่ขอโทษ...... ”

ขยับตัวก้มลงมองหน้าร่างเล็กในอ้อมกอด ก็พบว่าน้ำตายังคงไหลออกมาจากหางตาเป็นสาย คิดย้อนกลับไปแล้ว ซึงริคงจะเจ็บปวดน่าดู ทุกคำพูดของซึงริ ทุกคำขอร้อง ทุกคำถาม ไม่ใช่เค้าที่เป็นฝ่ายถูกทำร้าย แต่เป็นซึงริต่างหากที่ถูกทำร้ายมาตลอด มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวมากขึ้น แล้วกระซิบด้วยลมหายใจอุ่นข้างๆ หู

“ พี่ขอโทษ....ซึงริ ”

ถึงจะเป็นเสียงเบาๆ แต่ก็ทำให้ซึงริรู้สึกตัว ร่างบางขยับตัวไปมา แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้น ในขณะที่จียงยังคงกอดเค้าอยู่

“ ตื่นแล้วหรอ ซึงริ ”

ม่านสายตาค่อยๆ ขยายเพราะแสงนีออน ในใจกำลังสงสัยว่าใครกันที่กำลังกอดเค้าอยู่......อบอุ่นดีเหลือเกิน แต่ทำไมถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับสัมผัสนี้จัง.......

“ พี่.....จียง ” ร่างเล็กดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที ที่สายตามองเจ้าของอ้อมกอดตรงหน้าชัดเจน ซึงริกระพริบตาสองสามครั้งอย่างไม่เชื่อกับสิ่งที่กำลังเห็น หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

.........พี่...จียงมากอดเค้าอยู่อย่างนี้ได้ยังไง มาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วมาทำไม ก็ไหนว่าเกลียดกันไม่ใช่หรอ.......

“ พี่มาที่นี่ทำไม ” คำถามแรกถูกยิงออกไป ในขณะที่จียงค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง ร่างโปร่งสูดลมหายใจลึกก่อนจะตอบคำถามออกไป

“ พี่มาหานาย..... ”

“ กลับไปเถอะฮะ เดี๋ยวถ้าพี่เทมโป้มาเห็นเข้าจะไม่ดี พี่คงไม่อยากทำให้คนรักกันเค้าทะเลาะกันหรอกใช่มั้ย ”

........ทำไมต้องมาหากันด้วย ต้องการจะมาใช้เราแทนซึงฮยอนจริงๆ รึไง......

.......ทำไมต้องพูดจาประชดกันแบบนี้อีก ซึงริไม่ได้รักพี่เหมือนที่พูดรึไง......

สองตาจ้องประสานกัน น้ำตาคลอกันทั้งคู่ ไม่มีบทสนทนาต่อจากนั้น มีเพียงแต่แววตาของทั้งสองคนที่เห็นได้ชัดถึงความต้องการอีกฝ่าย

มือหนาเอื้อมไปหยิบมือเล็กข้างหนึ่งมาจับไว้

“ ซึงริ ไม่ใช่ซึงฮยอน! ” เสียงหวานตวาดลั่น แล้วดึงมือกลับไป ร่างเล็กหันหนีเตรียมจะลุกลงจากเตียง

“ อย่าไป...... ” เสียงแหบพร่าเบาหวิวเอ่ยพร้อมๆ กับคว้าเอาด้านหลังของซึงริมากอดไว้ ซึงริทิ้งตัวลงในอ้อมกอดนั้นแล้ว ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาช้าๆ

...........ซึงริต้องการพี่จียง ซึงริอยากอยู่ข้างๆ พี่จียง ซึงริรักพี่จียง แต่ซึงริไม่ใช่ซึงฮยอน และก็ไม่มีทางที่จะยอมเป็นตัวแทนใครแน่......

“ ปล่อย”

ถึงจะเอ่ยปากออกไปอย่างนั้น แต่ร่างเล็กก็ไม่ได้แสดงทีท่าดิ้นหรือขัดขืนอะไรแม้แต่น้อย

“ ซึงริ~ ”

มือหนาเอนตัวร่างบางลงกับเตียงแล้วขึ้นคร่อมอย่างรวดเร็ว จียงจ้องเข้าไปในตาคู่สวยที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยแววตาจริงจัง ก่อนจะโน้มตัวลงไปจูบซับน้ำตาให้เหมือนที่เค้าเคยทำ แต่เหมือนยิ่งต้องการซับน้ำตาที่ไหลออกมามากเท่าไหร่ ร่างบางก็ยิ่งสะอื้นออกมามากเท่านั้น มือบางกำมือทุบหน้าอกจียงอย่างน้อยใจ

“ ฮึก ...พี่ทำอย่างนี้ ทำไม ทำๆ ไม ซึงริไม่ใช่ซึงฮยอน พี่ทำๆ ทำไม ฮึก ”....... แค่นี้ซึงริก็แย่พออยู่แล้ว ทั้งๆ ที่รู้ว่าซึงริเป็นใคร ทำไมถึงได้มากอด มาจูบแบบนี้ นี่พี่จียงต้องการคนหน้าตาแบบนี้มากขนาดนั้นเลยหรอ

จียงไม่ตอบอะไร แต่กลับขว้าเอาข้อมือเล็กๆ ทั้งสองไว้ด้วยมือเดียว

“ นี่คือบทลงโทษของนายไง อีซึงริ...... ” ริมฝีปากหนาตรงเข้าประทับริมฝีปากบางที่กำลังเม้มเป็นเส้นตรงทันทีที่พูดจบ ลิ้นร้อนรุกเข้าไปอย่างร้อนแรง ร่างบางที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ถูกคนตรงหน้ากวาดต้อนทั่วทั้งโพรงปากจนแทบอยากหยุดหายใจ ความหวาบหวามของรสจูบที่ได้รับทำให้เค้าแทบไปต่อไม่ถูก เนิ่นนานจนเผลอตอบรับจูบเร่าร้อนนั้นจนได้

....ถึงจะคิดกับคนตรงหน้าในแง่ลบ แต่ซึงริก็กลับไม่ขัดขืนสักเล็กน้อย ความคิดถึงที่เค้ามีต่อจียงมันทำให้เค้าอยากจะซุกเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในอกอุ่นนั้นด้วยซ้ำ ....ซึงริมองคนข้างบนด้วยแววตาสับสัน

จียงคลายมือที่จับข้อมือเล็กนั้นออก เปลี่ยนไปประคองใบหน้ามนแทน ถอนริมฝีปากออก แล้วจ้องมองไปยังนัยน์ตาลึกของซึงริอย่างแน่ใจ

..........เป็นนายจริงๆ ที่พี่ต้องการ........

ซึงริที่ได้แต่นอนหายใจหอบเหนื่อยเพราะจูบที่รุกรานเมื่อครู่ ไม่ได้ตั้งตัว ก็ถูกคนตรงหน้าประทับจูบอีกครั้ง แต่ต่างจากครั้งแรก ที่ร้อนแรง คราวนี้ จียงเพียงแค่แตะริมฝีปากบางเบา และเม้มเข้าที่ริมฝีปากล่างของซึงริเท่านั้น แต่เพียงการกระทำแค่นี้ ใบหน้าของซึงริก็ขึ้นสี สู้กับริมฝีปากที่แดงเจ่อทันที จียงยิ้มละมุนออกมา ทำให้คนตัวเล็กแทบครองสติตัวเองไว้ไม่อยู่ ได้ยินเพียงแต่เสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นโครมครามจะระเบิดออกมาให้ได้

.......ถ้านี่ไม่ใช่ความฝัน ซึงริก็อยากจะหยุดเวลาไว้ทั้งหมดจริงๆ แต่เรื่องจริง ก็ไม่ใช่อยู่ดี เพราะซึงริไม่ใช่คนๆ นั้นที่พี่รักนี่นา....

“ พี่รู้คำตอบแล้วล่ะ ซึงริ ” จียงพูดด้วยรอยยิ้มอย่างมั่นใจ และไม่ได้ปล่อยให้ซึงริได้มีโอกาสพูดอะไรตอบ เค้าสอดมือเข้าใต้ตัวร่างบาง แล้วอุ้มขึ้นพาดบ่าทันที

และเพราะจูบเมื่อครู่ทำเอาซึงริหลุดเข้าไปในภวังค์ รู้ตัวอีกที เค้าก็ถูกวางลงบนเบาะข้างคนขับในรถคันคุ้นเคยซะแล้ว
“ พี่จียงจะพาซึงริไปไหน ”

“ ไปรับบทลงโทษไง.... ”


#
#
#
#


........บทลงโทษ ? อะไรคือบทลงโทษสำหรับคนที่ชื่ออีซึงริกัน พี่จียงกำลังต้องการทำอะไรกันแน่ คำตอบ? พี่จียงรู้คำตอบอะไร ทำไมต้องยิ้มแบบนั้นด้วย ซึงริไม่เข้าใจ ......

ร่างบางหันไปมองจียงที่กำลังขับรถออกนอกเมืองไปเรื่อยๆ แล้วขมวดคิ้วอย่างสับสน

“ พาซึงริกลับบ้าน ! ”

พูดออกไปแบบนั้น ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าจะไม่มีคำพูดใดๆ ตอบกลับมา เพราะว่าตั้งแต่ออกจากบ้านมาเค้าพูดประโยคนี้นับสิบๆ ครั้งเข้าไปแล้ว แต่แน่นอนว่า มันคงไม่ใช่ประโยคที่ออกมาจากเบื้องลึกของจิตใจร่างบางแน่

........ไม่ใช่ว่าไม่ดีใจที่ได้เห็นหน้าพี่ แต่คำพูดของพี่วันนั้นมันยังบาดลึกไม่หายต่างหาก ใช้แทน ...ใช่ร่วม ทำไมคำพูดพวกนั้นถึงได้ออกมาจากปากพี่ได้ แล้วอยู่ดีดี เจอกันอีกครั้งก็เล่นมาจูบ มากอดกัน แบบนั้น มันยิ่งทำให้จิตใจไขว้เขวไปใหญ่ ก็ไม่ได้อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองหรอกนะว่า พี่จียงยอมรับซึงริได้ หรือว่าพี่จียงจะมีใจให้ซึงริบ้าง ถ้ามันเป็นแบบนั้นก็คงจะดี แต่ถ้าในทางกลับกันล่ะ ......

ร่างบางถอนหายใจยาว แล้วหันมองออกนอกหน้าต่าง

......บทลงโทษที่ต้องการทำให้คนอย่างอีซึงริเจ็บปวด คือการใช้ซึงริเป็นตัวแทนซึงฮยอนล่ะ ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะ ถ้าพี่จียงคิดจะลงโทษเราแบบนั้นล่ะ.....

แต่จียงจะรู้มั้ยว่าซึงริกำลังคิดไปอีกทาง เพราะการกระทำของเค้าเอง....
.
.
ไม่นานรถคันหรู ก็ค่อยๆ จอดสนิทเมื่อมาถึงที่หมาย ร่างโปร่งที่นั่งตำแหน่งคนขับรถหันไปมองหน้าร่างบางที่นั่งหน้างิ่วเพราะเหตุใดไม่ทราบ ซึงริไม่พูดกับเค้าสักคำ นอกจากบอกให้เค้า พากลับบ้าน

เสียงคลื่นทะเลยามดึกพัดกระทบฝั่งให้ความรู้สึกวังเวงจับใจ ชายสูงวัยคนหนึ่งวิ่งออกมาจากบ้านพักตากอากาศหลังสวย แล้วมุ่งมาหาจียงที่อยู่ในรถ

กระจกที่ติดฟิล์มกรองแสงทึบค่อยๆ เลื่อนลงเพื่อสนทนากับชายผู้นั้น

“ อ่าคุณหนู น่าจะบอกลุงก่อนนะครับเนี่ยว่า จะมา ลุงจะได้มาเตรียมที่หลับที่นอนให้ตั้งแต่หัววัน ”

“ ขอโทษทีครับ คือมันกระทันหัน ผมเองก็ไม่ได้เตรียมตัวเหมือนกัน ” จียงก้มหัวเล็กน้อยเป็นเชิงขออภัยกับการที่เค้าต้องรบกวนลุงแก่มาช่วยเปิดบ้านพักตากอากาศหลังนี้ให้เค้ากลางดึก

“ แต่มันก็หน้าที่ลุงอยู่แล้วล่ะครับ แฮะๆ งั้นไม่มีอะไรแล้ว ลุงขอตัวเลยแล้วกัน ” ลุงแก่หัวเราะแห้งๆ แล้ววิ่งไปที่รถมอเตอร์ไซค์คันเก่าของตัวเอง ก่อนจะขับออกไป

จียงหันกลับมามองคนข้างๆ แล้วเอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยออกให้

“ เข้าไปข้างในกันเถอะ ”

“ ไม่ ”

“ ซึงริ ”

“ พาซึงริกลับบ้าน! ” เสียงเล็กตวาดกลับ พร้อมๆ กับแววตาที่สาดกลับมาด้วยความไม่พอใจ จียงถอนหายใจยาว ก่อนเดินลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปยังอีกฝั่งที่ซึงรินั่ง เปิดประตูออกแล้วค่อยๆ ดึงร่างบางออกมาจากรถ

“ ซึงริ~ ” เสียงนุ่มเอ่ยเรียกร่างบางอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง เพราะความดื้อดึงไม่ยอมออกจากรถของซึงริ

“ นี่พี่จียงเห็นซึงริเป็นตัวแทนของซึงฮยอนจริงๆ หรอฮะ นี่น่ะหรอฮะ บทลงโทษของพี่ ” ซึงริพูดออกมาอย่างลำบาก ในขณะที่น้ำตาเริ่มเอ่อคลออีกครั้ง ร่างเล็กที่ยังคงนั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ ช้อนตามองจียงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ด้วยแววตาปวดร้าว

“ มันไม่ใช่อย่างนั้น ซึงริ พี่บอกนายแล้วไง ว่าตอนนี้พี่รู้คำตอบแล้ว ”

.......คำตอบอะไรของพี่ล่ะฮะ..... ซึงริคิดในใจพลางเม้มปากแน่น

“ ถ้าพี่จียงไม่ได้รักซึงริ....ก็ขอร้อง อย่ามายุ่งกับซึงริเลย แค่นี้ซึงริก็เจ็บพออยู่แล้ว วันนั้นที่ซึงริพูด มันก็แค่ประชดพี่เท่านั้นแหละ ซึงริคงไม่ทำร้ายตัวเองด้วยการไปเป็นตัวแทนของซึงฮยอนหรอก ฮึก.. ”

ร่างเล็กปล่อยโฮ เพราะความเสียใจที่สั่งสมอยู่ในจิตใจอย่างหนัก เล่นเอาคนที่ยืนฟังอยู่ทำอะไรไม่ถูก

จียงเองก็รู้ว่าตอนนี้ เค้าเองก็ควรจะพูดปรับความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่ปากของเค้าก็ยังหนักไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ

.....แล้วจะปล่อยให้ซึงริคิดว่าเราต้องการจะลงโทษโดยการใช้ซึงริแทนซึงฮยอนอย่างนั้นหรอ ....ต้องพูดอะไรสักอย่างสิ ......แล้วจะพูดอะไรล่ะ...

“ .....ซึงริรักพี่รึเปล่า.... ” คำพูดเบาๆ หลุดออกจากปากจียงช้าๆ มือหนาค่อยๆ จับไหล่ทั้งสองข้างของร่างบางแล้วหันมาสบตากับเค้า ไม่มีคำตอบจากซึงริ นอกจากสีหน้าตกใจ

“ ออกมาจากรถ แล้วมาคุยกับพี่ดีดีก่อน ”

ซึงริออกมายืนประจันหน้าจียงอย่างว่าง่าย ลมเย็นๆ พัดโชยผ่าน ทำให้เค้าต้องยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาโอบกอดตัวเองไว้ สายตาเป็นกังวลก้มลงมองพื้นต่ำเพราะหัวใจที่กำลังทำงานหนักเพราะคำถามที่ได้รับเมื่อครู่

ร่างโปร่งตรงเข้าไปกอดร่างบางไว้หลวมๆ แล้วประทับจูบบางที่หน้าผากของซึงริ ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ร่างบางต้องปล่อยโฮอีกรอบ

“ ตอบพี่มาสิ ไม่ต้องคิดว่านายเป็นใครมาก่อน พี่เป็นใครมาก่อน แค่ตอนนี้ พี่ กับ นาย ...... ”

“............” น้ำตาไหลรินลงมาช้าๆ พร้อมๆ กับลมหายใจอุ่นที่ประทับเข้าที่หน้าผากของร่างบางอีกครั้ง มือหนาเชยคางมนขึ้นสบตา เช็ดน้ำตาใสนั้นออก แล้วกระซิบถามบางเบา

“ นายรักพี่รึเปล่า....... ”

ซึงริหลับตาลงแล้วตรงเข้ากอดจียงอย่างรวดเร็ว ทำเอาร่างโปร่งเซถอยหลังไปเล็กน้อย แต่ก็ประคองกอดซึงริกลับแน่นเช่นกัน

“ แต่ซึงริไม่ใช่ซึงฮยอน.... ” เสียงเล็กพูดอู้อี้ มือหนาดันร่างบางออก แล้วสบตาอย่างจริงจัง

“ เพราะนายไม่ใช่ซึงฮยอนไง ตอนนี้พี่ถึงอยู่ที่นี่กับนาย ”

“ .......ทำไมล่ะฮะ ”

“ เริ่มต้นกันใหม่ได้มั้ย..........พี่กับนาย.. ”

“.........”
“ควอนจียง กับอีซึงริ ”

“ ......... ”

“ ได้รึเปล่า....... ”

ปากบางเม้มเข้าหากันแน่น น้ำตายังคงพรั่งพรูออกมาทำให้มองไม่เห็นอะไรข้างหน้าทั้งนั้น ร่างเล็กพยักหน้าช้าๆ เป็นคำตอบ จียงคลี่ยิ้มออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้น้องเพื่อมอบจูบขอบคุณ แต่ก็ต้องหยุดอยู่แค่นั้น เพราะริมฝีปากบางเอ่ยถามอะไรออกมาก่อน

“ แต่พี่จียงเกลียดซึงริไม่ใช่หรอฮะ พี่จียงต้องการจะลงโทษซึงริไม่ใช่หรอ แล้วคำตอบอะไรของพี่นั่นอีกอ่ะฮะ.... ” เสียงหวานเอ่ยออกมาด้วยแววตาสั่นเครือ ทำให้จียงต้องยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูคนตรงหน้า มือหนาปัดผมที่ปรกลงมาที่หน้าผากร่างบางออก

“ พี่เคยบอกหรอว่าพี่เกลียดซึงริ..หืมม ”

“ ...... ”

“ คำตอบของพี่ คือตรงนี้ต่างหาก... ” มือหนาคว้าเอามือบางวางลงที่อกซ้ายของตัวเอง

“ ....... ”

“ พี่เคยพูดกับผู้ชายคนหนึ่ง....พี่บอกกับเค้าว่า เพราะผู้ชายคนนั้นทำให้พี่มีความสุข ......พี่เลยสัญญากับเค้าว่าจะรักผู้ชายคนนั้นตลอดไป ไม่ว่าจะต้องจากกัน พี่ก็จะรักผู้ชายคนนั้นต่อไป..... ”

“ แต่ผู้ชายคนนั้นก็ไม่ใช่ซึงรินี่ฮะ ”

“ ........แต่ซึงริเป็นผู้ชายคนที่ให้ความสุขกับพี่ไม่ใช่หรอ ”

“ .......... ”

“ เป็นคนที่นอนกอดพี่ทุกคืน ......ตื่นมามองพี่ทุกเช้า .....คนที่จูบพี่อ่อนโยนทุกครั้งที่พี่ต้องการ .....คนที่ทำโจ๊กทะเลได้อร่อยที่สุดในโลก ......คนที่เล่นกับกาโฮอย่างสนุก.....คนที่คอยถามพี่อยู่เสมอว่า พี่มีความสุขรึเปล่า.......คนๆ นั้นคือนายไม่ใช่หรอ ”

“ มันก็ใช่....แต่ว่า....ฮึก ”

“ มันก็คงจะมีแต่ ....ถ้าหากว่าหลังจากที่พี่รู้ความจริง แล้วพี่ไม่คิดถึงนาย..... ”

“ พี่จียง... ”

“ แปลกนะที่พี่คิดถึงนายแทบใจจะขาด กินไม่ได้นอนไม่หลับ ....แถมยังโมโหตอนที่เห็นนายอยู่กับท้อปอีก ” ร่างโปร่งหัวเราะออกมาน้อยๆ

“ แค่นี้พอเป็นคำตอบได้รึยัง หืมมม ”

“ แล้วบทลงโทษที่ว่าล่ะฮะ... ”

“ ........ อีซึงริตกหลุมพรางโชคชะตามาเจอพี่แล้ว อีซึงริตกหลุมรักพี่แล้ว นอกจากนั้นอีซึงริยังทำให้ควอนจียงรู้จักความรักที่แท้จริงอีก ”

คู่ตาที่พร่าไปด้วยน้ำตามองจียงอย่างเอ๊ะใจ.....นี่พี่จียงกำลังบอกรักเราทางอ้อมหรอ.....

