Showing posts with label [LFY] I Know Nothing Else But Love {SEASON 2}. Show all posts
Showing posts with label [LFY] I Know Nothing Else But Love {SEASON 2}. Show all posts

Tuesday, June 8, 2010

[LFY] I Know Nothing Else But Love 2 {chapter 3 }

Title :: I know nothing else but love {Season 2}

Author :: zime_ii


-Chapter 3-

“ ยัยป้าไร้มารยาท ” เสียงเล็กเอ่ยเบาๆ ในลำคอทันทีที่เห็นหญิงสาวร่างบางยืนยิ้มร่าอยู่หน้าประตูห้อง

“ ป้าเป้ออะไรของนายยะ ฮิฮิ แต่ก็ขอบใจที่เปิดประตูให้นะ ” สาวน้อยร่างบางในชุดๆ เดียวกันกับที่ซึงริเจอเมื่อตอนเช้า เอ่ยเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มหวาน ซานดาร่าขอบคุณซึงริ แล้วเดินตรงเข้าห้องของสองหนุ่มเจ้าของห้องทันที ซึงริย่นคิ้วแล้วอ้าปากค้างเล็กน้อย กับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น และเมื่อนึกขึ้นได้ เค้าก็รีบหันหลังเรียกเธอทันที

“ย้า!

“ว่าไงจ้ะ พ่อหนุ่มน้อยชองฉัน^^ ” ซานดาร่าวางถุงซูเปอร์มาร์เก็ตในมือลง แล้วหันไปพูดกับซึงริที่ยังคงหน้าเหวออยู่

“นี่เธอ ...ใคร ” ซึงริที่เมื่อไม่กี่นาทีมานี้ยังคงอารมณ์คุกกรุ่นเพราะผู้หญิงตรงหน้า กลับมามีน้ำโห อีกครั้ง เพราะคำพูดที่ดูเหมือนจะไม่เข้าหูเค้าเลยสักนิด อีซึงริตั้งใจจะถามกลับไปว่า ใครกันหนุ่มน้อยของเธอ แต่ก็ต้องถูกเสียงเข้มๆ ที่เดินออกมาจากส่วนของห้องนอนขัดขึ้นก่อน

“ ใครมาอ่ะซึงริ ” จียงที่ออกมาจากห้องนอนด้วยชุดคลุมอาบน้ำเอ่ยถามด้วยใบหน้างงๆ แล้วก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นว่าคำตอบคืออะไร ซึงริเห็นหน้าฉงนนั้น จึงแบมือสองข้างออกเป็นเชิงบอกจียงว่า เค้าก็ไม่รู้เหมือนกัน

“ อ๊า เป็นอย่างที่ฉันคิดไว้เลย ว่าพวกนายอยู่ด้วยกัน ”

“ เดี๋ยวนะครับ คุณ คือ...ผู้หญิงเมื่อกลางวัน ” จียงถามขึ้นช้าๆ พลางเดินเข้าไปหาเธอที่โต๊ะอาหาร

“ใช่ ฉัน ชื่อซานดาร่าไง ตายละ แค่นี้พวกนายก็จำฉันไม่ได้”

“ จำอ่ะ พวกผมจำได้ แต่คุณมาที่นี่ทำไมอ่ะครับ ” ซึงริที่พยายามจะทำเป็นเหมือนไม่โมโห กลั้นใจเย็นพูดกับผู้หญิงตรงหน้าอย่างสุภาพที่สุด

“ ก็ง่ายๆ ฉันอยากจะเป็นเพื่อนกับพวกนาย ฉันก็บอกไปแล้วนี่ ” ซานดาร่าพูดเรื่อยๆ พรางหยิบผลไม้ และอาหารหลากหลายชนิดออกมาจากถุงที่เธอเตรียมมา

“ แต่นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วคุณ เพื่อนผู้หญิงที่ไหนเค้ามาห้องผู้ชายตอนดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ ” ซึงริว่าต่อ

“ โธ่ แล้วใครว่าฉันอยากจะมาตอนนี้กัน พวกนายรู้มั้ย ว่า พอพวกนายออกจากสนามบิน ฉันก็รีบให้รถแท้กซี่ตามพวกนายมา กว่าจะรู้ว่าพวกนายอยู่ห้องไหน ฉันยังต้องแบกสังขารไปซื้อของพวกนี้มาให้อีก แถมกว่าจะกลับมาได้ รถก็ติดชะมัด เห้อออ แทนที่นายใช่ม่ะ จียง นายด้วยซึงริ แทนที่พวกนายจะดูแลฉันในฐานะเพื่อนใหม่ให้ดีหน่อยก็ไม่ได้ ” หญิงสาวร่ายยาวจนจบ ทำให้ จียงและซึงริถึงบางอ้อทันทีว่าเธอรู้จักบ้านของพวกเค้าได้ยังไง

....แล้วใครสั่งไม่ทราบล่ะ ร่างบางคิดในใจ แล้วกลอกตาไปมาอย่างไม่ค่อยพอใจ

“ ถ้างั้น เธอก็อยู่ไปละกัน ฉันขอตัวไปนอนก่อนดีกว่า ” ซึงริว่า แล้วเดินตรงเข้าไปในส่วนของห้องนอน

“ เอางั้นหรอ จะให้ฉันอยู่กับจียงสองคนเองงั้นหรอ ”

มือเล็กหยุดกึกที่ลูกบิดประตูห้องนอนทันที เมื่อได้ยินประโยคนั้นออกจากปากของผู้หญิงร่างบางที่ถือชามอะไรสักอย่างแล้วเดินลงไปนั่งที่โซฟาหน้าทีวี

“ แต่ก็ไม่เป็นไร ซึงรินายไปนอนก็ได้ ไปเถอะ ฝันดีๆ ส่วนจียง นายมานี่ได้แล้ว นี่ดูสิ ฉันเอาหนังมาดูด้วย ” ดาร่าจัดแจงนู้นนี่ พร้อมๆ กับพูดคนเดียวไปเรื่อย ซึงริย่นคิ้วหม่นลงอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ จียงที่ยังยืนทำอะไรไม่ถูกมองน้อง แล้วคิดหาทางออกที่ดีที่สุดที่จะทำได้

“ เอ่อ.. ผมว่า คุณ... ” จียงเกิดอาการอึกอักเล็กน้อย ดาร่าเลยหันไปมองทางจียงแล้วมองซึงริสลับไปมา พรางผูกโบว์ที่คิ้วแล้วทำหน้าสงสัยอย่างสุดๆ ถ้าหากเป็นคนอื่นล่ะก็ ก็ต้องบอกว่าเธอน่ารักมากแน่ๆ แต่นี่จียงเค้ามีซึงริอยู่แล้วทั้งคนนี่นา

“ คุณอะไรนาย เรียกชั้นว่าดาร่าก็พอ ”

“ เอ่อ ก็ได้ครับ ดาร่า ”

“ ไม่ต้องมีครับได้ม่ะ ฟังแล้วกระดากหูอ่ะ ”

“ อ่าๆ ดาร่าเฉยๆ ก็ได้งั้น ”

ปัง

เสียงประตูปิดลงอย่างแรงจากฝีมือของใครบางคน ดาร่าหันไปมองทางห้องนอนที่ซึงริเพิ่งเข้าไป แล้วหันไปมองทางจียงอีกครั้ง

“ เพื่อนนายนี่แปลกๆ นะ ”

“ เอ่อ ฉันขอตัวแปปนะ ”

“ อื้อ เสร็จแล้วออกมาดูหนังด้วยกันอ่ะ ” ดาร่า พูดกับจียง แล้วหันมาจัดการกับข้าวของที่เธอเอามาต่อ

ปัง

...กริก

เสียงปิดประตูปิดลงอีกครั้ง พร้อมๆ กับเสียงล็อคประตูที่ดังตามมาติดๆ

จียงมองไปยังร่างเล็กที่ขดตัวอยู่ในผ้าห่มแล้วเดินตรงขึ้นไปบนเตียงทันที ร่างโปร่งขึ้นคร่อมร่างเล็กที่นอนคลุมโปง แล้วดึงผ้าห่มออกอย่างรวดเร็ว

“ ซึงริ ”

“ พี่จียงไปไล่แม่นั่นกลับบ้านเหอะ ซึงริไม่ชอบเลย ” คิ้วคู่สวยขมวดเป็นปมแล้วตอบออกไปทันทีที่พี่จียงของเค้าเรียกชื่อจบ

“ แล้วพี่จะไล่เค้ายังไง ขนาดนายพูดอย่างนั้น เค้ายังไม่ฟังเลย ”

“ เห้อ ก็ไหนพี่จียงบอกไง ว่าตอนนี้เราอยู่ที่นี่กันสองคน ”

“ ก็เราอยู่ที่นี่กันสองคนไง ” จียงตอบพรางปัดไรผมที่ปรกหน้าผากซึงริออก

“ แล้วยัยป้านั่นล่ะ ”

“ ไม่เห็นจะต้องแคร์เลย ” จียงตอบด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจเท่าไหร่ ก่อนจะก้มลงปิดปากสุดที่รักจอมขี้โมโหของเค้าทันที

“ อ้ะ พี่จีย....อื้อ... ”

.
.
.
.

“ ออื้ออ อื้ออ ปล่อยก่อนพี่ท้อป พี่ยองเบกำลังจะมานะ ” แดซองดันตัวท้อปออก แล้วเตือนสติคนรักของตัวเองด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเท่าไหร่ เค้าหอบหายใจเหนื่อยเล็กน้อย เพราะรสจูบที่ถูกคนตรงหน้ามอบให้ รสจูบที่ร้อนแรงกว่าทุกๆ ครั้ง เพราะมันเริ่มต้นขึ้นจากการทะเลาะกันของทั้งคู่

“ ก็นายไม่เคยเชื่อใจพี่ ” ท้อปพูดเบาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ ด้วยระยะห่างจากริมฝีปากของแดซองแค่คืบ แดซองหลบตาคนตรงหน้า แล้วเม้มปากเป็นเส้นตรง รสจูบที่มีแต่ความร้อนแรง ไม่ได้มีแม้แต่ความรู้สึกเลย

“ ฉันเชื่อใจพี่ เชื่อใจพี่มาตลอด พี่เองต่างหากอ่ะ พี่ไม่เคยรู้ตัวเอง ” แดซองพูด พรางขยับตัวเตรียมจะเดินออกจากห้องออฟฟิทชองผับ ที่ๆ เค้าเข้ามาทะเลาะกับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักของตัวเอง

“ ทำยังไงผมก็คงคุยกับพี่ไม่รู้เรื่องหรอก บางทีคนอื่นอาจจะทำให้พี่ลืมซึงริได้ แต่คนๆ นั้นย่อมไม่ใช่ผม ”

“ แต่พี่ไม่ได้ต้องการคบกับนายเพื่อลืมซึงรินี่ ”

“ ........ ” แดซองเงียบ แล้วกลืนน้ำลายอย่างลำบาก

“ แดซอง ” ท้อปถอนหายใจ แล้วเรียกชื่อคนรักของตัวเองอีกครั้ง

“ เราเลิกกันเถอะพี่.. ” แดซองพูดเบาๆ แต่ก็เล่นเอาท้อปเบิกตาโต ห้องออฟฟิทขนาดที่ไม่ได้ใหญ่มากเงียบสนิท มีเพียงแต่เสียงลมหายใจของทั้งสองคน ท้อปกำมือตัวเองแน่นด้วยความเครียด ไม่นานประตูห้องออฟฟิทก็ถูกเปิดออก