“ สิ่งที่นายต้องทำต่อจากนี้ คืออยู่กับพี่ตลอดไป... เพราะต่อจากนี้ พี่ไม่ต้องการอะไรทั้งนั้นอีกแล้ว......นอกจากความรักจากนาย ”

“ พี่จียง ”

“ พี่แน่ใจแล้วล่ะซึงริ ........ ”

“ .......ว่าพี่รักนาย.. ”
.
.
.


그대 내곁에 선 순간
그 눈빛이 너무 좋아

ในตอนที่เธอยืนเคียงข้างฉัน
ฉันชอบสายตาของเธอที่เธอมองมา.......

어제는 울었지만
오늘은 당신땜에
내일은 행복할거야

ถึงแม้ว่าฉันจะร้องไห้เมื่อวานนี้
เพราะเธอวันนี้
พรุ่งนี้ของก็ฉันจะมีความสุข

얼굴도 아니 멋도 아니아니
부드러운 사랑만이 필요했어요
지나간 세월모두 잊어버리게

당신없이 아무것도 이젠
할수없어 사랑밖에 난 몰라-

ไม่ใช่ทั้งหน้าตาหรือสไตล์ของเค้า
ฉันแค่ต้องการความรักอันอ่อนโยนของเค้าเท่านั้นเอง
เพื่อที่จะลืมสิ่งต่างๆที่ผ่านมา

ฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลย เมื่อไม่มีเธอ
เพราะ.....ฉันไม่รู้อะไรอีกแล้วทั้งนั้น นอกจากการรักเธอ


บางคนบอกว่าความรักมีคำนิยามอยู่เป็นร้อยอย่าง แต่บางคนกลับบอกว่า เราไม่สามารถที่จะหาคำจำกัดความของความรักได้ หลายคนบอกว่า รักคนที่เค้ารักเราย่อมดีกว่า รักเค้าข้างเดียว โชคชะตาจะนำพารักแท้มาให้เองเมื่อถึงเวลา ใครสักคนที่เป็นของเราย่อมยืนอยู่ที่ใดที่หนึ่งบนโลกกว้างใบนี้ หากแต่บางคนมีรักมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังต้องเสียใจอยู่ดี เป็นเพราะอะไร....คนพวกนั้นไม่ได้เจอรักแท้อย่างนั้นหรอ แต่บางครั้งความรักก็ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลเสมอไป และเพราะบางคนยึดถือกับเหตุผลมากเกินไป ความรักของพวกเค้าจึงหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย


และเพียงแค่คุณเปิดใจสักนิด แล้วซื่อสัตย์กับหัวใจของคุณเอง ความสุขของคุณก็คงจะอยู่ไม่ไกล.......



#
#
#
#

“ อ้ะ อ้ะ.....อ่ะ.....พี่....จี....ยง ”

“ อ้า~ ซึงริ นี่ไงล่ะบท....อ่ะ ลง....โทษ...อื้ออ ของนาย.... ”

“ อื้ออ อ้ะ เบา หน่อย ฮะ .....พี่ ”

“ อ้ะ อีกนิดเดียว อื้อออ ซึงริ ”

“ อ้า~ ”

เสียงหายใจหอบเหนื่อยดังสลับกับเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน ร่างหนานอนทับร่างบางที่เหงื่อยซกไปทั้งตัวไม่แพ้กันอย่างหมดแรง มือขาวเนียนเอื้อมไปประสานหลังมือของซึงริที่กำปลอกหมอนไว้แน่น

“ รู้ใช่มั้ย หืมม ถ้าอยู่กับพี่จะต้องรับโทษหนักแค่ไหน... ”

ลมหายใจอุ่นกรอกรดข้างหู เล่นเอาคนตัวเล็กเขินสั่นไปทั้งตัว ตามมาด้วยจูบที่เรียกอารมณ์ที่เพิ่งจอดไปครู่ประทับลงเข้าที่กระหม่อมอีกครั้ง ซึงริบีบมือหนาที่ประสานกันอยู่แน่น

“ ซึงริก็มีบทลงโทษสำหรับพี่เหมือนกัน ”

“ หืมม อะไรล่ะ ”

“ ซึงริจะกลับไปเรียนต่อที่อเมริกา.... ”

จียงยกตัวขึ้นเพราะความตกใจ แล้วเปลี่ยนที่ทางมานอนข้างๆ ร่างบางแทน

“ นายว่ายังไงนะ ”

“ พี่จียงรอซึงริได้รึเปล่าฮะ..... ”

แค่เพียงอีกหนึ่งบททดสอบ แค่เพียงอยากจะพิสูจน์ ซึงริมองตาจียงด้วยความคาดหวัง หวังว่าครั้งนี้ ทุกอย่างคงจะเข้าข้างเค้าจริงๆ สักที
.
.
.
.


.


“ แล้วถ้าพี่บอกว่า พี่รอไม่ได้ล่ะ ”

“ ............ ”






#
#
#
#


“ ขณะนี้ได้เวลาที่เที่ยวบิน A8808 เกาหลี – อเมริกา จะออกเดินทางแล้วค่ะ ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านพร้อมกันที่ประตูทางออกที่ 91G ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ ”

“ ขอบคุณมากนะฮะพี่เทมโป้ ” ซึงริก้มหัวเล็กน้อยให้พี่ชายที่แสนดีของตัวเอง ในขณะที่อีกฝ่ายก็ยีผมร่างบางเล่นอย่างเอ็นดู

“ ไม่เห็นต้องขอบคุณพี่เลย ”

“ ขอบคุณพี่เหมือนกันนะฮะ พี่ยองเบ แดซองด้วย ”

“ อื้อ เห็นเรามีความสุขได้ พี่ก็ดีใจ แล้วจะกลับมาเมื่อไหร่ล่ะ ”

“ ยังไม่รู้เลยฮะ คงเคลียร์เรื่องเรียนให้เสร็จด้วย..... ”

“ แล้วก็ฮันนีมูนด้วย! ” เสียงของใครบางคนดังขึ้นมาอย่างหงุดหงิด จียงเดินกลับมาจากช่องตรวจหนังสือเดินทางอย่างไม่พอใจเล็กน้อย ก็เค้าน่ะร่ำลาเพื่อนตั้งหลายรอบแล้ว ซึงริก็ยังลาไม่เสร็จสักที ทำให้เค้าที่ตื่นเต้นที่จะได้ไปฮันนีมูนที่อเมริกากับร่างบางเริ่มหงุดหงิดจนได้

“ นี่พวกมึงจะถามอีกกี่รอบวะ กูก็บอกไปตั้งหลายรอบแล้ว เห้อ ปล่อยที่รักกูไปได้ยังเนี่ย เดี๋ยวก็ตกเครื่องกันพอดี ”

“ มึงนี่ยังไง แทนที่จะปล่อยน้องเค้าไปเรียน แล้วรออยู่ทางนี้ เดี๋ยวน้องเค้าก็ไม่เป็นอันเรียนกันพอดี ”

“ ก็กูรอไม่ได้อ่ะยองเบ ฮ่าๆ ใครจะไปทนคิดถึงได้เล่า โธ่ จริงปะซึงริ ” คำถามนั้นเล่นเอาร่างบางก้มหน้าเขินงุด มือหนาโอบร่างบางเข้าหาตัวอย่างว่องไว

“ ไปกันเถอะครับ ที่รัก ”

“ อื้มม จียงมึงทำถูกแล้วล่ะ ขอให้นายสองคนโชคดีนะ ”

“ มึงก็เหมือนกันท้อป ”

“ ฮ่ะๆ อย่าทำกูซึ้งดิว่ะ ”

“ ก็มึงทำกูซึ้งก่อนนี่หว่า ฮ่าๆๆ ”

“ ขอบคุณทุกคนมากนะครับ ไปกันเถอะฮะพี่จียง ”

ทั้งสองคนเดินตรงเข้าไปตามช่องทางที่ทางสนามบินเตรียมไว้ให้ แล้วหันมาโบกไม้โบกมือร่ำลาเพื่อนอีกสามคนที่อยู่ด้านนอกเป็นการใหญ่ ท้อปยิ้มให้กับภาพที่เห็นอย่างดีใจ ก่อนจะหันมามองแดซองที่กำลังจับมือเค้าอย่างให้กำลังใจอยู่

....บางที ก็คงจะถึงเวลาที่เค้าควรจะเปิดใจให้กับคนที่รักเค้าสักที......

ร่างสูงคิดในใจแล้วยิ้มบางๆ ให้กับแดซอง





....ความสุขอยู่ไม่ไกลคุณหรอกครับ อาจจะเพียงแค่เอื้อมมือเดียวเท่านั้นก็ได้ คว้ามันมาให้ได้สิครับ........ G-ri~


จบบริบูรณ์...........


Zime_ii ..
ฟิคจบแล้วเรามาคุยกันหน่อยดีกว่า หลายคนคงผิดหวัง เพราะมันไม่มีเอนซี แฮ่ๆ เค้าขอโทษ แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ยิ้มออกบ้างใช่มั้ยค่ะ ฮ่า ก่อนอื่นเลย ส้มขอขอบคุณคนอ่านที่น่ารักทุกคนทิ่ติดตามมาตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้ อ่า จะไล่ชื่อได้มั้ยน้า
JGDTORY , G-RI Only~,:TeMRiI:*, LoVe U BB, Psector, ดาว YELLOWSTAR,แจน THEJAN,
น้อง ★ 3EE , ,tem_dae ~*,Noinae_vip, lovevictory, lll{PIM}lll, น้อง Por_PG,
Som-O^^,woman9937,พี่กุ้ง Kung♥SR~, Slytherin Heir, พี่ MyBB, MRS.LEE, Ma Tory,
น้อง hyeah, I2osEL_cHosE, น้อง ★PEAR.', icecyzaa, น้อง panda_destiny, TOP2, Guszen,
JIYONG ♥,busZa555+,★G i F ┳.O.P✤,darkdragon17, NNinGgG, cohaitz,
hamzaza, Stand up VIP* {❥},eunyoung, ★ วิปป ป ', iominice, J-chan, my yong,
maia, mvpelizza, DS2SS, crazykme, benwook, ferin, nuttaphan, luvbb,
faiifaii, caromio_GD, --ViCtOrY--,crazykme, joy2u307, seungseung, vipcream


โว้วว เยอะเหมือนกันนะเนี่ย ส้มอ่านเม้นของทุกคนเลย ฮ่า ถ้าตกชื่อใคร ส้มขอโทษด้วยจริงๆ ส้มขอบคุณมากเลย คือแบบว่าส้มก้คงไม่สามารถเอ่ยชื่อออกมาได้หมด บางคนเราก้รู้จักกันแล้วอ่ะเนอะ หลายคนมากเลยที่เม้นยาวมากกจนส้มซึ้งอ่ะ ไม่คิดว่าฟิคเรื่องนี้จะเวิร์คขนาดนี้ ฮ่าๆ
เรื่องร่วมเล่มอันนี้ส้มยังไม่คิดเลย ฮ่าๆ เพราะหนึ่งส้มไม่ได้อยู่ไทย มันก้ค่อนข้างลำบากอ่ะค่ะ คือถ้าเกิดรีดเดอร์คนไหนอยากได้ต้นฉบับบเก็บไว้ก้แอดเมล์ส้มมาได้ คุยกันๆ แล้วเด๋วส้มจะส่งให้ เอาไปเก็บไว้ในครอบครองกัน ฮี่ๆ (ในต้นฉบับบอาจมีของแถม อันนี้เราต้องคุยกันก่อน~~)
แล้วก็ หลายคนคงจะแอบสงสัย พี่ท้อปกับแดซอง จะมีซัมติงอะไรกันรึเปล่า อันนี้ขออุ๊บไว้ก่อน -0- วู้วว ไม่แน่ค่ะไม่แน่ ยังไงก็แล้วแต่ ก็ติดตามผลงานของส้มกันต่อไปนะคะ ^^ ขอบคุณมากมายจริงๆ
อ้อ ที่ขาดไม่ได้เลย ขอบคุณข้าวแกง kang_ri เบต้ารีดเดอร์ ที่คอยติชมทุกตอนก่อนลงสู่สายตาประชาชี ถ้าไม่ได้แก ฟิคชั้นไม่จบแน่ว่ะ งื้มมม ยาวจังวุ้ย สุดท้ายแล้ว ถ้าใครอยากรู้จักไรท์เตอร์ส้มคนงาม (?!) คนนี้ แอดมาคุยกันนะคะ แจกเลย วู้ว o_texas_rangez@hotmail.com
ขอบคุณทุกคนค่า แล้วเจอกันโอกาสหน้าเนอะ (โค้งหัวติดพื้น)

[LFY] I Know Nothing Else But Love {Chap10}

Title :: I know nothing else but love
Author :: zime_ii
Paring :: GD x VI




-Chapeter 10-


“ เลิกร้องไห้ได้แล้วน่า ซึงริ ” ท้อปพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ ก่อนจะยื่นกระดาษทิชชูให้ร่างบางที่นั่งซบหน้าร้องไห้อยู่ข้างๆ เค้า เค้าจะไม่พูดอย่างนี้เลย หากไม่ใช่เพราะเวลาสามชั่วโมงที่ผ่านมาซึงริเอาแต่นั่งร้องไห้อย่างเดียว ยองเบนั่งอยู่โซฟาเดี่ยวตรงข้ามกันส่ายหัวอย่างระอา

“ นายเล่าให้ฉันฟังได้มั้ย ว่าเรื่องเป็นมายังไง ” ยองเบพูด ร่างบางเงยหน้ามองเค้าเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ร่างบางเอนตัวนอนลงกับโซฟา แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลต่อไป

อย่าถามผมเลยฮะ......ผมไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว แค่รู้สึกแย่กับทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ทุกครั้ง ทำไมจะต้องมีซึงริกับซึงฮยอน ทำไมโชคชะตาถึงได้เล่นตลกกับผมแบบนี้ด้วย ตอนนั้นก็ครั้งหนึ่ง ทำไมเป็นซึงริแล้วพี่เทมโป้ถึงรอไม่ได้ แล้วครั้งนี้ ทำไมเป็นซึงริถึงรักพี่จียงไม่ได้ .....ทำไมทุกอย่างถึงต้องเป็นแบบนี้ด้วย

ท้อปมองซึงริที่เอาแต่สะอึกสะอื้นก่อนหันไปพูดกับยองเบ

“ กูว่า มึงกลับไปก่อนเถอะ ”

“ ...แต่ ”

“ ออกมาคุยกับกูข้างนอกมา ” ท้อปลุกขึ้นยืน ก่อนเดินนำยองเบออกมาหน้าบ้าน

“ มึงก็รู้เรื่องทุกอย่างแล้วนี่ ปล่อยให้เป็นไปแบบนี้แหละ อย่าให้จียงมันรู้ความจริงเลย ” ร่างสูงเปิดบทสนทนาทันทีที่พ้นสายตาของซึงริแล้ว

“ แล้วถ้ามันรู้ความจริงล่ะ มึงจะทำยังไง ” ยองเบพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ความคิดที่เคยมีอยู่ตั้งแต่แรกว่าจะบอกความจริงกับจียง เริ่มหายไปตั้งแต่เห็นซึงริร้องไห้จะเป็นจะตายแล้ว

“ เดี๋ยวกูจัดการเอง ”

“ มึงจะทำยังไง ”

“ กูไม่รู้ ” น้ำเสียงที่เห็นได้ชัดถึงความสับสนและกังวลของท้อปพูดขึ้น เค้าก้มหน้าต่ำมองพื้นอย่างเคร่งเครียด

“ เห้อ.. ”

“ แต่อย่างน้อย กูก็เอาซึงริออกมาจากจียงได้แล้ว เมื่อคืนกูโทรไปบอกซึงริว่ามึงรู้ความจริง ..กูแอบเก็บโทรศัพท์มึงไว้ แล้วส่งข้อความไปบอกจียงว่ามึงจะไปหา ” ท้อปเงยหน้ามองออกไปข้างนอกบ้านแล้วพูดกับยองเบ ยองเบเงียบฟังอย่างตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

“ กูรู้จักซึงริดี วิธีที่กูทำไปบีบให้เค้าต้องทำแบบนี้ ซึ่งมันก็ได้ผล ”

“ แล้วมึงจะทำไงต่อ ”

“ มึงเห็นรอยจูบที่คอซึงริมั้ย รอยพวกนั้นเป็นฝีมือของจียง ไม่ใช่เพราะกูตอนที่อยู่ในผับ กูทำอย่างนั้นไปเพราะแค่ต้องการให้จียงมันไม่เข้าใจผิด อีกอย่าง... ซึงริเป็นของจียงตั้งนานแล้ว ” ท้อปยังคงไม่หันหน้ามามองเพื่อน จบประโยคร่างสูงกัดฟันกรอดเพราะความเจ็บใจ

“ มึงว่าไงนะ แล้วไมซึงริมันยอมจียงวะ ห่าเอ้ย แบบนี้เรื่องยิ่งยุ่งยากไปใหญ่ ถ้าไอ้จีมันรู้เรื่องขึ้นมา เห้ออ กูไม่อยากจะคิด ”

“ มึงก็ไม่ต้องคิดดิ ขออย่าให้มีวันนั้นก็พอ แค่นี้กูก็ทนเห็นซึงริเสียใจไม่ไหวแล้วว่ะ ไม่คิดเลย....เวลาแค่นี้ ซึงริจะรักมันขนาดนี้ ”

“ แต่กูเพิ่งบอกให้มันไปอังกฤษนะว้อย ”

“ ถ้ามันไปจริงๆ กูจะโทรไปคุยกับซึงฮยอน ”

“ โอ้ยยย วุ่นวายจริงๆ วุ้ย ”

บทสนทนาของทั้งคู่ดำเนินไปอีกเล็กน้อย ท้อปหันมองเข้ามาในบ้าน จนเห็นว่าซึงริร้องไห้จนผล่อยหลับไปแล้ว จึงบอกให้ยองเบกลับบ้านไป หลังจากที่เพื่อนกลับบ้านไปแล้ว ท้อปก็เดินกลับเข้ามาหาซึงริ

ร่างสูงหยิบเอาผ้าห่มที่พับอยู่ในลิ้นชักในห้องนั่งเล่น ออกมาห่มให้ซึงริ ก่อนนั่งลงกับพื้นต่อหน้าร่างบาง ซึงริหลับสนิทเพราะเหนื่อยจากอาการร้องไห้ คราบน้ำตายังคงกรังกันอยู่ที่หางตา มือหนาปัดเอาไรผมสีดำสนิทที่ปรกหน้าร่างบางออกเบาๆ

......เจ็บปวดขนาดนั้นเลยหรอซึงริ นายรักควอนจียงขนาดนั้นเลยหรอ อดทนเข้าไว้นะ พี่จะอยู่เคียงข้างนายเอง......