“ เห้ย มาแล้วเว้ย เห้อเหนื่อยชมัด ไปส่งยัยป้านั่นมา คนอะไรงุ้งงิ้งๆ อย่างกะเด็ก แล้วนะ.... ” ยองเบเดินเข้ามาในห้องแล้วบ่นกระปอดกระแปด แต่ทันทีที่เค้าสัมผัสบรรยากาศมาคุในห้องสี่เหลี่ยมที่มีเพียงแต่แสงไฟจากโคมไฟเล็กๆ ส่องแสงอยู่ในห้องนี้ เค้าจึงต้องเงียบเสียงลงทันที แดซองได้โอกาสนั้นจึงผละออกจากตัวท้อปแล้วเดินหนีออกจากห้องอย่างรวดเร็ว

ยองเบมองตัวหลังแดซองไป แล้วจึงหันกลับมาหาท้อป

“ ทะเลาะกันอีกแล้วหรอวะ..?

.

.

.
.

ผมพูดไปแล้ว ....ผมพูดออกไปแล้ว ผมพูดมันออกไปแล้ว มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยนี่นา แดซอง

ผมเดินออกจากห้องออฟฟิทด้วยความรู้สึกไร้เรี่ยวแรง ผมคิดถูกแล้วใช่มั้ยที่ทำอย่างนี้ นึกย้อนไป ถึงตอนที่เราเริ่มทะเลาะกัน หลังจากกลับจากสนามบิน มันก็ยิ่งทำให้ผมคิดว่าผมคิดถูก

พี่ท้อป ผู้หญิงคนนั้นเค้าดู..

พี่ไม่ได้ชอบผู้หญิง นายก็รู้

พี่ชอบผู้ชายบอบบาง ทำไมผมจะไม่รู้

แดซอง..

ฉันไม่ใช่ผู้ชายบอบบางนี่นา

แดซอง พี่เคยบอกเราแล้วใช่มั้ย ที่พี่คบกับนายไม่ใช่เพราะพี่ยังลืมซึงริไม่ได้

แต่เป็นเพราะพี่เหงา พี่ไม่มีใคร พี่สงสารฉัน ใช่มั้ยล่ะพี่

แดซอง! ’

ทำไมฮะ หรือว่ามันไม่จริง

ทำไมนายถึงไม่เคยเชื่อใจพี่บ้างเลย

แล้วสิ่งที่พี่ทำมันน่าเชื่อใจมากรึไง

แดซองหลับตาลงแล้วหยุดเดินระหว่างทางเดินของผับ ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย เสียงเพลงยังคงดังสนั่นปะปนกับเสียงจอแจของผู้คนที่มาหาความสนุกสนานที่นี่

แดซองถอนหายใจทิ้งอีกครั้ง เค้ายังคงคิดในใจวนเวียนไปมาว่าสิ่งที่เค้าทำนั่นถูกหรือไม่ มันเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดรึเปล่า

....คำว่ารัก สักคำ ฉันก็ไม่เคยได้จากพี่ มีแต่คำว่า เชื่อใจพี่เถอะนะ อย่าคิดมาก มันไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิดหรอก ตลอดเวลาที่คบกันมาก็มีแต่คำว่า ทะเลาะ จูบกันแต่ละครั้ง ก็เหมือนมันไร้ความรู้สึกของคำว่าต้องการ แล้วอย่างนั้น จะให้ฉันทนอยู่แบบนี้ได้ยังไง ..... แดซองคนที่เคยร่าเริง พูดเยอะ กลับกลายเป็นคนพูดน้อย เครียด เหม่อลอย แล้วไหนจะเรื่องผู้หญิงคนนั้นอีก....

“ โทษนะครับ ” แล้วแดซองก็ต้องหยุดความคิดของตัวเองไว้ เมื่อมีใครสักคนมาสะกิดเค้าจากด้านหลัง

ผู้ชายสูงรูปร่างผอมที่แดซองไม่เคยเจอมาก่อน แต่ใบหน้าของเค้าก็ทำให้แดซองรู้สึกคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูก เค้าใส่เสื้อผ้าดูดีมีฐานะทีเดียว หน้าตาดูเด็กกว่าเค้าเล็กน้อย แต่ดูท่าทางแล้ว เด็กผู้ขายคนนี้คงจะกร้านโลกไม่เบา เพราะในมือของเค้าคืบบุหรี่ติดไฟไว้อยู่อีกด้วย

..คงเป็นพวกเด็กที่มาเที่ยวผับทั่วไปล่ะมั้ง ...แดซองคิดในใจ

“ ครับ ”

“ นายเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ หน้าตาคล้ายๆ ฉันบ้างรึเปล่า เธอเป็นพี่สาวฉันน่ะ คือ ฉันต้องการตัวเธอกลับบ้านมากๆ เลย ” พูดจบเค้าก็ยกบุหรี่ที่อยู่ในมือขึ้นมาสูดเข้าไปเต็มปอด

หน้าตาก็ไม่ได้ดูเลวร้าย ทำไมทำตัวซ่าๆ แบบนี้นะ.....แดซองว่าในใจอีกครั้ง

“ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็มีอยู่เต็มไปหมดน่ะครับ ผมเองก็ไม่ทราบหรอก คุณมีรูปเธอรึเปล่าล่ะครับ ” แดซองตอบ แล้วชักสีหน้าไม่ค่อยพอใจกับท่าทางของเด็กผู้ชายที่ดูเกเรคนนี้เท่าไหร่

หลังจากได้ฟังคำตอบของแดซองเรียบร้อย เด็กผู้ชายร่างสูงคนนี้ก็คว้าเอากระเป๋าสตางค์ออกมา แล้วโชว์รูปพี่สาวของเค้าให้ดู

แดซองเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นรูปผู้หญิงคนที่เด็กผู้ชายคนนี้ถามหา เค้าเงยหน้าจากรูปแล้วมองหน้าเด็กผู้ชายคนนี้

“ ผม...ไม่เห็นเธอที่นี่นะครับ ”

“ ซางฮยอน~ ฉันดูทั่วแล้วว่ะ ไม่เจอเลย ฉันว่ากลับกันเหอะว่ะ ” หลังจากที่แดซองตอบเค้าออกไป ก็ดูเหมือนว่าเพื่อนของเด็กผู้ชายคนนี้จะเดินมาบอกเค้าเหมือนกัน ว่าผู้หญิงคนในรูปไม่ได้อยู่ที่นี่ แล้วทำไมน้องชายของเธอต้องคิดว่าเธออยู่ที่นี่ด้วย แดซองคิดในใจ

“ งั้นหรอจุน เห้อ ยัยบ้านี่คิดจะทำอะไรกันนะ ป๊าเล่นงานฉันยำแน่ๆ ให้ตายสิ .... ”

“ ไปเหอะ.. ”

ซางฮยอนหันมาหาแดซองอีกครั้ง แล้วก้มหัวเป็นเชิงขอบคุณเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปกับเพื่อน ทิ้งความข้องใจไว้ให้กับแดซองอย่างมาก แดซองมองตามหลังเด็กผู้ชายคนนั้นกับเพื่อนแล้วเริ่มคิดหนัก

.......ปาร์ค ซางฮยอน น้องชายของเธองั้นหรอ หวังว่าเธอคงไม่ได้มีแผนการอะไรซ้อนกับฉันหรอกนะ ซานดาร่า......


#
#
#
#
โปรดติดตามตอนต่อไป.....


zime_ii .. งื้อๆๆๆๆ ขอโทษมากๆ เลยค่า ส้มต้องขอโทษอย่างรุนแรง เชฟนี้เลทสุดๆ ฮ่าๆๆ โดนเด็กๆ ตามจิกตามทวง สั้นไปหน่อยนะคะ เพราะเวลาแต่งมีจำกัดมากก สนุกม้ายยยย ส้มขอกำลังใจหน่อย งุงิๆ ฮ่าๆ ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนเน้อ รักกันๆ ไรท์เตอร์ผู้นี้รักรีดเดอร์ทุกกกกกคน มั๊วๆๆๆๆๆๆ

Wednesday, May 26, 2010

[LFY] I Know Nothing Else But Love 2 {chapter 2 }

Title :: I know nothing else but love {Season 2}
Author :: zime_ii



-chapter 2-

ท่า อากาศยานใจกลางกรุงโซล ผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมาให้พลุกพล่าน บ้างก็หอบสัมภาระเช็คไฟท์บินของตัวเอง และแน่นอน บ้างก็มารอรับคนรู้จักของตัวเอง เสียงจอแจและเสียประกาศของแอร์โฮสเตสสาวดังสลับกันไปกันมา ท่ามกลางความเงียบระหว่างท้อปกับแดซอง ไม่มีใครพูดอะไรอีกเลยหลังจากที่ออกมาจากโรงพยาบาล

วินาทีนี้คงเป็น วินาทีที่เกิดความรู้สึกแตกต่างกันไประหว่างเค้าทั้งสองคน แดซองกุมมือทั้งสองของตัวเองไว้อย่างหวั่นใจ เล็บที่มีอยู่ไม่ได้ยาวมากถูกจิกลงไปที่มือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลมหายใจที่ถูกผ่อนเข้าออกอย่างแรง เสียงหัวใจที่ทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลานั้นใกล้เข้ามาทุกที

ผู้ชายร่างสูงข้างๆ เค้าก็คงจะสังเกตุเห็นอาการนั้นได้เป็นอย่างดี ท้อปมองแดซอง แล้วถอนหายใจออกเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ และคว้ามือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อนั้นมากุมไว้ สีหน้าที่แสดงความรู้สึกผิดฉายออกมาเล็กน้อย แดซองไม่ได้หันหน้าไปมองท้อป เค้าทำได้แค่ก้มหน้าลงต่ำเท่านั้น

“ แดซอง... ” เสียงเข้มถูกเอ่ยออกมาเบาๆ ท้อปเองก็ไม่ได้หันไปมองหน้าแดซองเช่นกัน มือหนาบีบเบาๆ ที่มือของแดซอง

“ ..... ”

“ เชื่อใจพี่เถอะนะ... ” คำพูดสั้นๆ จบลง เล่นเอาหัวใจของแดซองยิ่งทำงานหนักมากขึ้นไปอีกหลายเท่า เหมือนเสียงจอแจที่ดังอยู่รอบๆ ด้วยจะถูกกลบด้วยเสียงของคนข้างๆ ตัวคนนี้ของเค้าซะหมด ราวกับว่าโลกหยุดหมุน ทุกๆ คนหยุดการเคลื่อนที่ มีเพียงแต่คำพูดไม่กี่คำนี้ดังวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของเค้า

แต่ถึงมันจะทำให้ใจของเค้าพองโตขึ้นมาสักเล็กน้อย แต่ส่วนหนึ่งของจิตใจ แดซองก็ยังคงไม่มั่นใจอยู่ดี

.......มันเป็นแค่เพียงคำพูด ผมขอให้พี่ทำให้ได้อย่างที่บอกไว้ก็แล้วกัน.......

“ อ่ะนั่นไง จียงมานั่นละ ” พี่ท้อปของแดซองเอ่ยขึ้นเมื่อจียงและซึงริ เดินออกมาจากประตูผู้โดยสาร ทันทีที่จียงเห็นท้อปและแดซอง เค้าก็รีบโบกมือทักทายให้ทันที ซึงริหัวเราะกับท่าทางนั้นของคนรักตัวเอง แล้วจึงคว้าเอามือหนาที่กำลังโบกหยอยๆ มาประสานไว้แทน สองมือจึงพากันแกว่งไปมาอย่างร่าเริง แน่นอน ก็เพราะว่าพวกเค้าเดินทางมาถึงบ้านเกิดตัวเองแล้วนี่นา

แต่ใครจะ รู้ ว่ายิ่งคู่รักคู่นี้ แสดงท่าทางร่าเริงมากแค่ไหน มือที่กำลังชุ่มเหงื่อของแดซองก็ยิ่งถูกอีกมือที่กุมอยู่ออกแรงบีบมากเท่า นั้น

.......พี่กำลังแย่ พี่ท้อป พี่กำลังแย่......

“ ฮ้า ถึงเกาหลีสักที เป็นไงล่ะ ฉันเลยไม่ได้อยู่ดูคู่นายรักกันเลย ความรักไปถึงไหนบ้างแล้วฮะ ” จียงปล่อยมือจากซึงริ ยืดแขนยาวออกบิดขี้เกียจไปพร้อมๆ กับเอ่ยแซวท้อปกับแดซอง

“ พี่จียง แดซองเขินใหญ่แล้ว ”

“ ฮ่าๆ โทษทีเว้ย แต่ยังไงก็สู้คู่เราไม่ได้หรอกใช่ปะ ที่รัก ”

“ สบายดีนะพวกมึง ” ท้อปไม่ได้โต้ตอบการแซวนั้นกลับไป แต่เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาแทน ซึงริสบตาท้อปแล้วยิ้มให้เล็กน้อยแทนคำตอบ ส่วนจียงก็ตอบขึ้นอย่างกระฉับกระเฉงทันที

“ อื้ออ สบายดีมากกเลยหล่ะว่ะ ”

“ ก็ดีฮะพี่ ทุกคนคิดถึงพี่กันหมดเลย พี่ยองเบว่าจะมารับพี่ แต่ว่าพี่เค้าติดธุระ ว่าแต่พี่จียงกับซึงริ จะกลับบ้านก่อน หรือว่าจะปแวะไปหาซึงฮยอนก่อนอ่ะ “ แดซองเอ่ยขึ้นบ้าง พรางแบ่งเอากระเป๋าของซึงริมาช่วยถือ ก่อนค่อยๆ เดินนำทุกคนออกมาจากส่วนรอรับผู้โดยสาร

“ ว่าไงซึงริ ” ร่างโปร่งหันไปถามคนรักของตัวเอง แน่นอน จียงยังคงคิดเสมอว่า ตั้งแต่ก้าวแรกที่เค้าเหยียบเกาหลีอีกครั้ง ทุกการกระทำของเค้าต่อไปนี้ อาจจะกระทบกระเทือนจิตใจของคนที่เค้ารักก็เป็นได้

“ พี่จียงว่าไงล่ะฮะ สองสามวันก่อนผมเพิ่งคุยกับซึงฮยอน ผมว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เราค่อยแวะเข้าไปก็ได้มั้ง ”

“ ก่อนมานี่ ฉันกับแดซองก็เพิ่งแวะไปเยี่ยมจูอึนกันมา ”

“ แล้วจูอึนดีขึ้นเยอะรึยังอ่ะ ” จียงพูด

“ อืม ในตอนนี้ ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง หมอบอกแค่ว่าต้องระวังอย่าให้มีโรคแทรกซ้อนน่ะ โอ๊ะ ” ไม่ทันที่จะจบประโยค เสียงร้องอุทานของท้อปก็ดังขึ้นซะก่อน ท้อปเซไปข้างหน้าเล็กน้อย เพราะแรงกระแทกของอะไรบางอย่างจากข้างหลัง ทุกๆ คนหยุดเดินแล้วหันไปมองผู้หญิงข้างหลังกันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งมันก็ทำให้ใครคนหนึ่งเกิดอาการตกใจขึ้นมาทันที เมื่อได้เห็น ผู้หญิงคนนี้

“ อิอิอิอิ อ้ะ ขอโทษค่ะ ” สาวน้อยร่างบางในชุดมาดมั่น บ่งบอกความปราดเปรียวในบุคคลิกของเธอได้เป็นอย่างดี กางเกงยีนส์เข้ารูปและรองเท้าส้นสูง เสื้อมีสไตล์ตัวหลวมโคร่ง ที่เปิดโชว์ไหปลาร้าแสดงได้ถึงรูปร่างขนาดเล็ก เธอกำลังหัวเราะร่า เมื่อรู้ตัวว่าการเล่นสนุกของเธอทำให้เธอไปชนกับใครเข้าให้ เธอรีบโค้งตัวขอโทษเป็นการใหญ่

“ ไม่เป็นไรครับ ” ท้อปพูดออกมาเบาๆ

“ อ่า คุณหนูนะคะ คุณหนู พี่บอกแล้วว่าอย่าเดินถอยหลังแบบนั้น เห็นมั้ยคะ เลยไปชนกับคุณเค้าจนได้ ” ผู้หญิงที่ดูเหมือนจะเป็นพี่เลี้ยงรีบเดินตามคุณหนูของเธอมาทันที

“ ขอโทษด้วยนะคะคุณ ” เธอรีบขอโทษแทนสาวน้อยร่างบางที่กำลังยืนปิดปากหัวเราะเป็นการใหญ่

“ พี่โบยองไม่เห็นต้องขอโทษเลย ฉันขอโทษเค้าแล้วน่า ”

“ ครับ ไม่เป็นไรหรอกครับ น้องเค้าคงไม่ได้ตั้งใจน่ะครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกเราขอตัวก่อนนะครับ ” ท้อปเอ่ยเชิงลา แล้วจึงหันหลังกลับ เพื่อจะออกเดินต่อ แดซองที่เก็บอาการตกใจที่มีไว้ได้อย่างดีจึงได้แต่เดินตามท้อปและทุกคนไป ก่อนจะหันกลับมามองผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง

.......ซานดาร่าปาร์ค.......