ท้อปค่อยๆ จุมพิตที่กระหม่อมบางอย่างอ่อนโยน จัดผ้าห่มให้คนที่หลับสนิทอย่างเรียบร้อย ก่อนลุกออกมาเดินเข้าห้องนอนของตัวเองซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องนั่งเล่น เพื่อเตรียมตัวออกไปทำงาน ซึ่งเค้าก็ไม่ได้รู้เลยว่า ตรงมุมหนึ่งของประตูบ้าน กำลังมีใครบางคนมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า

.
.
.
.

ทำไมถึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้.......... ควอนจียงถามตัวเองในใจ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้คนที่เค้าคุ้นเคยดีตลอดช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผ่านมา หลังจากที่เห็นท้อปเดินเข้าไปในส่วนของห้องนอนตัวเองแล้ว

จียงนั่งลงที่โซฟาเดี่ยวตรงข้างๆ กันกับโซฟาตัวยาวที่ซึงรินอนอยู่

ทำไมถึงกลายเป็นนายไปได้ ....อีซึงริ หลังจากที่รู้ความจริงทั้งหมด จียงก็ยังคงตอบตัวเองไม่ได้ ว่าความรู้สึกที่มีอยู่นั้นคืออะไร คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวเค้าอย่างไม่มีคำตอบ จียงมองร่างบางที่หลับอยู่อย่างไร้ความรู้สึก ในหัวสมองว่างเปล่า ทั้งยังรู้สึกได้ว่าภายในท้องโหวงเหวง แต่ว่าแบบนี้รึเปล่า ที่เค้าเรียกกันว่า.....ช็อค....

รอยจูบพวกนั้น เป็นของพี่อย่างนั้นหรอ........ สายตาจับจ้องมองรอยแดงเป็นจ้ำๆ ที่มีอยู่ทั่วคอของซึงริ แล้วหลับตาลง

ในขณะเดียวกัน ที่ร่างบางลืมตาขึ้น ซึงริลืมตาขึ้นแล้วเบิกตากว้างอย่างตกใจ เพราะคนที่เห็นตรงหน้า เปลือกตาบางรีบปิดลงทันทีเมื่อเห็นว่าพี่จียง คนที่เป็นสาเหตุให้เค้าร้องไห้จะเป็นจะตายนั่งอยู่ตรงหน้า ซึงริเลื่อนเอาสองมือของเค้าที่อยู่ใต้ผ้าห่มขึ้นมาจับกันไว้อย่างกังวล น้ำตาที่เหมือนจะหยุดไหลไปเพราะห้วงนิทรา กลับไหลออกมาอีกครั้ง

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ที่จียงเอาแต่จ้องมองซึงริที่พยายามข่มตาเพื่อให้จียงคิดว่าตัวเองหลับอยู่ ไม่มีคำพูดใดๆ จากจียง ทั้งห้องมีเพียงแต่เสียงหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของคนทั้งคู่ จนกระทั่งท้อปที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เดินออกมาจากห้อง
ด้วยเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียว กับผ้าเช็ดผมที่กำลังเปียกโชกเท่านั้น มือที่กำลังขยี้ผมอยู่ชะงักทันทีเมื่อเห็นเพื่อนคนสำคัญนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นของเค้า

“ มึง......มาทำอะไรที่นี่ ” ท้อปพูดขึ้นในขณะที่จียงเองก็ยืนขึ้น

“ แค่แวะเอาของมาให้.... ”

“ ......... ” เช็คเงินสดที่เค้าได้รับพร้อมกับโน้ตบอกลาของซึงฮยอนตัวปลอมถูกล้วงออกมาจากกระเป๋าเสื้อกันหนาวหนังสีดำเข้มที่จียงใส่อยู่ เค้าวางมันลงบนโต๊ะกลาง

“ เช็ค? ” ท้อปเอ่ยถามอย่างแปลกใจ พลางเดินเข้ามาใกล้น้องที่กำลังนอนอยู่ ท้อปหยิบเช็คขึ้นมาดูก่อนมองไปทางซึงริ

“ กูขอพาซึงริไปที่ห้องก่อน แล้วเดี๋ยวมึงกับกูค่อยคุยกัน ” ร่างสูงทำท่าจะอุ้มซึงริขึ้นแต่ก็ถูกจียงขัดไว้ก่อน

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวกูก็จะกลับแล้ว...นั่งลงก่อนดิ” จียงพูดน้ำเสียงเหนื่อยๆ

“ ......... ” ท้อปไม่พูดอะไร แล้วนั่งลงที่ปลายเท้าของซึงริ ตามคำขอของจียง

“ มึงจะไม่ถามหน่อยหรอว่ากูเอาเช็คมาให้ซึงริทำไม.... ” สายตานิ่งงันมองตรงเข้าไปยังนัยน์ตาของท้อป

“ ทำไม..... ”

“ กู......รู้ความจริงหมดแล้ว ” ใบหน้าเรียบเฉยของท้อปเปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นออกจากปากควอนจียง แต่ก็พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด

“ ความจริงอะไร... ”

“ .......ไม่ใช่ซึงฮยอน ” จียงพูดเบาหวิว แล้วมองไปทางร่างบางที่นอนอยู่ ใครจะรู้ว่าตอนนี้คนที่นอนหลับตาอยู่จะตกใจแค่ไหน

“ มึงหมายคว..... ”

“ จูอึนส่งเช็คกลับมาคืนกู พร้อมกับคำขอโทษ ..... ” เค้าแทรกขึ้นก่อน ในขณะที่ท้อปพยายามจะถามอะไรสักอย่างกับเค้า

“ ในวีดีโอมีซึงฮยอน......ตัวจริง ”

“ .......... ” ไม่มีคำพูดใดจากท้อป เพราะความตกใจกับสิ่งที่เพิ่งได้รู้ แต่ผิดกับสิ่งที่เคยคาดคิดเอาไว้ จียงไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองสักนิดเลย เมื่อท้อปมองเข้าไปในตาของจียง กลับพบแต่ความว่างเปล่า .....หรือว่าจียงจะยอมรับได้ว่ามันเป็นแค่การเข้าใจผิด เหมือนจียงจะอ่านความรู้สึกของเพื่อนออก เค้าก้มหน้าลง ยิ้มกับตัวเองเหมือนคนเสียสติ แล้วเริ่มพูดต่อ

“มึงกับยองเบ รู้มานานแล้วใช่มั้ย...”

“ ก็ไม่ได้นานเท่าไหร่ ” ในเมื่อปฏิเสธไม่ได้ว่าจียงรู้ความจริงแล้ว ก็ถึงเวลาที่ท้อปจะต้องเผชิญหน้ากับจียงสักที สองคนจ้องหน้ากันอย่างจริงจัง ในขณะที่อีกคนที่นอนอยู่ร้อนแทบเป็นฟืนเป็นไฟ ซึงริแทบอยากจะลุก แล้วหนีออกไปจากที่ตรงนั้น ความจริงที่ร่างบางกลัวมีเพียงสิ่งเดียว คือการที่จียงจะเกลียดและโกรธเค้า

“ ทำไมมึงถึงไม่บอกกู! ” ระดับของน้ำเสียงเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความว่างเปล่าและนิ่งงันในสายตาของจียงเริ่มเปลี่ยนแปลง ท้อปมองไปทางร่างบางเพราะกลัวว่า ความดังของเสียงของจียงจะทำให้ซึงริตื่น

“ ตอนนี้มึงก็รู้แล้วนี่ ”

“ ไอ้ท้อป ”

“ ........... ”

“ หึ ทำไมมึงไม่ตอบล่ะวะ รึว่ามึงสุขใจที่เห็นคนรักของมึงมาหลอกกูได้ .....พวกมึงเห็นกูเป็นตัวอะไรวะ ให้พี่น้องสองคนนั่นมาหลอกกู พวกมึงยังปิดปากกันเงียบ โง่แล้วโง่อีก....แค่นี้กูยังดูน่าสมเพชไม่พอรึไง ” จียงพูดแล้วมองหน้าเพื่อนด้วยแววตาเจ็บปวด พอเห็นท้อปไม่พูดอะไร จียงจึงเริ่มพูดต่ออีกครั้ง

“ ผู้ชายคนนี้เป็นคนรักของมึง ทำไม.....มึงถึงปล่อยให้เค้าไปอยู่กับกูได้... ”

“ .......... ”

“ ผู้ชายคนนี้เป็นของกูแล้ว มึงรับได้อย่างนั้นหรอ........ไม่ละอายใจรึไง เวลาที่มึงจูบเค้าแล้วปากนั่น คอนั่นกูเคยจูบมาก่อน ”

“ จียง! ”

“ หรือว่ามึงไม่ถือ กูกับมึงจะได้ใช้ผู้ชายคนเดียวกันได้ ซึงริเองก็คงไม่ถือเหมือนกันละมั้ง เมื่อคืนกับกู พอเช้าก็หนีจากกูแล้วไปหามึง...หึก็ดีเหมือนกัน กูจะได้ใช้ซึงริแทนซึงฮยอน ดีใช่มั้ยล..... ”

เพี๊ยะ!!!

คำพูดของคนที่กำลังเสียสติอย่างจียง ดำเนินไปยังไม่ทันจบประโยค ใบหน้าของเค้าก็ต้องหันไปอีกทางเพราะแรงตบของฝ่ามือใครบางคน ไม่ใช่ฝีมือท้อปที่ทนฟังคำพูดของเพื่อนไม่ได้ แต่เป็นฝีมือร่างบางที่นอนฟังมาตั้งแต่เริ่มต่างหาก

“ ใช่! ฉันไม่ถือ ” ร่างบางตวาดใส่จียงที่นั่งเอามือลูบมุมปากที่มีเลือดไหลออกมาซิบๆ จียงค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วจ้องหน้าน้องกลับ ตาประสานตาเป็นครั้งแรกหลังจากที่ความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย สรรพนามการเรียกชื่อถูกเปลี่ยนไป เพราะร่างบางรับไม่ได้กับคำพูดของจียง จากที่เคยกังวลว่าหลังจากที่จียงรู้ความจริง แล้วจะโกรธเค้า แต่พอได้ยินแบบนี้ เค้าเองก็คงจะไม่ยอมเจ็บปวดกับคำพูดของคนตรงหน้าอยู่ฝ่ายเดียวแน่

“ ฉันไม่ถือ นายได้ยินชัดใช่มั้ยล่ะควอนจียง ......แต่เสียใจด้วยนะ ตอนนี้ฉันเบื่อนายแล้ว ถึงเวลาที่ฉันควรจะกลับมาหาคนรักจริงๆ ของฉันสักที ”

“ ........ ”

“ นายน่ะมันโง่ โง่ที่หลงงมงายรักไอ้ซึงฮยอน หูตาบอดจนไม่ได้รู้ว่าคนที่ตัวเองกกอยู่ด้วยตลอดมา เป็นใคร ”

“ ซึงริ! ” ท้อปเรียกซึงริเพื่อเตือนสติ แต่ในตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมาหยุดเค้าได้อีกแล้ว

“ ......... ”

“ ช่วยไม่ได้นะ ฉันก็ดันสนุกกับมันด้วยสิ ......เอ๊ะ เมื่อกี้นายพูดว่าไงนะ ” ซึงริยิ้มเยาะแล้วหยุดพูดเล็กน้อย จียงมองร่างบางอย่างไม่เชื่อสายตา สายตาแบบเดียวกันกับตอนที่เค้าถูกซึงริพูดจากระแทกแดกดันตั้งแต่ตอนที่เค้าลากตัวไปผิดแรกๆ

“ นายจะได้ใช้ฉันแทนซึงฮยอนอย่างนั้นหรอ.... ”

“ ......... ” จียงเงียบ เค้าสบถแล้วเสมองไปทางอื่นอย่างกดดัน

“ ก็เอาเซ้! แต่ฉันว่า ........มันคงจะเป็นนายมากกว่ามั้ง ที่ต้องละอายใจ เพราะนายจูบ นายกอด นายทำอะไรต่อมิอะไรกับพี่ชายฝาแฝดคนที่ตัวเองรัก เพียงเพราะแค่ว่าเค้าหน้าตาเหมือนกัน ”

“ หุบปากนะอีซึงริ ” จียงตะคอกกลับ

“ นายเคยคิดนี่ว่า พี่เทมโป้กับซึงฮยอนแอบคบกัน หึ...........เป็นไงล่ะ สุดท้ายเป็นใครกันแน่ ..... ถูกหลอกไม่พอ คนที่หลอกดันเป็นคนรักของเพื่อน น่าสมเพชจริงๆ เลยนะ” ซึงริไม่สนใจกับอาการเดือดดาลของคนตรงหน้าสักนิด เค้ายิ่งพูดประทุให้จียงโกรธมากขึ้นไปอีก ท้อปทนไม่ไหวจึงดึงแขนซึงริเบาๆ

“ พอเถอะซึงริ ”

“ ไม่! ซึงริยังมีอีกอย่างที่อยากพูด ........สิ่งที่ซึงริทำไปทั้งหมด ซึงริแค่สนุกกับมันเท่านั้น! ถ้ามันทำให้ใครโกรธ ก็ขอโทษด้วย และถ้าตอนนี้เกลียดกันแล้วล่ะก็ ก็อย่าได้มาเจอกันอีกเลย ต่างฝ่ายต่างอยู่ ซึงริจะคิดซะว่า เวลาที่ผ่านมา ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ขอให้ทุกคนคิดอย่างนั้นด้วยเหมือนกัน ” ร่างบางตะคอก แล้วฉุดเอามือของจียงให้เดินตามเค้าออกมา ซึงริผลักจียงออกนอกประตูบ้าน

“ อย่าได้มายุ่งเกี่ยวกันอีกเลย! ”

ปัง !! ร่างบางปิดประตูใส่หน้าจียงอย่างแรง ก่อนจะเดินกลับเข้ามา ร่างบางตั้งใจจะเดินผ่านท้อปไปเพื่อเข้าห้องนอนที่ท้อปเตรียมไว้ให้เค้า แต่ท้อปก็รั้งไว้ก่อน

“ เดี๋ยวซึงริ! ” ซึงริตวัดสายตามองคนสูงกว่าอย่างโกรธเคือง

“ ทำไมถึงได้พูดอย่างนั้น ”

“ ก็มันเป็นสิ่งที่พี่ต้องการไม่ใช่หรอ พี่เทมโป้ พี่อยากให้พี่จียงรู้ความจริง พี่จียงก็รู้แล้วไงฮะ ”

“ ....แล้วทำไมนายถึงได้พูดไปแบบนั้น ”

“ แล้วพี่จะให้ซึงริบอกเค้าไปรึไง ......ว่าที่ซึงริทำไปเพราะรักเค้า อยากให้เค้ามีความสุข ถึงแค่จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็อยากให้เค้ามีความสุข..ฮึก พี่เทมโป้จะให้ซึงริบอกเค้าไป...แบบนั้นหรอฮะ ”

“ ซึงริ....... ” ร่างบางทรุดตัวลงนั่งกับโซฟาอย่างหมดแรง ก่อนปล่อยให้น้ำตาทะลักออกมาอีกครั้ง หลังจากที่กลั้นมันเอาไว้ตอนที่คุยกับจียง

“ พี่ขอโทษ ”

“ ฮึก ฮึกๆ.... ” ร่างสูงนั่งคุกเข่าลงต่อหน้าน้อง พลางเอื้อมเอาคู่มือบางนั้นมากุม

“ ให้พี่ช่วยได้มั้ย .......จะทำยังไงถึงจะทำให้นายดีขึ้นได้... ” ท้อปเอ่ยเสียงอ่อน ซึงริเงยหน้ามองเค้าเล็กน้อย ก่อนจะถอนมือที่ถูกจับอยู่ออก

.......ไม่ใช่แบบนี้ มันสายไปแล้วพี่เทมโป้ ตอนนี้ ทั้งหัวใจของซึงริ มันไม่มีพื้นที่ของพี่เหลืออยู่แล้ว เป็นคนนั้นต่างหาก คนที่ซึงริเพิ่งไล่เค้าออกไป.....