แดซองหันกลับมาแล้วคิดในใจคนเดียว เค้าไม่คิดว่าเค้าจะได้เจอเธอเร็วขนาดนี้ ผู้หญิงที่เป็นเป้าหมายของภาระกิจของเค้า

“ นี่คุณ เดี๋ยวก่อนค่ะ ” แดซองรีบหันหน้ากลับมาทันทีเมื่อสบตากับสาวน้อยร่างบางคนนั้น เพราะเธอกำลังตะโกนเรียกใครสักคนในกลุ่มของเค้า คิ้วคู่หนาขมวดเป็นปมทันที เมื่อได้รู้ว่า สาวน้อยคนนั้นวิ่งตรงมาถึงด้านหลังของท้อป แล้วฉุดเสื้อของเค้าไว้

ทุกคนหันไปมองเธออีกครั้ง

“ ฉันชื่อ ซานดาร่า ปาร์ค ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ” ร่างบางยื่นมือบางๆ ของตัวเองออกมาต่อหน้าท้อป เป็นเชิงขอเช็คแฮนด์ ท้อปแสดงท่าทีเก้ๆ กังๆ เล็กน้อย

“ คุณหนูคะ ” พี่เลี้ยงของเธอออกท่าทีกังวลเล็กน้อย ก่อนจะตามมาห้ามปรามเบาๆ ซานดาร่าหันไปทำหน้าดุเล็กๆ แล้วหันกลับมายิ้มให้ผู้ชายทั้งสี่คนตรงหน้าอย่างสดใส ณ จุดนี้ ไม่ว่าจะเป็นท้อป จียง แดซอง หรือซึงริ ก็บอกได้เลยว่า รอยยิ้มของเธอมีเสน่ห์ไม่เบา ยิ่งความสวยของเธอที่มีอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งทำให้เธอดูเป็นผู้หญิงที่บอบบางน่าทะนุถนอมเข้าไปใหญ่

“ ไม่เป็นไรหรอกน่าพี่โบยอง พวกนายชื่ออะไรกันหรอ ฉันเพิ่งย้ายกลับมาจากฟิลิปปินส์ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ฉันอยากเป็นเพื่อนกับพวกนายจัง ” จบประโยคด้วยรอยยิ้มหวานอีกครั้ง ท้อปหันไปมองเลิกลักกับเพื่อนอีกทั้งสองคน และคนรักอีกคน

“ นะ~” เสียงใสพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ท้อปค่อยๆ ยื่นมือออกไปด้วยความเคอะเขิน

“ อ้ะ ให้ตายสินายนี่ชักช้าชะมัด ตกลงนายชื่ออะไรเนี่ย ” สาวน้อยไม่รอช้า คว้ามือนั่นมาเช็คแฮนด์ทันที

“ เอ่ออ ท้อป ฉันชื่อท้อป ” เหมือนโดนอะไรสะกด ท้อปพูดชื่อของเค้าออกมาอย่างว่าง่าย ดาร่ากดยิ้มมุมปากเล็กน้อย ปล่อยมือท้อปออกเป็นอิสระ แล้วชี้นิ้วไปตามอีกสามคนที่เหลือ

“ นายอ่ะ ”

“ ควอนจียง ”

“ นาย? ”

“ อีซึงริ ”

“ และนาย ? ”

“ คังแดซอง ”

“ อื้มม ดีมากก ฮ่าๆ พวกนายทุกคนนี่ว่าง่ายกันดีจัง ” ร่างเล็กกอดอกแล้วยิ้มกับผลงานของตัวเองที่ทำให้สี่หนุ่มตรงหน้าออกอาการทำ อะไรไม่ถูก

“ ทีนี้ก็ โทรศัพท์ เอาโทรศัพท์ของใครก็ได้ เอามาให้ฉัน ” ซานดาร่าจัดการสั่งการเสร็จสรรพ ในขณะที่อีกทั้งสี่คนยังคงทำอะไรไม่ถูก เพราะยังงงกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ไม่มีใครเอาโทรศัพท์ออกมาให้เธอ คิ้วคู่สวยเหนือดวงตาคู่เรียวที่ถูกเมคอัพอย่างทันสมัยหรี่ลงอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างโมโหเล็กๆ

“ นี่ พวกนาย ” คู่ตาเรียวมองสำรวจไปทั้งสี่คน จนกระทั่ง เธอมองเห็นสายห้อยโทรศัพท์ที่ห้อยออกมานอกกระเป๋ากางเกงของท้อป มือบางจึงย่อตัวแล้วคว้ามันออกมาทันที

“ อ้ะ นี่เธอ ” ท้อปอุทานอย่างตกใจ

“ หึ ก็นายอยากช้ากันเองนี่ ” สาวน้อยเอ่ยขึ้นอย่างไม่แหยแสอะไร มือบางข้างหนึ่งกำโทรศัพท์ของตัวเอง ส่วนอีกข้างกำโทรศัพท์ของท้อป นิ้วเรียวค่อยๆ กดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองลงไป ก่อนจะกดปุ่มโทรออก เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์เครื่องสวยดังขึ้นเรียกความพอใจให้เธอไม่น้อย สาวน้อยหัวเราะร่าด้วยน้ำเสียงสดใส พรางส่งโทรศัพท์คืนให้ท้อป

ท้อ ปคลายคิ้วที่ขมวดเพราะความไม่พอใจในการถือวิสาสะของร่างบางออกเล็กน้อย แต่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไรออกมา มือหนาเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกง

“ ทีนี้พวกฉันคงไปกันได้แล้วนะ ” ท้อปเอ่ยสั้นๆ แล้วคว้าข้อมือของแดซองออกไป จียงกับซึงริ คำนับเล็กน้อยให้กับเธอ ก่อนจะเดินตามท้อปออกไป

“ แล้วฉันจะโทรไปน้า~~~ ” สาวน้อย ตะโกนลั่นตามหลังทั้งสี่คนไป

#
#
#
#

“ ผู้หญิงอะไรแปลกคนชะมัด เธอกล้าแนะนำตัวกับผู้ชายก่อน หนำซ้ำยังไม่ถือวิสาสะขอเบอร์โทรศัพท์อีกต่างหาก ” ร่างบางในชุดนอนของซึงริ กระแทกตัวเองนั่งลงบนเตียงอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ นึกถึงเมื่อเหตุการณ์กลางวันแล้วก็ยังคงประหลาดใจต่อไป

“ พี่ว่าเธอก็น่ารักดีออกนะซึงริ ” จียงเดินออกจากห้องน้ำ ในชุดคลุมอาบน้ำ ผมเปียกๆ ลู่ลงมาตามไรจอน มือหนาถือผ้าเช็ดตัวแล้วขยี้ผมที่เปียกๆ นั้นไปเรื่อย ถึงแม้ภาพนั้นจะทำให้ซึงริ เกิดอาการหวั่นไหวขึ้นมาบ้าง แต่ก็เป็นเพราะคำพูดที่หลุดออกมาจากปากคนรัก กลับทำให้อารมณ์โมโหของเค้าประทุขึ้นมาอีกจนได้

“ พี่จียง! ” เสียงเล็กตวาดแหว

“ ทำไมอ่ะ ซึงริไม่ชอบเธอหรอ ” ร่างโปร่งเดินตรงมาหาร่างบาง แล้วนั่งลงหันข้างให้

“ ป่าวว ซึงริไม่ได้ไม่ชอบเธอ แต่ไม่รู้สึก ซึงริแค่รู้สึกว่ามันแปลกๆ ”

“ ไม่เห็นเป็นไรเลย ก็ถือซะว่าเราได้เพื่อนอีกคนไง เช็ดผมให้พี่ก่อนเร็ว ” จียงพูดไปด้วย เช็ดผมไปด้วย ก่อนจะยื่นผ้าขนหนูผืนเล็กให้ซึงริ ร่างบางรับมาก่อนเปลี่ยนท่านั่งเป็นหันหน้าเข้าด้านหลังของจียง มือบางเริ่มขยี้ผมคนรักตรงหน้าตามคำขอ

“ ไม่รู้สิ ผมก็ยังรู้สึกแปลกๆ อยู่ดี ” มือบางเช็ดผมให้คนตรงหน้าอย่างไม่ค่อยตั้งใจเท่าไหร่ ซึงริดูเหมือนจะติดใจกับผู้หญิงเมื่อกลางวันอยู่

“ ซึงริ ไม่เอาน่า ตอนนี้เราอยู่กันแค่สองคนนะ ” เสียงเข้มเตือนสติร่างบาง

“ เห้ออ ” ร่างบางทิ้งมือลงข้างตัวจียง พร้อมทั้งทิ้งตัวลงพิงด้านหลังของจียง มือหนาคว้าเอามือบางขึ้นมาไว้ที่เอวของตัวเอง แล้วกุมไว้ ภาพในตอนนี้ เลยกลายเป็นว่า ซึงริกำลังกอดจียงอยู่จากด้านหลัง

“ เป็นอะไรหืมม หงุดหงิดอะไร ”

“ ซึงริก็ไม่รู้ ” ซึงริตอบเสียงอู้อี้ พร้อมๆ กับซุกหน้าลงกลางหลังของคนรัก

“ เค้าก็ไม่ได้มายุ่งอะไรกับพี่นี่ คนที่เธอคนนั้นดูเหมือนจะสนใจ เป็นไอ้ท้อปด้วยซ้ำไป เอ๊ะ....หรือว่า ”

“ บ้าหน่า พี่จียงคิดงี้ได้ไงอ่ะ เห้อให้ตายสิ ” ร่างบางถอนตัวออกจากอ้อมกอดของพี่ชายทันที ซึงริลงไปยืนที่ปลายเตียงอย่างโมโหเล็กน้อย จียงจึงรวบร่างบางที่ยืนอยู่เข้าหาตัวเอง แล้วสวมกอดไว้หลวมๆ

“ ไม่เห็นต้องโกรธเลย พี่พูดเล่นนี่นา ซึงริทำไมต้องทำเป็นร้อนตัวด้วย ”

“ พี่จียง! ” มือบางทุบไปที่ไหล่กว้างของตรงหน้าอย่างจัง ร่างเล็กออกอาการงอน แล้วพยายามจะดันตัวจียงออก แต่ก็กลับถูกรวบตัวไว้แน่น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ยั่วยวนอยู่ตรงหน้า ยิ่งทำให้ร่างบางโมโหเข้าไปใหญ่อีก

“ ปล่อยเลย พี่จียงอ่ะ เห้อ ซึงริเซ็งละ นอนดีกว่า ”

“ ซึงรี~~~ ” เจ้าของเสียงหวานเอ่ยเรียกซึงริอย่างออดอ้อน ด้วยระดับความสูงที่ร่างบางยืนอยู่ทำให้เค้าต้องเงยหน้ามองซึงริอย่างช่วย ไม่ได้ ซึงริก้มมองหน้าคนรักที่อยู่ระดับอกของตัวเองอย่างหวั่นไหว เสียงหัวใจที่เต้นดังเฉกเช่นทุกครั้ง ทำให้เค้าต้องแกล้งกลบเกลื่อนทำเป็นไม่สบอารมณ์ต่อไป

“ พี่จียง!”

“ หืม.... ”

“ ก็พี่อ่ะ คิดได้ไง พี่คิดว่าผมหึงพี่ท้อปรึไง บ้าหน่า เห้อ ผู้หญิงคนนั้นก็แปลก พิลึก ไม่มีมารยาทเอาซะเลย ซึงริแค่รู้สึกไม่ถูกชะตาก็แค่นั้น ” ร่างเล็กพูดต่อเนื่องกันอย่างเป็นพัลวัน จียงเงยหน้ามองหน้าคนรักอย่างเพลิดเพลิน

เค้าไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้น หรอก ถ้าเป็นแต่ก่อนเค้าก็อาจจะคิด แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันก็ทำให้คนอย่างควอนจียงรู้จักอีซึงริขึ้นอีกเยอะเป็นไหนๆ

“ นี่ ” จียงเอ่ยขึ้น

“ พี่จียงเข้าใจยังอ่ะฮะ ”

“ พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย.. ”

“ ก็นั่นแหละ ซึงริแค่ไม่ชอบให้พี่คิ.. ”

“ จูบพี่ทีสิ ” ประโยคของซึงริเดินทางไปไม่จบประโยคเพราะคำขอที่อยู่ดีๆ ก็ถูกเอ่ยขึ้นจากคนตรงหน้า

“ บ้า.. ”

“ นะครับ ”

“ ซึงรีครับ ”

“ พี่จียง.. ”

“ จูบพี่จียงทีสิ.. ” คู่ตาเรียวเงยหน้าสบตาร่างบางอย่างออดอ้อน น้ำเสียงจริงๆ ที่ทำให้ร่างบางเหมือนถูกมนตร์สะกดอยู่ สัมผัสสองมือที่สวมกอดอยู่ก็ยิ่งดูเหมือนจะทำให้ทั้งสองคนเข้าใกล้กันมาก ขึ้น

“ หลับตาสิฮะ ”

จบประโยค ริมฝีปากบางก็ทาบทับริมฝีปากหนาทันที จียงทิ้งตัวลงบนเตียงนอน พรางฉุดให้ร่างบางล้มลงมาด้วย สัมผัสนุ่มที่คุ้นเคย ก็ยังคงให้ความหอมหวานไม่เปลี่ยนแปลง ทุกซอกทุกมุมที่เคยสัมผัส จดจำได้ทุกๆ ที่ ไม่ว่าจะหลบขวา ซ้าย ต้อน หน้า หรือหลัง แน่นอน ลิ้นทั้งสองย่อมทำงานอย่างเข้าขากันเสมอ
ไม่เคยสักครั้งเลยที่จะให้ความรู้สึกเบื่อ ยิ่งนานวัน กลับยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้นเท่านั้น

“ อะ... อะ อื้อ... ”

ร่าง บางถอนตัวออกมาแถบไม่ทัน จะขาดอากาศหายใจอยู่แล้ว ริมฝีปากบางอิ่มช้ำไปด้วยรอยจูบ ดวงตาปรือที่แสดงให้เห็นถึงความต้องการ ทำให้คนข้างล่างอดหัวเราะออกมาไม่ได้

.....ให้ตายสิซึงริ นายทำหน้าแบบนี้ ฆ่าพี่เลยเถอะ.....

“ จะอยู่บนนั้นไว้หรอซึงริ.. ”

“ พี่จียงคิดว่าไงอ่ะฮะ ”

“ ต่อสิ.. ”















ตี๊ด ตี๊ด

ตี๊ด ตี๊ด

เสียงออด หน้าประตูดังขึ้นสองจังหวะติดกัน ทำให้จียงที่เพิ่งจะเปลี่ยนจากฝ่ายล่าง ขึ้นมาเป็นฝ่ายบนดังจิปากด้วยความไม่พอใจ ซึงริ มองไปที่ประตู แล้วหอบหายใจแรง

......ใครมากันนะ แต่พักก่อนก็ดีเหมือนกัน....

......ใครวะ มาได้ถูกเวลามากก โธ่เว้ย.....

จี ยงลุกออกจากตัวน้อง แล้วดึงเอาชุดคลุมอาบน้ำที่ถอดออกไปตอนไหนไม่รู้ มาใส่ไว้ดังเก่า ซึงริ ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งข้างเตียง แล้วเตรียมจะลุกออกไปเปิดประตู

“ เดี๋ยวพี่ไปเปิดให้ก็ได้ ”

“ ไม่เป็นไรอ่ะฮะ พี่จียงแต่งตัวไม่เรียบร้อย เดี๋ยวซึงริไปให้ดีกว่า ” ร่างบางบอกด้วยเสียงเรียบๆ ก่อนเดินมาจัดเสื้อคลุมของจียงให้เรียบร้อย แล้วเดินออกจากส่วนห้องนอนไป

ซึงริไม่ทันได้สนใจที่จะส่องที่ตาแมวก่อน มือบางปิดประตูออกอย่างเอื่อยเฉื่อย ๆ

“ หวัดดีจ้า~~~~~ ”

และ ในเมื่อทันทีที่ประตูเปิดออก คู่ตาเรียวก็ต้องเบิกกว้างขึ้นทันที เมื่อผู้หญิงที่ถือถุงซูเปอร์มาร์เก็ตเต็มสองมือส่งเสียงทักทายเค้าอย่าง อารมณ์ดี

“ ย้าป้าไร้มารยาท.... ”

#
#
#
#
โปรดติดตามตอนต่อไป

zime_ii
.. ติดตามตอนต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ด้วยยย *โค้งงงงง*
 
 
Copyright © {{z i m e _ i i}}
Blogger Theme by BloggerThemes Design by Diovo.com