ความเงียบเข้าปกคลุมพักใหญ่ ท้อปเองก็เข้าใจในคำตอบของน้องจากการกระทำนั้นดี ท้อปนั่งเงียบๆ ต่อหน้าซึงริที่ยังคงร้องไห้ไม่หยุด

“ ......ในฐานะพี่ชายก็ยังดี อย่างน้อย พี่ก็ยังเป็นพี่ชายนายได้ใช่มั้ยซึงริ ” คำขอคำสุดท้ายถูกเอ่ยออกจากปากท้อป ซึงริมองแววตาจริงจังของท้อปอย่างซึ้งใจ อย่างน้อยๆ ก็ยังมีอีกคนที่ยังเข้าใจเค้า ...ร่างบางคิดในใจ ก่อนจะถลาลงไปกอดท้อปที่นั่งคุกเข่าอยู่ ซุกหน้าเข้ากับอกกว้าง แล้วร้องไห้อย่างต้องการที่พึ่ง ท้อปลูบหัวร่างบางไปมา ก่อนจะกระซิบออกมาเบาๆ

“ พี่ชายคนนี้จะดูแลนายเอง.....ซึงริ นายต้องผ่านมันไปได้ เชื่อสิ ”

#
#
#
#


ภายในห้องมืด ที่ถูกผ้าม่านสีดำทะมึนผืนใหญ่ปิดปังแสงสว่างจากด้านนอกไว้อย่างมิดชิด ทั้งๆ ที่เป็นเวลากลางวันแท้ๆ แต่ภายในห้องกลับดูไร้แสงสว่างเลย แม้แต่ความมีชีวิตชีวาสักนิดก็หาไม่ได้ กระป๋องเบียร์เป็นสิบกระป๋องที่ถูกดื่มแล้วบีบกระป๋องเปล่านั้นจนไม่เลือกรูปลักษณ์ของความเป็นกระป๋องกองระเนระนาดอยู่เต็มพื้นห้องไปหมด มุมหนึ่งของห้องมีควันของบุหรี่กลิ่นเมนทอลลอยขึ้นเป็นระยะๆ โคมไฟสีแดงบนหัวนอนที่แทบไม่ได้ช่วยให้ห้องสว่างขึ้นแต่ก็ยังทำให้มองเห็นคนบางคนที่นั่งจมทุกข์อยู่ข้างเตียง ทั้งเนื้อทั้งตัว มีเพียงเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงบ็อกเซอร์เท่านั้น ผมสีทองที่ไม่ได้ผ่านการทำความสะอาด ถูกมัดจุกไว้อย่างลวกๆ รอบๆ ขอบตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยรอยคล้ำเพราะไม่ได้ผ่านการหลับนอนมาตลอดห้าหกวันที่ผ่านมา

เสียงเคาะประตูของป้าแม่บ้านคนสนิทดังขึ้นอีกครั้ง ร่างผอมก็ได้แต่เมินเฉยไม่ได้ยินเสียงนั้นไป ถ้าเกิดใครมาเห็นเค้าในสภาพแบบนี้ ก็คงอดสมเพชไม่ได้ ริมฝีปากหนาสูดเอากลิ่นเมนทอลจากบุหรี่ยี่ห้อแพงเข้าปอด ไฟสีแดงเกิดขึ้นเล็กน้อยจากการเผาไหม้ของเจ้าแท่งสีขาวๆ เล็กๆ นั่น ... ถ้าจะถามตัวเองว่า ทำไมถึงได้อยู่ในสภาพแบบนี้ ควอนจียงจะตอบตัวเองได้รึเปล่า....

อย่างแรก ช็อค.....แน่นอนเป็นใครใครก็ต้องช็อค ที่อยู่ดีดี คนที่ตัวเองนอนอยู่ด้วยทุกวัน กลับไม่ใช่คนที่ตัวเองคิด และแน่นอน

......เสียใจ งั้นหรอ........ก็ใช่อีก ควอนจียงเสียใจ เพราะถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำไมความรักที่เค้ามีให้ใครสักคนอย่างจริงใจ จะต้องถูกล้อเล่นเพราะความไม่จริงใจของใครสักคนตลอดมา ครั้งแรก ผู้ชายคนหนึ่งหลอกเค้าเพื่อผู้หญิงที่รัก อีกครั้ง ผู้ชายคนหนึ่งหลอกเค้าเพื่อความสนุก...... ถึงแม้จะไม่อยากคิดอย่างนั้น เคยคิดอยู่บ้างว่า บางทีซึงริอาจจะสงสารเค้ามาก แต่กลับไม่ใช่ สิ่งที่จียงได้ยินจากปากซึงรินั้นยิ่งเป็นคำตอบได้อย่างนี้ และแน่ล่ะ มันทำให้เค้าเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก

......และแม้แต่เพื่อนของเค้าเอง ก็ยังปิดปากเงียบ

.......ถึงตอนนี้แล้ว ยังมีอะไรอีกรึเปล่าที่เค้ารู้ แล้วมันไม่ใช่เรื่องจริง จียงคิดในใจพลางหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บ้านของท้อปเมื่อห้าหกวันก่อนอีกครั้ง

ยอมรับว่าตั้งแต่แรก เค้ารับไม่ได้ ที่รู้ความจริง แต่ไม่รู้เหตุผลอะไรที่ทำให้เค้า ไปอยู่ที่นั่นได้ หลังจากที่ได้รู้ความจริง ในใจเพียงแค่อยากรู้ว่า ซึงริไม่ได้ตั้งใจจะหลอกเค้า เพื่อนของเค้าไม่ได้ตั้งใจจะปิดปัง มันคงต้องมีเหตุผลมากกว่านั้น จียงเชื่ออย่างนั้นจึงได้ไปที่นั่น แต่แล้วไปถึง กลับเห็นคู่กรณีนอนหลับสบาย ทั้งยังมีเพื่อนที่สนิทกันกำลังจูบกระหม่อมกันอย่างหวานชื่น อารมณ์ของเค้าก็เปลี่ยนไป ถึงจะรู้อยู่เต็มอกแล้วว่าคนที่นอนอยู่นั่น ไม่ใช่ซึงฮยอน แต่พอได้รู้ว่า ผู้ชายคนนั้น คือคนที่เค้าเป็นเจ้าของทางร่างกายมาตลอด ภาพที่เห็นมันก็ทำให้โมโหขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก จากที่จะไปเคลียร์กันดีดี กลับสร้างสงครามน้ำลายกันยกใหญ่

....ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันคืออะไร ทำไมถึงได้รู้สึกโมโหกับสิ่งที่เห็น ทั้งๆ ที่ก็บอกตัวเองอยู่ตลอดว่า ไม่ได้รักซึงริ แต่คนที่รักคือซึงฮยอนต่างหาก ตอกย้ำตัวเองอยู่เสมอว่า ความรักมันแทนกันไม่ได้ ถึงร่างกายจะแทนกันได้ แต่จิตใจก็แทนกันไม่ได้อยู่ดี

แต่ทำไมก็ยังอดคิดถึงหน้าเด็กคนนั้นไม่ได้ เด็กผู้ชายคนนั้น คิดถึง......อยากเจอ อยากจูบ อยากกอด อยากสัมผัสเหมือนที่เคยทำ ...........คนที่เค้าคิดถึงคือใครกันแน่ บางทีจียงเองก็อาจจะรู้คำตอบดีอยู่แก่ใจ แต่เพียงแค่เค้าไม่ยอมรับมันเท่านั้นเอง

แอด~

เสียงประตูถูกเปิดออกทำให้จียงต้องหันไปตามเสียงนั้น คิ้วหนาขมวดกันอย่างไม่พอใจ .....ก็ล็อคห้องไว้ไม่ใช่รึไง นี่ป้าซูยอนปล่อยให้ใครเข้ามาได้นะ

“ กูเอง ขอเข้าไปหน่อยนะ ” ยองเบเอ่ยเรียบๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนต้องไม่พอใจ แขนล่ำปิดประตูกลับไปดังเดิม แล้วเดินตรงเข้าหาจียงที่ยังคงไม่เขยื้อนไปไหน เดินสะดุดกระป๋องเบียร์ที่ระเนราดอยู่ที่พื้นเล็กน้อย เลยตัดสินใจเดินกลับมาเปิดไฟที่สวิตซ์ข้างประตู แสงไฟนีออนทำให้เค้าได้เห็นสภาพห้องที่ไม่สามารถเรียกได้ว่า นี่คือห้องคน ถึงจะเป็นห้องคน ก็คงเป็นสลัมดีดี รึไม่ก็สภาพไม่ได้ต่างจากบ้านคนยากจนใต้สะพาน มองตรงไปที่เจ้าของห้อง ก็เห็นเพื่อนหยีตาเพราะแสงไฟอยู่

“ ใครให้มึงเปิดไฟ อีกอย่าง ใครให้มึงเข้ามาด้วย ”

ยองเบไม่ตอบอะไร แล้วหรี่ความสว่างของหลอดไฟให้มืดลง ตามความต้องการของเพื่อน แต่ก็ไม่ปิดมันดังเดิม ก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างๆ จียง

“ มึงโอเคมั้ย.... ” คำพูดสั้นๆ ถูกส่งไปให้คนที่นั่งข้างๆ

“ ไม่ ” คำตอบสั้นๆ จึงถูกตอบกลับไปเช่นกัน จียงพูดเบาๆ ก่อนพิงหัวลงกับไหล่บึกของยองเบ เพราะความเป็นเพื่อนกันมาถึงสิบปีหรอกนะ เค้าถึงได้ไม่รู้สึกโกรธยองเบเลย

“ มึงโกรธที่กูไม่ได้บอกมึงรึเปล่า ”

“ เปล่า ” แท่งบุหรี่เล็กๆ ถูกเอามาจ่อที่ปากอีกครั้งเมื่อพูดจบ ยองเบเห็นจึงคว้ามันออกไป

“ เลิกดูดได้แล้วน่า ”

“ ...... ” จียงไม่แย่งเอาบุหรี่คืน แต่กลับเอื้อมมือไปหยิบกระป๋องเบียร์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงมาซดแทน

“ ไอ้จียง ”

“ ทำไม ”

“ มึงรักซึงริรึเปล่า ”

“ เปล่า ” จียงตอบกับมาทันทีอย่างไม่คิดอะไร ร่างผอมเอนตัวลงนอนกับเตียงอย่างเหนื่อยล้า ในขณะที่ยองเบก็มองตาม

......ที่มา ไม่ใช่แค่เป็นห่วงอาการเพื่อนอย่างเดียว หลังจากที่ได้รู้เรื่องจากท้อปแล้ว เค้าก็อยากจะมาบอกความจริงอีกอย่างกับจียง เพราะถ้าไม่ใช่อาการของอีกฝ่ายจะแย่ไม่ต่างกัน เค้าก็คงจะปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างนี้ สักวันทุกคนคงทำใจได้เอง แต่คำพูดของท้อปที่พูดในขณะมองซึงริที่นอนจมความทุกข์อยู่กลับบีบบังคับให้เค้าต้องทำอย่างนี้.......’กูอยากเห็นซึงริมีความสุขว่ะ ......แต่กูให้ความสุขเค้าไม่ได้นี่สิ..’

“ ซึงริไม่ได้ทำไปเพราะสนุกหรอกนะจียง.... ” ยองเบเอ่ยเสียงเรียบ

“ ......... ”

“ เค้าทำไปเพราะมึง เค้ารักมึง.... ”

“ แต่ซึงริไม่ใช่ซึงฮยอน ”

“ ถูก ซึงริไม่ใช่ซึงฮยอน และถ้าเป็นซึงฮยอน หมอนั่นก็ทำอย่างที่ซึงริทำตอนอยู่กับแกไม่ได้แน่ ”

“ ........ ” จียงนอนมองเพดานอย่างสับสนไปหมด เค้าไม่รู้แล้วว่าต้องรู้สึกยังไงกับสิ่งที่ได้รับรู้

“ แต่กูไม่ได้รักซึงริ ” .........ก็ความรักมันแทนกันไม่ได้อย่างนั้นไม่ใช่หรอ

“ อย่าปฏิเสธใจตัวเองดิจียง ถ้ามึงไม่ได้รู้สึกอะไรกับซึงริสักนิด ทำไมมึงต้องอยู่ในสภาพนี้ มึงกำลังบอกตัวเอง ซึงริไม่ใช่ซึงฮยอน ย้ำกับตัวเอง อย่างนั้นอย่างนี้.....ทำไมวะ ทำไมไม่คิดแค่ว่าเค้าเป็นคนที่อยู่กับมึง ให้ความสุขกับมึง คนๆ นั้น ที่ตอนนี้มึงกำลังคิดถึงด้วยซ้ำ ”

“ ......... ” คงเป็นเพราะเป็นเพื่อนกันมานาน ยองเบถึงได้เดาความคิดของจียงออกหมด จียงจ้องกลับสายตาของเพื่อนอย่างสับสน

“ ......กูควรจะทำยังไงดีวะ .....ยองเบ ” น้ำเสียงที่ไม่ได้ปกปิดความอ่อนแอเลยสักนิดหลุดออกจากปากจียงอย่างยากลำบาก ยองเบเหมือนจะพูดอะไรกลับไป แต่ก็มีเสียงใครบางคนขัดขึ้นมาก่อน พร้อมๆ กับเสียงเปิดประตูห้องเข้ามา

“ มึงก็แค่.......รักซึงริไง ”

“ .......ไอ้ท้อป! ”


#
#
#
#
โปรดติดตามตอนต่อไป

[LFY] I Know Nothing Else But Love {Chap9}

itle :: I know nothing else but love
Author :: zime_ii
Paring :: GD x VI


-Chapeter 9-



ท่ามกลางความวุ่นวายของช่วงเช้าของวัน เด็กนักเรียนเดินกันให้พลุกพล่านเพื่อที่จะรีบไปโรงเรียน คนทำงานก็ไม่ต่างกันที่รีบวิ่งขึ้นรถประจำทางเพื่อจับจองพื้นที่นั่งของตัวเอง และการจราจรที่ติดขัดสำหรับคนที่มีรถเป็นของตัวเอง ต่างคนก็ต่างเอาสิ่งที่ต้องทำมาทำในเวลานี้ทั้งนั้น ผู้หญิงทำงานบางคนก็แต่งหน้าบ้าง บางคนก็ทานอาหารเช้าบ้าง แต่ในมุมหนึ่งของบรรยากาศอันวุ่นวายนี้ ก็ยังมีผู้ชายคนหนึ่งกับกระเป๋าเดินทางของเค้า เดินอย่างไร้เรี่ยวแรง

“ เห้อ.... ”

ถอนหายใจรอบที่ร้อย ซึงริออกจากคอนโดของจียงมาได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว และตอนนี้ เค้าเองกำลังคิดถึงจุดหมายปลายทางที่เค้าควรจะไป

......แล้วทำไมไม่รอพี่เทมโป้มารับนะ ไม่อ่ะ ไม่มีทาง ไปกับพี่เทมโป้ก็ยังต้องเจอพี่จียงอยู่ดี แล้วอย่างนั้นเราจะตัดใจจากเค้าได้ยังไง ...... คิดในใจแล้วเดินไปยืนริมฟุตบาท มองหารถแท็กซี่ทันที

......ไปที่คอนโดซึงฮยอนล่ะกัน ........อ้ะ ไม่ได้สิ เดี๋ยวพี่จียงก็ต้องไปตามซึงฮยอนที่นั่น เห้อ ...แล้วจะไปไหนดีอ่ะ กลับกวางจูไปหาพ่อกับแม่งั้นหรอ...

มือบางยื่นออกไปนอกถนนเพื่อเรียกรถแท้กซี่ สายตาเหม่อออกไปไกล ถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีก ไม่นานก็มีรถคันหนึ่งจอดเทียบตรงหน้าเค้า เพราะความเหม่อลอยเลยทำให้เค้าไม่ได้สนใจ คนเก๋งสีดำมียี่ห้อเลยบีบแตรเรียกสติร่างบางเป็นการใหญ่

ซึงริสะดุ้งเล็กน้อย ......ไม่ใช่รถแท็กซี่สักหน่อยนิ

กระจกรถค่อยๆ เลื่อนลงช้าๆ ไม่นานผู้ชายที่นั่งอยู่ตำแหน่งคนขับชะโงกหน้าออกมองร่างบาง

“ แดซอง.... ” ซึงริพูดเบาๆ กับตัวเองอย่างกลัวคนในรถจะได้ยิน

“ ซึงฮยอน~~ มาทำอะไรตรงนี้อ่ะ ขึ้นมาดิ นายจะไปไหนอ่ะ ” แดซองมองหน้าซึงริอย่างสงสัย แต่ก็ขยับตัวเปิดประตูอีกฝั่งให้คนที่ยืนงงอยู่เหมือนกัน ซึงริ ย่นคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินแดซองเรียกชื่อนั้น

“ ฉันไม่ใช่ซึงฮยอน! ” ซึงริบอกแดซองออกไป ทำให้เค้ายิ่งทำหน้าสงสัยเป็นการใหญ่ แดซองมองกลับไปทางข้างหลังที่เค้าเพิ่งขับรถผ่านมา พลางคิดในใจ .....ก็แถวนี้มันบ้านพี่จียงนี่นา แล้วจะไม่ใช่ซึงฮยอนงั้นหรอ...

“ งั้นนายก็ พี่ชายฝาแฝดซึงฮยอน ซึงริน่ะหรอ ” แดซองเอ่ยถาม พลางมองไปยังรถข้างหลังที่เริ่มบีบแตรไล่เค้า

“ อื้อ นายรู้จักซึงฮยอนด้วยหรอ ”

“ อ่าฉันเป็นเพื่อนมันน่ะ เอ่อ ...งั้นนายจะไปไหนอ่ะ เดี๋ยวฉันไปส่งก็ได้นะ ”

“ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันเรียกแท็กซี่ไปเองก็ได้ ”

“ เอาน่า ไม่เป็นไรหรอก ขึ้นมาก่อนเถอะ รถข้างหลังบีบแตรไล่ใหญ่แล้ว ”

ซึงริสองจิตสองใจ แต่ก็ต้องยอมขึ้นไปแต่โดยดี เพราะคนในรถข้างหลังรถของแดซองเริ่มออกอาการไม่พอใจ เปิดหน้าต่างอาละวาดใหญ่ เมื่อขึ้นรถมาได้ แดซองก็บึ่งรถออกไปอย่างรวดเร็ว

ระหว่างทางทั้งรถจึงเงียบสงัด แดซองเองก็ไม่รู้จะพูดอะไร ส่วนซึงริเองก็เหมือนกัน

“เอ่อ....นายเหมือนซึงฮยอนมากเลย”

“ หรอ...ก็เราเป็นฝาแฝดกันนี่นา ”

“ แฮะๆ นั่นสิเนาะ อ่า...แล้วนายจะไปไหนล่ะ ”

“ โทษนะ นายอย่าบอกใครนะว่าเจอฉันแถวนั้น ”

“ ทำไมอ่ะ ”

“......ก็”
ซึงริอึกอักๆ เล็กน้อย และไม่รู้จะตอบแดซองยังไงดี เพราะเค้าเองไม่อยากให้จียงสงสัยก็เท่านั้น อีกอย่างตอนนี้เค้าเองก็ไม่อยากจะเจอท้อป รู้สึกอึดอัดกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด แค่อยากจะหนี หนีไปให้พ้นๆ จากเรื่องราวพวกนี้สักที แค่ไม่อยากจะรู้สึกแย่ไปกว่านี้ก็เท่านั้น

กริ๊ง กริ๊งงง ~

โชคดืที่เสียงโทรศัพท์ของแดซองดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ซึงริถอนหายใจโล่งอก แล้วหันไปมองแดซองที่กำลังรับโทรศัพท์อยู่

“ อ่าฮยอง มีไรอ่ะ จะออกไปไหนนะ ....อ่อ หรอ คือจะให้ฉันเข้าไปเอาของหรอ....ตอนนี้อ่ะนะ ....ก็ได้อ่ะพี่ ก็อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ อ้อ โอเค งั้นเดี๋ยวเจอกันละกัน ”

“ ......... ”

แดซองวางหูลง แต่ก็ไม่ได้หันมาพูดอะไรกับซึงริ ยิ่งทำให้ร่างบางอึดอัดไปใหญ่ ใจหนึ่งก็อยากจะถามว่าใครโทรมา แล้วจะไปเอาอะไร แต่มันก็จะดูเสียมารยาทไปหน่อย อีกอย่างในตอนนี้เค้ากลับมาเป็นซึงริตัวของเค้าเองแล้วด้วย และเพราะซึงริไม่ได้เป็นเพื่อนกับแดซองเหมือนที่ซึงฮยอนเป็น

“ เอ่อ นายคิดได้รึยังว่าจะให้ฉันไปส่งที่ไหน ” แดซองโพร่งทำลายความเงียบ

“ ไม่รู้สิ นายกำลังจะไปไหนล่ะ ”

“ ฉันกะว่าจะไปซื้อของสักหน่อย แต่เมื่อกี้พี่ท้อป ....อ้อ พี่ท้อป พี่ท้อปนี่นา เดี๋ยวฉันไปส่งนายกับพี่ท้อปก็ได้ ”

“ ห๊ะ ไม่ได้นะ! ” ซึงริพูดออกมาอย่างตกใจ

“ ทำไมอ่ะ ก็นายกับพี่ท้อป.... ”

“ ไม่ได้อ่ะ ฉันไปหาพี่ท้อปไม่ได้ ”

“ ทำไมอ่ะ นายนี้แปลกๆ นะ ไม่เป็นไรหรอก ผับพี่ท้อปอยู่ซอยหน้านี้แล้ว ไม่ทันแล้วล่ะ ”

“ เห้อ ไม่ได้อ่ะ ฉันไม่อยากไปเจอเค้า ”

“ เอ้า นายกับพี่เค้าเป็นแฟนกันไม่ใช่รึไง ”

“ แฟนเก่า!! นี่ โทษนะ ถ้างั้นนายจอดรถตรงนี้เลย ฉันจะลงตรงนี้แหละ ขอบใจมากที่ให้ติดรถมาด้วย “ ซึงริยืนยันเสียงแข็ง พร้อมๆ กับทำท่าทางจะเปิดประตูรถออกไป

“ เห้ย อย่าๆๆๆ งั้น เอางี้ๆ นายรออยู่ในรถก็ได้ ไม่ต้องลงไป เสร็จแล้วเดี๋ยวฉันไปส่งนายต่อ โอเคปะ ” แดซองรีบพูดเป็นพัลวันเพราะกลัวว่าซึงริจะเปิดประตูออกไปจริงๆ ซึงริอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เค้ากลับมานั่งในท่าปกติเหมือนเดิม

“ แต่ นายห้ามบอกพี่ท้อปนะว่า ฉันมากับนายอ่ะ ”

“ ทำมะ... ”

“ ไม่ต้องถามได้มั้ยว่าทำไม นี่มันเรื่องของฉัน ” ซึงริพูดขัดขึ้นทันทีที่แดซองจะอ้าปากพูด แดซองหันหน้ามาแสดงความไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปที่ที่จอดรถของผับ

“ โอเคๆ ได้ งั้นนายรถอยู่ในรถนี่ละกัน ฉันลงไปเอาของเดี๋ยวเดียวคงกลับมา ”

“ อือ ”

แดซองลงจากรถ แล้วเดินเข้าไปในผับ ซึงริจึงได้แต่นั่งรออยู่ในรถอย่างกังวล เค้าเอนเบาะนอนลงเพื่อที่จะได้ไม่มีใครมาเห็นเค้าอยู่ในรถ สักพักใหญ่ๆ ผ่านไป ก็ไม่มีวี่แววว่าแดซองจะกลับมา ซึงริจึงตัดสินใจออกจากรถและคิดว่าจะออกไปจากที่นี่เอง แต่ไม่ทันจะเดินพ้นจากรถได้ถึงเมตร สายตาก็ดันหันสะดุดเข้ากับรถคันหนึ่งที่เข้ามาเทียบจอดข้างๆ กันกับรถแดซองซะก่อน รถมินิที่มีกระจกใสมองเห็นคนขับได้ชัดเจน

ม่านตาของซึงริเบิกกว้าง .......นั่นพี่ยองเบนี่นา แล้วพี่เค้าไม่ได้ไปหาพี่จียงหรอกหรอ

ร่างบางรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก ซึงริไม่รู้แม้แต่ว่าจะทำยังไงต่อไปดี มองซ้ายมองขวา กลัวว่าจะมีใครมาเจอเป็นที่สุด แต่ไม่รู้ว่าโชคจะเข้าข้างซึงริรึเปล่าที่เค้าดันยืนอยู่ใกล้ประตูทางเข้าของผับ เมื่อไม่เห็นทางเลือกอื่นแล้ว ซึงริจึงต้องตัดสินใจเข้าไปในผับก่อนทันที

.......เข้าไปแอบในผับก่อนก็คงจะไม่เป็นไรหรอกมั้ง

.
.
.

ผมนั่งลงหลบข้างหลังโซฟาตัวใหญ่ไม่ไกลจากประตูมากนัก ไม่นานพี่ยองเบก็เดินเข้ามาในผับ แสงสว่างที่ลอดเข้ามาจากการเปิดประตูทำให้ผมต้องหรี่ตาลง โชคดีที่ตอนนี้เป็นเวลากลางวัน ผับทั้งผับจึงปิดไฟหมด ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลาเช้ามาก เลยยังไม่มีใครมาทำงานกัน ถ้าจะว่าไปตอนนี้ทั้งผับ คงมี แต่ผม พี่เทมโป้ แดซอง แล้วก็พี่ยองเบเท่านั้น

ผมชะโงกแอบมองยองเบที่เดินเข้าไปด้านในของผับ แล้วย้ายตัวเองไปอยู่หลังโซฟาอีกตัว หวังว่าคงไม่มีใครสังเกตุเห็นผมหรอกมั้ง ผมมองตามพี่ยองเบไป แล้วจู่ๆ แดซองก็เดินออกมาจากห้องอะไรสักอย่างที่อยู่ใกล้กับเวทีที่ผมขึ้นไปร้องเพลงเมื่อวานนี้

“อ้าว พี่ยองเบ มาไมอ่ะ” ดูเหมือนแดซองจะตกใจที่เห็นพี่ยองเบ

“ เมื่อวานนี้ฉันทำโทรศัพท์ตกไว้อ่ะดิ หลีกดิ จะเข้าไปเปิดไฟในห้อง ” หือ เมื่อกี้พี่ยองเบว่าไงนะ จะเปิดไฟ ให้ตายสิ แล้วงี้ผมจะไปแอบที่ไหนอ่ะ แต่เดี๋ยวนะ พี่ยองเบบอกว่า ทำโทรศัพท์ตกเอาไว้ แล้วที่พี่ยองเบส่งข้อความมาหาพี่จียงเมื่อคืนล่ะ ....อ่า คงใช้เครื่องอื่นส่งล่ะมั้ง

ผมแอบมองพี่ยองเบกับแดซองอยู่หลังโซฟาไม่ไกลจากตรงนั้นมากนัก แต่ก็ไม่ได้ไกลจากประตูเท่าไหร่เหมือนกัน แดซองหลีกทางให้พี่ยองเบ เดินเข้าไปในห้องนั้น ก่อนจะเดินตามพี่ยองเบเข้าไป สักพักผมก็รู้สึกเหมือนมีแสงสว่างมาต้องตาผมอีกครั้ง
แต่มันไม่ใช่แสงสว่างจากหลอดไฟที่พี่ยองเบบอกว่าจะเปิด มันเป็นแสงสว่างจากธรรมชาติที่ลอดเข้ามาจากการเปิดประตูต่างหาก ผมหันหน้ามองไปทางประตูทันที แล้วผมก็ต้องอ้าปากค้าง

พี่จียงยืนอยู่ที่ประตูด้วยใบหน้าที่ดูยุ่งเหยิงมาก ใช่ ผู้ชายคนนั้น คือพี่จียง ........ให้ตายสิ ผมควรจะทำยังไงดี ถ้าเกิดพี่ยองเบเปิดไฟขึ้นมาตอนนี้ล่ะก็ พี่จียงต้องเห็นผมแน่ๆ ผมจะทำยังไงดี....

พี่จียงเดินตรงเข้าไปด้านในของผับ เค้าเดินค่อยๆ เดินผ่านตรงที่ผมซ่อนอยู่ไป พ้นไปเพียงไม่ถึงห้าเมตร ก็ถึงทางเลี้ยวที่จะเข้าไปในห้องนั้น ห้องเดียวกันกับที่แดซองออกมา ถ้าเกิดตอนนี้พี่จียงหันมาทางซ้ายล่ะก็ เค้าต้องเห็นผมแน่

ยังไม่ทันคิดอะไร ผมก็ถูกใครสักคนจับไหล่ทั้งสองข้างจากด้านหลัง จับผมให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะผลักผมนอนลงบนโซฟาอีกด้านหนึ่ง ผู้ชายคนนั้น คร่อมผมไว้ แล้วประทับริมฝีปากเข้าที่ต้นคอ เพราะความมืดผมเลยมองไม่เห็นว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร แต่ก่อนที่จะพูดอะไร ผู้ชายคนนี้ก็กระซิบขัดผมซะก่อน

“ ซึงริ อยู่เฉยๆ ก่อน ไอ้จียงมันกำลังมองมาทางนี้ ”.......พี่เทมโป้!

..
..

ไม่ทันที่ร่างบางจะตกใจกับการปรากฏตัวของท้อปอย่างกระทันหัน ไฟในผับทั้งหมดก็ถูกเปิดขึ้น แล้วก็เป็นอย่างที่ท้อปพูด จียงกำลังมองมาทางเค้าทั้งสองคน ถึงร่างบางจะมองไม่เห็นเพราะนอนราบอยู่กับโซฟาก็เถอะ แต่เค้าก็มีความรู้สึกได้ ซึงรินอนสั่นเบาๆ เพราะความกลัวในอ้อมกอดของท้อป ร่างสูงทำเป็นไม่สนใจแล้วกระซิบข้างหูซึงริอีกครั้ง

“ ถ้าไม่อยากให้จียงจับได้ ทำตามที่พี่ทำเข้าใจมั้ย ” ซึงริพยักหน้าเบาๆ เพราะตอนนี้สติสตางค์ไม่ได้อยู่กับตัวแล้ว เค้าแค่กลัวว่าพี่จียงจะจำเค้าได้ก็แค่นั้นเอง ทันทีที่ซึงริพยักหน้า ท้อปก็ประทับริมฝีปากของเค้าเข้าหาริมฝีปากบางทันที ซึงริขัดขืนเล็กน้อย ท้อปจึงบีบแขนของซึงริเบาๆ ร่างบางจึงยอมอ่อนตาม

ในขณะเดียวกันจียงก็เดินมุ่งหน้ามาหาเค้าทั้งคู่ ยืนมองสองคนที่กำลังจูบกันอย่างออกรส ก่อนจะแผดเสียงเรียกซึงริลั่น

“ อีซึงริ !!!!! มึงหยุดเดี๋ยวนี้เลยไอ้ท้อป ”

ท้อปถอนริมฝีปากออกจากน้องอย่างอ้อยอิ่ง แล้วเงยหน้ามองจียงด้วยแววตาเสียอารมณ์ที่สุด ก่อนจะลุกขึ้นจากร่างบางแล้วขยับไปนั่งข้างๆแทน

“ มีไรมึง ขัดจังหวะกูที่สุด ” ท้อปหันไปถามจียงที่กำลังยืนจ้องหน้าซึงริอย่างนิ่งงัน เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ ที่เค้าเจอร่างบางในฐานะซึงริ ซึงริในสภาพที่ไม่ได้ต่างจากคนเมื่อคืน คอเสื้อที่ถูกท้อปปลดกระดุมออกเผยให้เห็นรอยจูบให้ทั่วคอ ริมฝีปากแดงช้ำที่เพิ่งผ่านการจูบมาสดๆ ร้อนๆ จียงกัดริมฝีปากอย่างลังเล

.....ทำไม ถึงได้เหมือนกันอย่างนี้.....

“ ลุกขึ้นมาก่อนมา ซึงริ ” ท้อปหันไปบอกซึงริ แล้วพยุงตัวน้องขึ้น ก่อนจะจัดการติดกระดุมให้ร่างบางด้วย

“ นี่จียง เพื่อนพี่เอง มันเป็นแฟนกับซึงฮยอน ” ซึงริที่ในตายังมีความกังวลอยู่เล็กน้อย พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วมองไปทางจียงตามที่พี่ท้อปแนะนำ เค้ามองพี่จียงแล้วก็พบว่าในมือของผู้ชายที่ยืนตีหน้าโกรธอยู่ตอนนี้กำลังถือโน้ตและเช็คที่เค้าทิ้งไว้ให้เมื่อเช้า

“ เมื่อวานนี้นายพูดอะไรกับซึงฮยอน ทำไม.... เค้าถึงหนีฉันไป ” จียงไม่รอให้ซึงริพูดอะไร แล้วพูดสิ่งที่ต้องการจะพูดออกมาก่อนด้วยน้ำเสียงสั่น และน้ำตาคลอเบ้า ท้อปเห็นเช่นนั้นก็บีบมือบางไว้แน่น เพื่อให้ผ่านไปให้ได้ ไม่นานยองเบกับแดซองก็วิ่งมาสมทบ

“ ใครหนีใครวะจียง ” ยองเบมาถึงตัวจียงเลยรีบถามทันที เจ้าตัวเลยหันไปหาเพื่อน แล้วยื่นของที่อยู่ในมือให้ ยองเบรับโน้ตไปเล็กๆ ขึ้นมาอ่านเบาๆ

‘ขอโทษด้วยนะฮะพี่จียง ถ้าผมอยู่ต่อนานกว่านี้ ผมคงจะไม่กล้าสู้หน้าจูอึนแน่ๆ .....ผมคงทรยศเธอไม่ได้’

น้ำตาลูกผู้ชายของจียงหยดลงเบา เค้าไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย ยองเบดูเช็คในมือแล้วเงยมองหน้าซึงริ ทันทีซึงริก็หลบสายตาเค้าอย่างรวดเร็ว แดซองพูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองไปทางซึงริเช่นเดียวกัน ซึงริก็คงรู้สึกได้ว่าตอนนี้แดซองกำลังสงสัยเค้าอยู่ ท้อปบีบมือซึงริไว้แน่น เพราะเห็นว่าร่างบางกำลังจะแย่เพราะเห็นจียงร้องไห้

ซึงริพยายามดึงมือตัวเองออกจากท้อป แล้วยืนขึ้นประจันหน้ากับจียง

“ ผมต้องขอโทษแทนซึงฮยอนด้วย ที่สร้างความวุ่นวายให้คุณ.... ”

“ นายบีบบังคับให้ซึงฮยอนต้องไปจากฉันใช่มั้ย! ”

“ ....จูอึนเธอป่วยหนัก คุณเองก็น่าจะรู้ไม่ใช่หรอครับ อีกอย่างผมเองก็ทนไม่ได้เหมือนกันที่ต้องเห็นน้องชายทุกข์ใจ ”

“ นายหมายความว่ายังไง ” จียงกระชากคอเสื้อร่างบางเข้าหาตัว ซึงริหันหน้าหนีไปอีกทางแล้วพยายามอย่างมากที่จะกลั้นน้ำตาไว้

.......อีกนิดเดียว น้ำตามันจะไหลออกมาแล้ว ปล่อยผมเถอะฮะพี่จียง แค่นี้ผมก็รู้สึกแย่มากพอแล้ว อย่าให้ต้องโกหกอะไรมากไปกว่านี้เลย.......

“ เห้ยจียง พอเหอะน่า มึงเองก็น่าจะรู้ดีว่าเรื่องของมึงกับซึงฮยอนควรจะจบลงยังไง ” ท้อปพูดพรางผลักจียงออกจากซึงริ จียงสบถออกมาเบาๆ ก่อนจะถามอะไรบางอย่างออกมา พร้อมๆ กับที่ซึงริพูดบางอย่างออกมาเช่นกัน

“ ซึงฮยอนอยู่ที่ไหน ” จียง

“ ผมขอตัวก่อนนะฮะ ” ซึงริ

ซึงริหันหลังจะเดินหนีจากตรงนั้น แต่ก็ต้องชะงักกับคำถามที่ได้รับซะก่อน ความเงียบเข้าปกคลุม จนจียงต้องตวาดเสียงขึ้นถามอีกรอบ

“ ฉันถามว่าซึงฮยอนอยู่ที่ไหน !! ”

“ อยู่อังกฤษ มึงก็ไปหาเค้าที่อังกฤษสิ ” ไม่ใช่คำตอบของซึงริ แต่เป็นจากปากของยองเบ ซึงริที่ยืนหันหลังให้ทุกคนหลับตาลงแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาช้าๆ ก่อนจะเดินหน้าออกมา ท้อปจึงรีบเดินตามซึงริไปทันที

“ เดี๋ยวก่อนท้อป กูอยากคุยกับพวกมึงสองคน ” ยองเบพูดแทรกขึ้น ท้อปเลยหันมาบอกว่า

“ ไปเจอกูที่บ้านละกัน ” พูดจบ เค้าก็ดึงเอามือซึงริออกไปจากผับทันที


#
#
#
#


‘ไปอังกฤษ แล้วมึงจะรู้ความจริงทุกอย่าง’

‘มึงหมายความว่ายังไงยองเบ’

‘เออน่ะ กูพูดไรไม่ได้ กูไม่อยากทะเลาะกับไอ้ท้อป..’

‘แล้วทำไมมึงจะต้องทะเลาะกับไอ้ท้อป’

‘จียง เรื่องนี้มึงต้องหาคำตอบให้ตัวเอง กูไปล่ะนะ’

จียงจอดรถที่หน้าบ้านของพ่อแม่ แล้วซบหน้าลงกับพวงมาลัยอย่างเหนื่อยล้า

.....คำพูดของยองเบยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของผม ยองเบบอกให้ผมไปอังกฤษ ยองเบบอกว่าพูดอะไรไม่ได้ ทั้งหมดนี่มันหมายถึงอะไรกัน ผมรู้สึกสับสนไปหมด ตอนที่ผมเจอซึงริครั้งแรก ใจผมแทบล่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ซึงริเหมือนกับซึงฮยอนอย่างกับคนเดียวกัน แล้วยิ่งรอยจูบที่คอนั่นด้วย เค้าเหมือนกับคนที่อยู่กับผมเมื่อคืนไม่มีผิด ฮ่ะ นี่ผมคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้นะครับ มันจะไปแปลกอะไรเพราะเค้าเป็นฝาแฝดกันนี่ อีกอย่างสิ่งที่ท้อปทำกับซึงริ ก็เห็นได้ชัดอยู่แล้วว่ารอยจูบพวกนั้นมาจากไหน แต่ใจผมก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า เค้าเหมือนกับคนที่อยู่กับผมเมื่อคืน บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ท้อปไม่ยอมบอกว่าซึงฮยอนมีฝาแฝดก็ได้ ผมเคยคิดว่าผมคงไม่ระแวง แต่ถ้าเอาเข้าจริง ผมก็บอกไม่ถูกแฮะ แค่เห็นแบบเมื่อกี้ ยังตกใจไม่หายเลย แปลกจังที่ไอ้ท้อปมันอดทนเห็นซึงฮยอนมาได้ตั้งนาน มันคงคิดถึงซึงริของมันน่าดู.....

จียงถอนหายใจ แล้วเดินลงจากรถ ป้าซูยอนจึงวิ่งเข้ามาต้อนรับทันที

“ อ้าวคุณหนู จะมาทำไมไม่บอกป้าก่อนล่ะคะ เอ๊ะ แล้วคุณซึงฮยอนไม่ได้มาด้วยหรอคะ ” ป้าซูยอนชะโงกหน้ามองเข้าไปในรถ แล้วถามคุณหนูของเธอ จียงยิ้มเศร้าๆ ก่อนตอบป้าซูยอนไป

“ ผมว่าผมจะไปอังกฤษสักพักน่ะครับ ที่มา กะว่าจะมาเก็บของ ” คำตอบที่ไม่ได้ตรงกับคำถามทำเอาป้าแม่บ้านมีอายุชะงักไปเล็กน้อย

“ ไปอังกฤษหรอคะ เอ๊ะ จะว่าไป มีพัสดุจากอังกฤษส่งมาให้คุณหนูด้วยนะคะ ”

“ พัสดุหรอครับ ? ” จียงหันกลับไปถามป้าแม่บ้านที่เดินเข้าบ้านข้างๆ กันอย่างแปลกใจ

“ ค่ะ เพิ่งมาถึงเมื่อเช้านี้เอง ป้าคิดว่าจะให้คนรถเอาไปให้คุณหนูที่คอนโดอยู่พอดีเชียว ”

“ งั้นหรอครับ.. ”

“ อ่า ป้าวางไว้ที่โต๊ะด้านใน อ่ะนั่นไง ” เมื่อเดินถึงภายในตัวบ้าน ป้าซูยอนก็เดินไปที่โต๊ะเอกสารที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากประตูบ้านเท่าไหร่ ก่อนจะหยิบเอากล่องพัสดุเล็กๆ เดินกลับมาให้จียง จียงรับพัสดุนั้นมาด้วยความแปลกใจ แล้วเดินขึ้นมาบนห้องของตัวเอง

ปัง เสียงปิดประตูห้องดังขึ้นเบาๆ ร่างผอมนั่งลงที่ปลายเตียง แล้วค่อยๆ แกะกล่องพัสดุนั้นออกดู หน้ากล่องไม่มีชื่อผู้ส่ง หากมีแต่ชื่อเค้าที่เป็นผู้รับ ถูกเขียนขึ้นด้วยลายมือที่คล้ายจะเป็นลายมือวัยรุ่นของผู้หญิง

........อะไรกันนะ....... จียงคิดในใจในขณะที่แกะออกดู แล้วเค้าก็พบว่า สิ่งที่อยู่ในกล่องนั้นคือ เช็คธนาคารสี่ห้าใบ ที่เป็นชื่อของเค้าสั่งจ่ายให้กับอีซึงฮยอน

“ นี่มัน.....เช็คที่เคยเขียนให้ซึงฮยอนนี่นา ” จียงดูเช็คในมือที่ละใบก่อนวางลงข้างเตียง แล้วดูในกล่องต่อ ซึ่งเค้าก็พบกับเทปวีดีโอขนาดเล็กอีกหนึ่งอย่าง และไม่มีอะไรอีกแล้วอยู่ในกล่องนั้น มือหนาพลิกดูวีดีโอ ก่อนลุกขึ้นจากเตียง ใส่มันเข้ากับกล้องถ่ายวีดีโอ แล้วต่อเข้าทีวีขนาดใหญ่ที่อยู่ในห้องเค้า

“ วีดีโอ อะไรน่ะ ” พูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนคว้ารีโมท แล้วนั่งลงที่ปลายเตียงดั่งเดิม ภาพที่ขึ้นมาบนจอทำเอาเค้าแทบหยุดหายใจ....

เด็กสาวที่ท่าทางจะอายุน้อยกว่าเค้าในชุดของโรงพยาบาล สวมพันคอผืนอุ่นสีชมพู นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีผ้าห่มบางๆ วางคลุมอยู่บนตัก ผมสั้นสีน้ำตาลสว่างช่วยทำให้หน้าตาของเธอดูสดใสขึ้น อย่างแรกที่จียงสัมผัสได้ก็คือ เธอคนนี้มีเสน่ห์มากพอตัวทีเดียว ถึงแม้จะดูอวบๆ ไปสักนิด แต่ก็เป็นเพราะฤทธิ์ยาแน่ๆ ถ้าเดาไม่ผิด ผู้หญิงคนนี้คงจะเป็น ลีจูอึน......คนรักของอีซึงฮยอน

ดูเหมือนเธอจะกำลังถ่ายวีดีโอด้วยตัวของเธอเอง สถานที่ก็คงจะเป็นระเบียงของห้องพยาบาล เพราะเห็นได้ชัดว่าด้านหลังเป็นภายในห้อง มีเตียงคนไข้ เครื่องมือแพทย์ระโยงระยางเต็มไปหมด และเห็นหญิงสูงอายุคนหนึ่งกำลังง่วนจัดการกับอะไรสักอย่างอยู่ เธอยิ้มให้กับกล้อง แล้วเริ่มพูด

“ สวัสดีค่ะ.....พี่จียง ” เธอเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดต่อ

......เธอรู้จักเราด้วยอย่างนั้นหรอ

“ พี่.....คงตกใจที่ได้รับวีดีโออันนี้ ....จูอึนแค่อยากจะขอโทษพี่ ” เด็กสาวพูดเสียงสั่นๆ พรางก้มหน้าลงน้ำตาคลอเบ้า ริมฝีปากซีดๆ ยิ้มจางๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองกล้อง

“ ตอนที่จูอึนรู้ความจริง จูอึนก็ตกใจไม่น้อยเลยค่ะ จูอึนรู้สึกโกรธแทนพี่จียงมาก ....จูอึนไม่คิดว่าพี่ซึงฮยอนจะทำแบบนั้น พี่จียงคงเจ็บปวดน่าดู...... ”

“ พี่ซึงฮยอนยอมเล่าความจริงหลังจากที่มีคนเกาหลีคนหนึ่งอาสาออกค่ารักษาพยาบาลให้เราทั้งหมด แม่ของจูอึนสงสัยมาก ก็เลยเค้นกับพี่ซึงฮยอน แล้วเราก็รู้ว่า คนๆ นั้นคืออาของพี่.....มันยิ่งทำให้จูอึนรู้สึกผิด ”

“ จูอึนเป็นโรคที่ไม่รู้ว่าจะรักษาหายรึเปล่า สร้างความทุกข์ใจให้พ่อแม่ หนำซ้ำยังไม่พอ จูอึนยังทำให้พี่ซึงฮยอนต้องไปหลอกพี่เพื่อจูอึนอีกต่างหาก จูอึนไม่น่าเกิดมาเลยนะคะ ” เด็กสาวพูดเสียงสั่น จนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ มือบางรีบปัดน้ำตาออก แล้วยิ้มออกมาเบาๆ

“ แต่จูอึนก็คงปล่อยให้พี่ซึงฮยอนไปกับพี่ไม่ได้หรอกค่ะ........จูอึนไม่รู้ว่าจูอึนจะมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกนานเท่าไหร่ พี่คงจะรักพี่ซึงฮยอนมาก แต่จูอึนก็รักพี่ซึงฮยอนมากเหมือนกัน..... ”

“ เพราะงั้นจูอึนเลยคิดว่าควรจะส่งเงินทั้งหมดคืนให้พี่ และคำขอโทษนี้จากจูอึน ”

ควอนจียงพูดอะไรไม่ออกจนเด็กสาวพูดมาถึงตรงนี้ ขณะเดียวกันก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง เสียงเรียกเธอดังขึ้นมาแต่ไกล

“ จูอึนยา~ ” ไม่ผิดแน่ นั้นมันเสียงของซึงฮยอน จียงรีบเพ่งดูภาพในจอทันที ซึ่งเค้าก็พบว่าผู้ชายที่กำลังเดินเข้ามาหาจูอึนคือซึงฮยอน เด็กสาวรีบวางกล้องลงกับผ้าห่มผืนบางที่คลุมหน้าตักของเธออยู่ แต่ภาพก็ยังถูกถ่ายมาได้โดยไม่เห็นใบหน้าของใครเลย

ซึงฮยอนกอดเข้าที่ด้านหลังของจูอึน

“ ทำอะไรอยู่หืมม ”

“ จูอึนถ่ายวีดีโอเล่นน่ะ พี่ซึงฮยอน...จูอึนอยากกินแอปเปิ้ล ไปปลอกให้หน่อยสิ อีกแปปนึง เดี๋ยวจูอึนจะเข้าไปในห้อง ”

“ ได้ครับที่รัก ”

มือหนาหยิบรีโมทขึ้นกดหยุดเล่นชั่วคราวทันที ก่อนจะเลื่อนมือมาปิดปากด้วยความตกใจ จียงหายใจเข้าออกอย่างแรงเพราะหัวใจที่กำลังเต้นอย่างหนัก บางสิ่งบางอย่างกำลังเล่นตลกอยู่กับเค้าอยู่ จียงย้ายตัวเองไปที่หน้าจอทีวีแล้วดูวันที่ที่วีดีโอถูกถ่ายที่มุมจอ

“ อาทิตย์ที่แล้ว......เป็นไปไม่ได้สิ เป็นไปได้ยังไง ” พูดกับตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะกดปุ่มเล่นวีดีโอต่อ

เด็กสาวยกกล้องกลับมาถ่ายดังเดิม แล้วพูดต่อ

“ พี่ซึงฮยอนรู้ว่าจูอึนโกรธมาก เลยยอมเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง พี่ซึงฮยอนเลยตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากแม่ของเค้า เราได้เงินมาก้อนหนึ่ง โชคดีมากที่โรงพยาบาลที่นี่มีระบบเงินผ่อน เราเลยสบายกันไปหน่อย ”

“ ....จูอึนคงไม่มีอะไรจะพูดแล้ว นอกจากคำขอโทษ จูอึนขอโทษที่พี่ซึงฮยอนต้องหลอกพี่จียงเพราะจูอึน สุดท้าย จูอึนหวังว่าพี่จียงจะเจอคนที่รักพี่จริงๆ สักวันนะคะ ”

ภาพถูกตัดไป จียงเลยกดปุ่มรีเพล์ย้อนไปตรงที่ผู้ชายที่จูอึนเรียกว่าซึงฮยอนเดินเข้ามา กดหยุดภาพไว้ตรงนั้น พลางนั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรง

.......วีดีโอถูกถ่ายขึ้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แต่ตอนนั้น ซึงฮยอนก็อยู่กับเรานี่นา หมายความว่ายังไง คนที่อยู่กับเรา.....ไม่ใช่ซึงฮยอนอย่างนั้นหรอ......

‘ เห้ย เดี๋ยวดิ นายเป็นใครเนี่ย แล้วมาจับฉันทำไม ปล่อยยยนะ ‘

‘ เดี๋ยวก่อนนะ นายเป็นใครไม่ทราบ อยู่ดีดีก็มาฉุดกระชากลากถูฉัน มันเจ็บนะ ‘

‘ ที่นี่ที่ไหน นายพาฉันมาที่นี่ทำไม ‘

‘ จียง ฉันไม่ใช่....นี่ปล่อยฉันนะ!! ‘

‘ นายรักอีซึงฮยอนมากอย่างนั้นหรอ...... ‘

‘ แต่นายก็รู้นี่ ว่าซึงฮยอนรักจูอึนมาก ‘

‘ จียง....จริงๆ แล้ว ฉันไม่ใช่ซึง โอ๊ะ ‘

‘ ควอนจียง นายได้ยินมั้ย ...... คนที่ชื่ออีซึงฮยอน มันไม่ได้รักนาย! ’

‘ ฉันจะไม่หนีพี่ไปไหนอีกแล้ว ฉันจะให้ความรักกับพี่ แต่ฉันขออย่างหนึ่ง..... ‘

‘ ต่อไป ทุกครั้งที่เราจูบกัน ทุกครั้งที่เรา........เอ่อ เหมือนตอนนี้ ‘

‘ อย่าเรียกฉันว่าซึงฮยอน.. อย่าถามว่าทำไม ถ้าพี่อยากให้ฉันอยู่กับพี่แบบนี้ต่อไป ช่วยทำตามที่ฉันขอนะพี่ ‘

‘ พี่จียงมีความสุขใช่มั้ยฮะ ‘

‘ ผมก็อยากจะเปลี่ยนตัวเองดู ลูกหมามันก็ไม่ได้น่าเกลียดขนาดนั้นสักหน่อย ใช่มั้ยอ่ะครับ ‘

‘ ไม่ว่าต่อไป ถ้าพี่จียงจะต้องเสียใจ สัญญากับผมนะฮะ ว่าพี่ต้องลุกขึ้นยืนให้ได้ เข็มแข็งนะฮะ ‘

‘ โลกนี้ยังมีซึงฮยอนอีกคน ‘

‘ คนที่พี่จียงเห็นอาจจะเป็นพี่ซึงริ พี่ชายของผมก็ได้นะฮะ ก็พี่ท้อปบอกเองนี่นา ว่าแฟนเก่าเค้ากลับมาแล้ว ‘

‘ ขอโทษนะฮะ.....ที่ไม่บอก ‘

‘ แล้วถ้าพี่เป็นพี่ท้อปล่ะฮะ เป็นพี่ พี่จะชอบฝาแฝดอีกคนมั้ย ‘

‘ ถ้าพี่ต้องเลิกกับอีกคน แล้วพี่จะรักอีกคนมั้ย ‘


..........ภาพและคำพูดหลายๆ คำที่เค้าเคยได้ยินจากผู้ชายที่เค้าคิดว่าเป็นซึงฮยอน ถูกฉายซ้ำอีกครั้ง จียงนั่งลงที่พื้นปลายเตียงอย่างหมดแรง ก่อนจะเขวี้ยงรีโมทที่กำอยู่ในมือออกไปอย่างแรง จนรีโมทนั้นแตกออกเป็นชิ้นส่วน

ไม่ทันต้องไปถึงอังกฤษเค้าก็ได้รู้ความจริงทั้งหมด ความจริงที่ ผู้ชายคนนั้นที่อยู่กับเค้าตลอดมา คือ อีซึงริ ไม่ใช่ อีซึงฮยอน.......



#
#
#
#

โปรดติดตามตอนต่อไป

[LFY] I Know Nothing Else But Love {Chap8}

tle :: I know nothing else but love
Author :: zime_ii
Paring :: GD x VI



-Chapter 8-




เสียงเพลงจังหวะสนุกสนานที่ยังคงดังก้องให้คนทั่วทั้งผับได้เพลิดเพลิน บรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังดื่มด่ำกับรสชาติของแอลกอฮอล์และดนตรี ผิดกับร่างบางที่กำลังเดินออกจากห้องน้ำด้วยหน้าตาที่ห่อเหี่ยวเป็นที่สุด

ลมหายใจถูกถอนออกมายาวเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็นับไม่ได้ บ่งบอกได้ถึงอารมณ์ของเจ้าตัวเป็นอย่างดี ซึงริเดินมุ่งหน้าไปยังโต๊ะวีไอพีด้านในสุด ที่เค้าจากมานานพอสมควร เหตุการณ์เมื่อครู่ ยังทำให้เค้ากังวลไม่หาย ไม่รู้เหมือนกันว่าคำขอร้องของตัวเองจะใช้ได้ผลรึเปล่า

แต่ว่ายังไม่ทันถึงโต๊ะ สายตาก็ดันมองไปเห็นคนสองคนกำลังยืนประจันหน้ากันอยู่ หนึ่งคือคนที่เค้าเคยรัก ส่วนอีกหนึ่งคือคนที่เค้ากำลังรัก ม่านตาถูกขยายออกกว้างกับภาพที่เห็นตรงหน้า ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปให้เร็วที่สุด

“ เพราะงี้ใช่มั้ย มึงถึงบอกให้กูปล่อยซึงฮยอนไป! ” น้ำเสียงโกรธของใครบางคนแผดดังลั่น จียงกำคอเสื้อของคนตัวสูงไว้แน่น ด้วยความโมโห กับสิ่งที่เค้าเห็นเมื่อไม่กี่นาทีมานี้ ภาพคนสองคนยืนประคองกอดกันอยู่ ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ได้ยินอะไรสักนิดเลย แต่นั่นก็ทำให้เค้าเข้าใจทุกอย่างชัดเจน

ควอนจียงกำลังคิดว่า เพื่อนรักและคนรักของตัวเองกำลังหักหลังเค้า......

“ กูถามมึงไม่ได้ยินรึไง !!! ” ท้อปไม่ตอบอะไร แต่กลับเบือนหน้าหนีไปทางอื่น แล้วกัดฟันกรอด ยิ่งทำให้คนที่กำลังโมโหเดือดดาลขึ้นไปอีกหลายเท่า จียงไม่ได้แสดงความยี่หระออกมาเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้จะตัวเล็กกว่า เค้าเองก็ไม่ได้สนใจเลย

“เห้ย ใจเย็นดิ ค่อยพูดกันก็ได้ ”

“ ใช่พี่ คนที่พี่เห็นอาจจะไม่ใช่ซึงฮยอนก็ได้ พี่จียง ”

“ พวกมึงเงียบไปเลย กูไม่ได้ขอความคิดเห็น ” เสียงเข้มแผดใส่เพื่อนอีกสองคนที่พยายามเข้ามาดึงเค้าออกจากกันอย่างไม่เกรงใจ

“ พี่จียง..... ” เมื่อตัวการของเรื่องมาถึงก็โพร่งชื่อจียงออกไปทันที ซึงริมองดูจียงแล้วก็พบว่า ที่หลังมือของคนที่กำลังกำคอเสื้อท้อปแน่นนั้นมีเลือดไหลออกมาซิบๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้เค้าเข้าใจเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นทันที....

.....นี่พี่จียงคือผู้ชายคนนั้นหรอเนี่ย แล้ว...พี่จียงได้ยินอะไรรึเปล่าอ่ะ แล้ว....พี่เทมโป้คงยังไม่ได้บอกอะไรใช่มั้ย

“ ซึงฮยอน! ” ความกังวลหายกลายเป็นศูนย์ทันทีที่ได้ยินคนตรงหน้าเรียกชื่อนั้น จียงปล่อยท้อปให้เป็นอิสระ ก่อนหันมาคว้าต้นแขนคนตัวเล็กไปบีบไว้แน่น ร่างเล็กลอยตามแรงดึงของมือหนา ซึงริงิ่วหน้าเพราะความเจ็บเล็กน้อย แต่ความดีใจที่จียงยังไม่รู้ความจริงก็มีมากกว่าอยู่ดี ร่างบางสูดลมหายใจเข้าปอดลึก เพื่อตั้งรับอารมณ์โมโหของคนตรงหน้า ที่กำลังเข้าใจผิดไปไกล

“ ฮะ? ”

“ เมื่อกี้.. นายไปทำอะไรอยู่ที่ไหนมา ” จียงตวาดเสียงลั่น

“ หลังจากร้องเพลง.....ผมก็ ไปเข้าห้องน้ำไงฮะ ”

“ โกหก พี่เห็นนายยืนกอด ยืนคุยอะไรก็ไม่รู้กับไอ้ท้อปที่หลังเวทีนั่น ” จียงพูดเสียงดัง พร้อมๆ กับเพิ่มแรงบีบที่ต้นแขนของซึงริ

“ โอ้ย พี่จียง ผมเจ็บนะฮะ ”

“ งั้นก็ตอบพี่มาสิ นายกำลังทำอะไรอยู่ หลอกพี่อีกงั้นใช่มั้ย แล้วไหนจะจูอึนอีกล่ะ ”

“ พี่จียงกำลังเข้าใจผิดนะฮะ ”

“ คนที่นายเห็นน่ะ ไม่ใช่ซึงฮยอน ” ท้อปโพร่งออกมา เลยทำให้ความสนใจของจียงเปลี่ยนมาอยู่กับเค้าแทน จียงปล่อยซึงริเป็นอิสระ ก่อนจะหันมาพูดกับท้อป

“ นายหมายความว่ายังไง หน้าเหมือนกันซะขนาดนั้น นายจะบอกฉันรึไง ว่าโลกนี้ยังมีซึงฮยอนอีกคน ”

“ ใช่! ”

“ ไอ้ท้อป!!! ” จียงคว้าคอเสื้อท้อปอีกครั้ง พลางเงื้อมือขึ้นกลางอากาศเตรียมชกหน้าเพื่อนทันที

“ โลกนี้ยังมีซึงฮยอนอีกคน ” ท้อปพูดด้วยแววตานิ่งงัน แล้วเหลือบไปมองทางซึงริ ที่กำลังส่งสายตาอ้อนวอนเค้ามาเหมือนกัน

จียงที่ทำท่าจะชกหน้าเพื่อน จึงผลักท้อปออกไปอย่างระงับสติอารมณ์ โชคดีที่ยังมีแดซองรับไว้ ไม่งั้น ร่างสูงก็คงต้องล้มลงพื้นเพราะแรงผลักแน่ๆ

“ อธิบายมา ถ้าเหตุผลมึงดีพอ... ”

พอท้อปลุกขึ้นยืนได้ ก็ทำท่าจะพูดอะไรสักอย่างออกมา แต่ก็โดนซึงริพูดขัดไว้ก่อน

“ คนที่พี่จียงเห็นอาจจะเป็นพี่ซึงริ พี่ชายของผมก็ได้นะฮะ ก็พี่ท้อปบอกเองนี่นา ว่าแฟนเก่าเค้ากลับมาแล้ว ”

“ ซึงริ ? ” ร่างเล็กกลืนน้ำลายพูดอย่างลำบาก ในขณะที่ใจเต้นแรงที่สุดที่ได้ยินจียงทวนชื่อของตัวเอง พอเหลียวหันไปมองทางท้อปที่ยืนอยู่อีกฝั่ง ก็เจอสายตาดุดัน ไม่ต่างกัน

“ ....... ” ซึงริให้พี่จียงรู้ไม่ได้หรอกฮะ พี่เทมโป้

“ เป็นไปไม่ได้! เพราะผู้ชายคนนั้นเหมือนกับนายอย่างกับแกะ ”

“ พี่ซึงริเป็นฝาแฝดกับผม ”

“ฝาแฝด ?!” คำเฉลยทำให้ทุกคนตกใจไปตามๆ กัน เว้นแต่ท้อปที่เบือนหน้าไปอีกทาง แล้วสบถเบาๆ

“ นายมีฝาแฝดด้วยหรอซึงฮยอน ทำไมฉันไม่เห็นเคยรู้เลย ” แดซองถามออกมาบ้าง

“ ก็พี่ชายที่ว่าของฉันนั้นแหละ คือฝาแฝด ”

“ แล้วทำไมมึงถึงไม่เคยบอกกู ไอ้ท้อป แฟนเก่ามึงเป็นฝาแฝดกับซึงฮยอนแท้ๆ ”

“ ก็พวกมึงไม่เคยถาม อีกอย่าง กูก็ไม่เห็นว่ามันจะสำคัญอะไร ถึงกูบอกไป ก็มีแต่มึงที่จะระแวงกลัวกูจะไปชอบซึงฮยอนเพราะหน้าเหมือนซึงริซะเปล่าๆ ”

....หึ ซึงริ นายมาไม้นี้ พี่ก็รับเลยล่ะกัน คงจะรักจียงมันมากสินะ ได้ ถ้านายไม่เชื่อคำเตือนของพี่ ถ้าไม่กลัวเสียใจล่ะก็ ก็ได้ อยากจะทำอะไรก็เชิญ.....

“ กูไม่อยากเชื่อ มึงมีหลักฐานมั้ยล่ะ พาเค้ามาหาพวกกูสิ ” จียงยังยืนกรานไม่เชื่อลูกเดียว

“ ......... ” ท้อปไม่ตอบอะไร เค้าถอนหายใจยาว ก่อนจะล้วงเอาของบางอย่างในกระเป๋าออกมาส่งให้จียง

“ นี่หลักฐาน แต่ว่าตอนนี้ เค้าคงมาเจอพวกมึงไม่ได้ ที่มึงเห็นกูกำลังชวนเค้ามาเจอพวกมึงอยู่ แต่เค้าปฏิเสธ ”

จียงเปิดดูหนังสือเดินทางเล่มเล็กที่มีทั้งรูปถ่าย และข้อมูลส่วนตัวย่อๆ ของบุคคลที่ชื่อ อีซึงริ แล้วเงยหน้ามองซึงริตัวจริงๆ ที่ยีนอยู่ไม่ห่างเค้า

“ ทำไม ถึงไม่เคยบอกพี่เลยว่านายมีพี่ชายฝาแฝด ”

“ ก็...... ” ซึงริเองก็ไม่รู้จะตอบอะไรออกไปดี สายตายังคงจดจ้องมองสมุดเล่มเล็กในมือของจียงด้วยจิตใจที่เริ่มห่อเหี่ยวลงไปทุกที ......นี่สินะ ที่ทำให้พี่เทมโป้รู้ว่าเราไม่ใช่ซึงฮยอน เพราะอย่างนี้เองสินะ

“ แล้วไปละกัน กูขอโทษด้วยที่เข้าใจผิด ” จียงยื่นพาสปอร์ตของซึงริคืนให้ท้อป

“ พี่จียง ฮะ กลับกันเถอะ ”

“ ทำไมล่ะ แล้วนายไม่อยากเจอพี่ชายตัวเองรึไง ” จียงที่ดูเหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นทันทีที่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด เอ่ยถามขึ้นทันที หลังจากที่ร่างบางเดินเข้ามาหาเข้าพลางร้องขอให้กลับบ้าน

“ ไม่เป็นไรหรอกฮะ วันหลังค่อยเจอกันก็ได้ กลับกันเถอะ นะพี่ ”

“ เอางั้นก็ได้ งั้นกูไปก่อนละกัน ยองเบ แดซอง ไอ้ท้อป ”

“ ไปก่อนนะฮะ พี่ยองเบ แดซอง ......ขอบคุณสำหรับวันนี้นะฮะ .....พี่ท้อป ” ร่างบางก้มหัวคำนับให้ท้อปเล็กน้อย พร้อมเอ่ยคำขอบคุณ ท้อปไม่พูดอะไร แต่ก็เข้าใจความหมายของคำขอบคุณนั้นดี

และเมื่อจียงเก็บข้าวของเสร็จ เค้าก็จูงมือน้องออกไป .........เมื่อทั้งคู่เดินห่างออกไปจนลับตา แดซองจึงขอตัวกลับบ้าง ท้อปล้มตัวลงนั่งโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อนทันที หลังจากที่ทุกคนไปหมด แขนกว้างยกขึ้นก่ายหน้าผาก ยองเบที่เฝ้าดูเหตุการณ์อย่างเงียบๆ มาตลอดตั้งแต่ต้นจึงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า

“ ทำไมมึงต้องโกหกด้วยวะ ”

“ กูไม่ได้โกหก กูแค่ทำตามสิ่งที่........ห๊ะ! มึงว่าไงนะ “

“ ผู้ชายคนนั้น คือซึงริ ไม่ใช่ ซึงฮยอน เค้าเป็นคนเดียวกันกับที่อยู่หลังเวทีกับมึง ”

ร่างสูงเปลี่ยนท่านั่งกลับสู่ปกติ แล้วหันมามองหน้าเพื่อนที่กำลังพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างตกใจ

“ กูได้ยิน .........ที่หลังเวทีนั่น ”


#
#
#
#

กลิ่นเมนทอลของควันบุหรี่ลอยให้คลุ้งทั่วระเบียงของคอนโด ก้นบุหรี่ก้นแล้วก้นเล่าถูกบี้ลงในที่เขี่ยบุหรี่อันสวย ลมเย็นยามดึกโชยเบาๆ แต่ก็ทำให้ผู้ชายร่างผอมที่มีเพียงเสื้อกล้ามตัวบางและกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเล็กต้องเย็นวาบไปทั้งตัว มือหนาที่คีบบุหรี่อยู่ขยับขึ้นถูแขนตัวเองไปมาเบาๆ

ไม่นาน เค้าก็ถูกคู่แขนบางอ้อมกอดเข้าที่ด้านหลัง หลังจากที่นั่งมองอยู่นานตั้งแต่กลับมาจากผับ เจ้าของคู่แขนนั้นจึงตัดสินใจเข้ามาหาเข้าสักที

“ ไม่หนาวหรอฮะ ” ซึงริกระชับแขนของตัวเองเข้ากับเอวคนตรงหน้าแน่น พลางซุกหน้าเข้าที่แผ่นหลังกว้าง

“ ไม่หรอก.... ” จียงบี้บุหรี่ทิ้ง แล้วก็ขยับท่าทางให้คนข้างหลังกอดได้สะดวกขึ้น ซึงริถอนมือออกมาข้างหนึ่ง แล้วเปลี่ยนมาลูบรอยสักที่พาดยาวทั้งไหล่ขวาแทน

“ พี่จียง....เครียดอะไรรึเปล่าฮะ ทำไมวันนี้ถึง... ”

“ บุหรี่นี่น่ะหรอ ป่าวหรอก พี่แค่ตกใจนิดหน่อยน่ะ ไม่ยักรู้มาก่อนว่านายจะมีฝาแฝด ”

“ ......... ”

“ พี่แค่รู้สึกเหมือนว่า ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่พี่ไม่รู้ เกี่ยวกับตัวนาย.... ”

“ พี่จียง.... ” มือบางหยุดกึกทันที ที่ได้ยินคำพูดนั้น .....แล้วถ้าพี่รู้ขึ้นมาจริงๆ พี่จะยังปล่อยให้ซึงริกอดพี่ได้อย่างนี้รึเปล่าล่ะฮะ

“ พี่น้อยใจยังไงก็ไม่รู้สิ ”

.....แต่ซึงริเจ็บปวดยังไงก็ไม่รู้สิ

“ ขอโทษนะฮะ.....ที่ไม่บอก ”

“ .......... ”

“ แล้วถ้าพี่เป็นพี่ท้อปล่ะฮะ เป็นพี่ พี่จะชอบฝาแฝดอีกคนมั้ย ”........บางครั้งก็แค่อยากจะลองถามออกไป จะได้เตรียมใจไว้บ้าง

“ .......... ”

“ ถ้าพี่ต้องเลิกกับอีกคน แล้วพี่จะรักอีกคนมั้ย ”

“ นี่ซึงฮยอนกลัวว่าพี่จะชอบพี่ชายของนายงั้นหรอ ”

“ ป่าวหรอกฮะ ผมแค่อยากถามดูเฉยๆ ”

จียงคลายอ้อมกอดออกจากน้อง แล้วหันหน้ามาหาน้องแทน มือหนาจับเอาคู่มือบางของซึงริมากุมไว้

“ คนเราไม่ได้รักกันที่หน้าตาหรอกนะซึงฮยอน ถึงพี่ชายของนายจะหน้าตาเหมือนนายขนาดไหน แต่เค้าก็ไม่ใช่นาย ถึงท้อปกับนายบอกพี่ตั้งแต่แรก พี่ก็คงไม่ระแวงนะ เพราะความรักน่ะมันแทนกันไม่ได้หรอก ”

คำตอบที่ต้องการ ดังก้องเข้าไปในโสตประสาทอย่างชัดเจน ซึงริค่อยๆ ก้มหน้าลงต่ำ เพื่อหลบสายตาคนตรงหน้า เพราะกลัวว่าเค้าจะเห็นน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาเพราะคำพูดพวกนั้น

“ จริงมั้ยหืมมม ”

มือหนาค่อยๆ รวบเอวร่างบางมากอดไว้หลวมๆ

“ ......... ”

“ ซึงฮยอนร้องไห้ทำไม อย่าบอกนะว่าหึงพี่จริงๆ อ่ะ ” เป็นเพราะจียงเชยคางมนขึ้นสบตา เลยทำให้เค้าเห็นน้ำตาของร่างบางจนได้

“ ....... ” ซึงริไม่ตอบอะไร ได้แต่ยืนเงียบอยู่อย่างนั้น

“ พี่บอกอะไรอย่างเอามั้ย ”

“ ........ ”

“ นายรู้มั้ย ว่าตอนนี้ ผู้ชายคนนี้ ได้รับความรัก ความสุข จากผู้ชายคนนี้ ” จียงพูดพรางชี้มือเข้าหาตัวเองและซึงริประกอบคำพูด

“ ตอนนี้ ผู้ชายคนนี้ รัก ผู้ชายคนนี้เหลือเกิน... ”

“ ต่อให้ผู้ชายคนนี้รู้ดีว่า สักวันนึง ผู้ชายคนนี้จะต้องไปจากเค้าก็ตาม..... ” จียงแหงนหน้ามองฟ้ามืด ที่แม้แต่ดาวก็ไม่ออกมาให้เห็นสักดวง เค้าเว้นจังหวะพูดเล็กน้อย ก่อนก้มลงมองร่างบางแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ แต่ผู้ชายคนนี้ ก็ยังยืนยันว่า พอถึงวันนั้น ผู้ขายคนนี้ก็ยังจะรักผู้ชายคนนี้ต่อไป ”

“.........” ........ร่างบางนิ่งเงียบสนิท แล้วเริ่มสะอื้นในอ้อมอกจียง

........พอถึงวันนั้นจริงๆ พี่ก็จะยังสัญญาใช่มั้ย ว่าพี่จะรักผู้ชายคนนี้ต่อไป ต่อให้เค้าไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวกับที่พี่คิดก็ตาม

..........ต่อให้เค้าเป็นผู้ชาย ที่ชื่อ อีซึงริก็ตาม......


#
#
#
#

จูบที่ผ่านมาเนิ่นนานถูกผละออกอย่างอ้อยอิ่ง ร่างบางหอบหายใจเหนื่อยเพราะจูบเมื่อครู่ ริมฝีปากแดงช้ำเผยอขึ้นสูดเอาลมหายใจเข้าปอดอีกครั้ง ก่อนจะถูกคนตรงหน้าถาโถมลงมาอีก ลิ้นสัมผัสลิ้นที่ให้ความรู้สึกหวาบหวาบเหลือเกิน ฟันขบฟันที่ให้ความรู้สึกเร่าร้อน กายสัมผัสกาย ที่บอกได้คำเดียว ว่าต้องการ

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เค้าทั้งคู่มาตกอยู่ในสภาพแบบนี้บนเตียง สิ่งสุดท้ายที่ร่างบางทำ คือร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดคนตัวโตกว่า ถูกถามหาเหตุผลนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่สามารถตอบออกไปได้ จนสุดท้ายมารู้ตัวอีกที ก็ตอนที่ถูกคนตรงหน้าจูบซับน้ำตาจนหมดสิ้น แถมร่างกายยังถูกรุกรานจนไม่เหลือเสื้อผ้าติดตัวสักชิ้น ซึงริมองจียงที่มีเพียงเสื้อกล้ามตัวเดียวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ริมฝีปากที่แดงช้ำเพราะจูบไม่ต่างกัน กับคราบน้ำลายของเค้าที่เลอะให้ทั่วปากนั่น ทำให้เค้าอยากจะหยุดเวลาทั้งหมดไว้ตรงนี้เสียเหลือเกิน

แต่หากแค่เผลอมองใบหน้าเนียนข้างบนนั่นเดี๋ยวเดียว คนข้างบนที่คร่อมเค้าอยู่ก็โน้มตัวลงมาจู่โจมอีกครั้ง ปากหนาตรงเข้าเม้มที่ซอกคอขาว ก่อนฝากรอยแดงไว้ให้ทั่ว อวัยวะเบื้องล่างที่ชันสัมผัสกันอยู่ทำให้ซึงริต้องกระสับกระส่ายไปมา รู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่มือบางสัมผัสเพราะประคองศรีษะของคนตรงหน้าไว้อย่างเบามือ ยิ่งเพิ่มความเสียวซ่านให้เค้าได้เป็นอย่างดี

จียงจูบไล่ตั้งแต่ซอกคอขาว ไล่ลงไปยังแผงอกเนียนราบ มือทั้งสองลูบไล้ไปทั่วทั้งตัวของน้อง ละไปยังยอดอกที่กำลังชูชันท้าทายเค้าอยู่ แต่พอลิ้นหนาสัมผัสเข้าให้เท่านั้น ร่างบางก็แอ่นตัวขึ้นทันที

“ พี่...พี่จียง... อ้ะ ”

มือหนาตรงเข้าสัมผัสแกนกลางของร่างบางอย่างเบามือ ลิ้นที่ยังคงดุนยอดอกไม่ห่างไปไหน วนเวียนไปทั้งสองข้างให้คนตัวเล็กต้องอยู่ไม่สุก

ร่างเล็กต้องลุกขึ้นนั่งทันที ที่จียงไล่ริมฝีปากไปถึงตรงนั้น ความเสียวซ่านทำให้เค้าต้องใช้มือจิกผ้าปูที่นอนแน่น ครางเสียงหลงทันทีเมื่อส่วนนั้นรู้สึกได้ถึงความร้อนระอุของช่องปาก

มีเพียงแต่เสียครางของซึงริเท่านั้นที่ได้อยู่ลั่นห้อง จนกระทั่งปลดปล่อยทุกอย่างออกมาหมด ซึงริจึงเงียบเสียงไป แล้วทิ้งตัวนอนลงกับที่นอนทันที เปลือกตาบางหลับลงแล้วหอบหายใจเหนื่อย สองขาที่ยังอ้ากางอยู่ก็ยังไม่ได้ขยับไปไหน ความเหนื่อยจากกิจกรรมเมื่อครู่เลยทำให้เค้าไม่สนใจผู้กระทำเค้าเลย สักพักก็รู้สึกได้ถึงแรงยวบของที่นอนที่มีใครสักคนทิ้งตัวลงข้างๆ กัน

พอลืมตาขึ้นแล้วหันไปมอง ก็เห็นผู้กระทำของเค้ากำลังยิ้มแฉ่ง.....

“ ชอบมั้ยหืมม ” เสียงกระซิบดังอยู่ข้างหู เล่นเอาซึงริหน้าออกสีขึ้นมาอีกครั้ง แก้มเนียนแดงระเรื่อจึงถึงจียงหอมเข้าให้ฟอดใหญ่ แต่ไม่ทันสังเกต มองดูอีกที ซึงริก็เห็นว่าเสื้อกล้ามของจียงได้อันตรธานหายไปซะแล้ว จียงขยับตัวเข้ากอดร่างบาง ซึงริเลยเปลี่ยนท่านอนเป็นตะแคงทันที หลังจึงสัมผัสกับอกกว้าง ทุกส่วนของร่างกายจึงสัมผัสกัน มือหนาคว้าเอามือบางมาประสานไว้

“ อยากต่อแบบไหนดีล่ะ.... ” สัมผัสของแกนกายที่ต้องด้านหลังของซึงริอย่างอ่อนโยน เรียกอารมณ์ของเค้าให้กลับมาอีกครั้งอย่างว่องไว

“ พี่จียงอ่ะ ผมเขินนะฮะ..... ” มือบางที่ประสานอยู่กับมือหนา บีบกระชับแน่นเป็นคำตอบถึงความพร้อมที่จะให้คนข้างหลังได้ดำเนินขั้นตอนต่อไป

“ ฮ่ะๆ พี่มีความสุขจังเลย ให้ตายสิ.... ”


#
#
#
#


“ ซึงริรักจียง... ”

“ มึง...ว่า..ไงนะ! ” ยองเบพูดติดขัดอย่างตกใจทันทีที่ได้ยินคำตอบจากปากของท้อป

“ เห้อ มึงไปได้ยินได้ไงล่ะ แล้วมึงได้ยินอะไรบ้าง ” ท้อปเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงประโยคนั้นซ้ำอีกครั้ง เค้ายกแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มหลังจากที่ส่งคำถามอื่นกลับไปแทน

“ กูกะว่าจะเดินไปเอากุญแจห้องออฟฟิตกับมึง เพราะกูลืมไว้ที่บ้าน กูเดินไปถามกับดีเจที่เวทีว่าพวกมึงอยู่ไหนกัน เค้าบอกว่า ซึงฮยอนน่ะน่าจะไปเข้าห้องน้ำ ส่วนมึงไม่รู้ ไอ้จียงมันก็เลยเดินกลับออกมาไปหาซึงฮยอนที่ห้องน้ำ ส่วนกูก็เดินออกมาทางหลังเวที ก็เลยเจอพวกมึง....”

“ อือ แล้วไง ”

“ กูก็ได้ยินน่ะสิวะ ถามมาได้แล้วไง ”

“ แล้วมึงได้ยินว่าไรบ้างล่ะ ”

“ ก็ตั้งแต่ที่ซึงฮยอ...เอ้ยซึงริอ่ะ บอกว่าทำไมเค้าจะเป็นซึงฮยอนไม่ได้ ในเมื่อเค้าสองคนพี่น้องเหมือนกัน แล้วมึงก็เรียกชื่อน้องเค้าซะเสียงดัง กูตกใจเลยรีบเดินออกมา คิดว่าไอ้จียงมันคงไม่เจอซึงฮยอนที่ห้องน้ำแน่ แล้วก็เป็นอย่างที่คิด.... ”

“ ........ ”

“ มันเดินไปหลังเวทีจริงๆ ”

“ เห้อ.....กูไม่รู้จะทำยังไงดีว่ะยองเบ ”

“ มึงเล่ามาดิ เรื่องมันเป็นยังไง ทำไมอยู่ดีดี ....เอ่อ แฟนเก่ามึงถึงไปอยู่กับจียงได้ ”

“ วันที่ซึงริกลับมา กูคิดว่า คงเป็นวันเดียวกันกับที่ซึงฮยอนไปอังกฤษ จียงมันคงเข้าใจผิดคิดว่าซึงริเป็นซึงฮยอน ”

“ แล้วทำไมซึงริไม่บอกความจริงไปล่ะวะ ”

“ มึงไม่รู้ว่าเพื่อนมึงเป็นคนยังไงรึไง ไอ้จียงมันคงจะเปิดโอกาสให้บอกหรอก...... อีกอย่างกูเจอไดอารี่ของซึงฮยอน เขียนประมาณขอให้ซึงริเป็นซึงฮยอนแล้วแก้ปัญหาให้มัน ”

“โห แม่ง มึงก็เลยจำซึงริได้.. ”

“ อือ เรื่องต่อจากนั้นกูไม่รู้ กูเองคงผิดที่จำซึงริไม่ได้ตั้งแต่แรก ไม่งั้นเรื่องคงไม่เลยเถิดมาถึงขนาดนี้ ”

“ กูจะบอกจียง! ”

“แต่ซึงริรักจียงแล้วนะเว้ย เค้าขอร้องกูว่าอย่าบอกความจริงกับจียง เค้าจะจัดการเอง ”

“ แล้วจะจัดการยังไงวะ ไม่ได้อ่ะ ปล่อยไว้แบบนี้มีแต่แย่กับแย่ มึงเองก็ด้วย ไม่เจ็บปวดรึไง ”

“ เจ็บปวดหรอวะ หึ กูเคยให้ความเจ็บปวดกับซึงริมาแล้ว คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ถ้ากูจะเจ็บปวดบ้าง ”

“ มึงหมายความว่าไง..... ”

“ กูเคยบอกกับซึงริ ว่าถ้าเค้าจะไปเรียนต่อ กูจะรักกับซึงฮยอน..... กูยังจำแม่น วันนั้นซึงริใส่ชุดนักเรียนมาหาแล้วบอกกูเรื่องเรียนต่อ แต่กูกลับพูดประชัดไปอย่างนั้น เค้าวิ่งออกไปทั้งน้ำตาทั้งๆที่ฝนข้างนอกกำลังตกหนัก..... แล้วหลังจากนั้นกูก็ไม่ได้เจอเค้าอีกเลย จนกระทั่งวันนี้... ”

“ เห้ออ เชื่อม่ะ แบบนี้ เรื่องนี้ต้องมีส่วนทำให้ซึงริของแกยอมเป็นซึงฮยอนด้วยแน่ๆ ”

“ หึ มึงเดาเก่ง..... ”

“ กูต้องบอกจียงว่ะ ”

“ กูไม่อยากให้บอก ”

“ ทำไมวะ ”

“ กูไม่รู้ ”

“ ถ้าปล่อยไว้งี้ แม่งกูไม่อยากจะคิด วันไหนความแดงขึ้นมา ใครบ้างวะจะต้องเสียใจ ”

“ ขอร้องอ่ะ กูจะจัดการเอง ปล่อยให้กูจัดการเหอะ ”

“ ไอ้ท้อป ”

“ เออน่า ”

“ แม่งเอ้ย ทำไมมันน่าปวดหัวอย่างนี้วะ ”

“นั่นดิ ทำไมมันน่าปวดหัวอย่างนี้วะ” เสียงเนือยของท้อปทวนคำพูดของเพื่อนอย่างท้อใจ

“ ไอ้เวรเอ้ยย ” ท่าทางเหมอลอยของท้อปเลยทำให้ยองเบต้องสบถออกมาจนได้

“ เออ มึงกลับบ้านไปเหอะ เดี๋ยวกูอยู่ปิดผับเอง ”

บทสนทนาถูกจบลงทันทีที่ท้อปลุกขึ้นเดินออกไป ทิ้งให้ยองเบนั่งส่ายหัวแล้วซัดไวน์ที่ยังคงเหลืออยู่ในแก้วของท้อปเกินครึ่ง ยองเบมองตามหลังเพื่อนที่เดินห่างออกไปไกล ท่ามกลางผู้คนมากมายที่ออแอกันอยู่ให้เต็มผับ

.......เรื่องของพวกมึง ทำไมมันยุ่งเหยิงน่าปวดหัวอย่างนี้วะ.......

.
.

ร่างสูงหยุดเดินลงที่หน้าห้องทำงานของตัวเองด้านในของผับ ท้อปยืนพิงประตูห้องอย่างเหนื่อยใจ เค้าถอนหายใจสองสามครั้งก่อนล้วงเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเบอร์เพื่อนคนคุ้นเคย

“ ฮัลโหล จียงหรอ ”

( อื้ม มีอะไรดึกป่านนี้วะ )

“ ซึงริอยากคุยกับซึงฮยอน ......ฉันขอสายซึงฮยอนหน่อยได้มั้ย... ”

( อ้อ ได้สิ )

ปลายสายเงียบไปสักพัก ก่อนจะมีเสียงคนอีกคนที่เค้าต้องการจะคุยด้วยเอ่ยขึ้นเบาๆ

( มีอะไรหรอฮะ )

“ นายจะจัดการเรื่องของนายยังไง ”

( ไม่ใช่เรื่องของพี่... )

“ ตอนนี้ยองเบรู้ความจริงแล้ว ”

( ผมขอร้องพี่แล้วไม่ใช่หรอฮะ.... ) น้ำเสียงปนโมโหเล็กน้อยถูกส่งมาตามสายโทรศัพท์ทันที

.......ช่วยไม่ได้จริงๆ ซึงริ พี่ไม่อยากเห็นนายต้องเสียใจ.......

“ พี่ไม่ได้บอก มันเดินไปได้ยินตอนที่เราคุยกัน ”

(พี่โกหก.!)

“ ก็แล้วแต่นายจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่พี่ห้ามมันไม่ได้ มันบอกว่าจะไปบอกจียงพรุ่งนี้เช้า ”

(..........)

“ รีบออกมาก่อนที่จียงจะตื่น พรุ่งนี้พี่จะไปรับที่คอนโดจียง.... ”

(ไม่ฮะ)

“ ซึงริ! ”

( ไม่ฮะ )

“ พรุ่งนี้พี่จะไปรับละกัน.... ”

ติ๊ด ~

ท้อปกดตัดสายโทรศัพท์ทิ้งทันที จากนั้นก็พิมพ์ข้อความส่งไปเข้าเครื่องของจียงอีกครั้ง ก่อนจะทิ้งมือลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง

......... จะแบบไหน นายก็เสียใจอยู่ดี พี่คงปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้จริงๆ หรอก แบบนี้ มันคงจะเป็นวีธีทำให้นายจัดการทุกอย่างได้เร็วขึ้น ก่อนที่มันจะสายไปกว่านี้ ........


#
#
#
#

หลังจากที่ซึงริถือหูโทรศัพท์ฟังจนแน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายวางไปแล้ว มือบางวางโทรศัพท์ลงข้างเตียง แล้วยกมือขึ้นปิดหน้า ชันเข่าขึ้น ซบหน้าลงกับเข่า จียงมองน้องด้วยแววตาสงสัย ก่อนจะถามขึ้นว่า

“ พี่ชายนาย โทรมามีอะไรหรอ ”

ติ๊ด ตี๊ด ติ๊ด ตี๊ด~

แต่ขณะเดียวกันเสียงเตือนข้อความเข้าก็ดังขึ้นพอดี

“ ไม่มีอะไรหรอกฮะ ”

จียงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความที่ส่งมาแล้วย่นคิ้วแปลกใจนิดหน่อย มือหนากดปิดโทรศัพท์แล้ววางลงที่โต๊ะข้างเตียง ก่อนจะย้ายตัวเข้าไปอยู่ในผ้าห่มผืนเดียวกับร่างบางที่ลงไปนอนขดรออยู่ก่อนแล้ว

“ ยองเบ .....ส่งข้อความมาบอกว่าจะมาหาพี่พรุ่งนี้เช้าน่ะ ”

ร่างบางตกใจกับสิ่งที่จียงบอกเล็กน้อย เค้าสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อไล่ความรู้สึกกังวัลของตัวเองออกไป แล้วเลื่อนตัวเองไปอยู่ในอ้อมกอดของคนข้างๆ สัมผัสจากมือบางที่พยายามกอดจียงให้แน่นขึ้น ก่อนซุกหน้าเข้าไปหาอกกว้างอย่างคนขาดความอบอุ่น

.....หรือว่ามันถึงเวลาจบเรื่องแล้วจริงๆ นะ ทั้งๆ ที่อยากอยู่กับพี่จียงมากมายขนาดนี้ ยอมโกหกไปแล้วขนาดนั้น แต่ทำไม.... ทำไมสุดท้าย อะไรๆ ก็มาบีบให้ซึงริต้องจากพี่ไปด้วย พี่จียงฮะ.... ซึงริควรจะทำยังไงดี

“ผมอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้จัง.....”

“ พี่ก็เหมือนกัน ”

“ ผมไม่อยากหลับเลย... ”

“ ซึงฮยอน.... ”

“ ...... ” น้ำตาที่คิดว่าไม่อยากให้มันไหล ก็ไหลลงมาอีกครั้งจนได้ สัมผัสที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ยังคงติดอยู่ในความรู้สึก อ้อมกอดที่อ่อนโยนก็ยังคงมีให้เค้าอยู่ตรงหน้า ร่างบางเปลือยที่ถูกคนตรงหน้าที่ไม่ได้มีเสื้อผ้าสักชิ้นกอดอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ร้องไห้ออกมาเงียบๆ ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดอยู่บนหน้าผาก กับคำเรียกชื่อที่เอ่ยออกมาจากปากของจียงเบาๆ นั่นยิ่งทำให้เค้าจมดิ่งลงไปกับความเศร้าทุกที

“ ผมไม่น่ารักพี่เลย..... ”

......เพราะผมไม่ใช่อีซึงฮยอนนี่นา


#
#
#
#


บางครั้ง ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ก็น่ากลัวเกินไป คำพูดที่ว่า ความรักทำให้คนตาบอด หรือคำพูดที่ว่า คนเรายอมตาบอดเพื่อความรัก จึงอาจจะเป็นเรื่องจริง

ซึงฮยอน ยอมทำทุกอย่างเพื่อคนที่ตัวเองรัก ถึงแม้จะต้องทำให้ผู้ชายคนหนึ่งต้องทุกข์ทรมานก็ตาม

จียง ยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้อยู่กับคนที่ตัวเองรัก ถึงแม้เค้าจะไม่รู้ก็ตามว่าเค้ากลับทำให้ผู้ชายอีกคนต้องทุกข์ใจ

ซึงริ ยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะมอบความสุขให้กับผู้ชายคนหนึ่ง จนพลาดท่ารักเค้าจนหมดหัวใจ จากความสงสารที่กลายเป็นความรักอย่างไม่รู้ตัว ก่อให้เกิดความเสียใจที่เค้าต้องรับมันแต่โดยดี และถึงแม้เค้าจะไม่รู้ก็ตามว่า ความสุขที่เค้าพยายามจะมอบให้กับผู้ชายคนนั้น มันจะกลายเป็นความเสียใจสาหัสสากรรจ์อย่างช่วยไม่ได้ในภายหลังก็ตาม

ความทุกข์ ความเสียใจ ความเจ็บปวด ......... ที่แต่ละคนได้รับ สุดท้าย ใครกันล่ะที่จะต้องได้รับมันหนักที่สุด

ซึงริยืนอยู่ที่ระเบียง มองท้องฟ้ายามเช้ามืด ก่อนคิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด

“ เพราะอะไรนะ ทุกอย่างถึงเดินมาถึงจุดนี้ได้..... ” คำถามที่ถูกส่งไปในอากาศ มีเพียงแต่นกน้อยหลายสิบตัวที่ส่งเสียงร้องเป็นคำตอบให้เค้า ภาพนกตัวเมียตัวผู้จิกปากกันเล่นจู๋จี๋กันอย่างมีความสุข ทำให้เค้าอดจะยิ้มออกมาไม่ได้

“ โชคชะตางั้นหรอ.... ถ้าอย่างนั้น มันจะเป็นยังไงต่อไปล่ะ”

มือบางยกกระดาษโน้ตใบเล็กๆ ในมือขึ้นดูอีกครั้ง แล้วเดินกลับเข้าไปในห้อง วางมันลงบนหัวเตียง ร่างเล็กนั่งลงบนเตียงมองดูผู้ชายที่ตัวเองรัก ก่อนจุมพิตเข้าที่ริมฝีปากหนานั่นเบาๆ

เมื่อสังเกตุอาการคนที่นอนอยู่แล้วว่า ยังคงหลับสนิทอยู่ ซึงริจึงตัดสินใจพูดเบาๆ ต่อหน้าจียงว่า

“ ซึงริ......รักพี่จียงนะฮะ ซึงริรักพี่จียงจริงๆ ”

“ ......... ”

“ เพราะฉะนั้น ซึงริเลยเป็นซึงฮยอนให้พี่ไม่ได้ ขอโทษด้วยนะฮะ..... ”


#
#
#
#

โปรดติดตามตอนต่อไป....
 
 
Copyright © {{z i m e _ i i}}
Blogger Theme by BloggerThemes Design by Diovo.com