Showing posts with label [SF]Poison Love. Show all posts
Showing posts with label [SF]Poison Love. Show all posts

Tuesday, March 16, 2010

[SF]Poison Love. TOPxGDxVI {02/02}

Title :: Poison Love
Author :: zime_ii
Paring :: TOP x GD x VI
Genre :: Sadness

p2/2


“ ไปกันเถอะจียง ”

“ ยองเบ.... พรุ่งนี้ ฉันจะกลับโซล..... ”


#############################################



ปากกาด้ามสวยถูกมือหนาควงไปมาอยู่นานร่วมชั่วโมง เจ้าของปากกาเหม่อลอยไร้สติ ในหัวสมองมีแต่เรื่องเดียว เรื่องคนที่จากไปเพราะน้ำมือตัวเอง
ชเวซึงฮยอนนั่งอยู่ภายในห้องทำงานตำแหน่งสูงสุดของบริษัท สองตาคมมองออกไปภายนอกตึก ภาพตึกราบ้านช่องยังคงให้แสงสีละลานตา แข่งกันสว่างไสวท่ามกลางใจกลางเมือง แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ตกอยู่ในห้วงความคิดของเค้าเลย ต่อให้วิวภายนอกตึกจะน่าชมแค่ไหน คนที่ตายไปแล้วต่างหากที่ครอบคลุมไปทั้งความรู้สึกนึกคิดของเค้า
หากจะถามว่า ชเวซึงฮยอนสำนึกผิดรึเปล่ากับสิ่งที่ทำลงไป เป็นไปได้มั้ยที่ผู้ชายคนนี้จะสำนึกผิด

กริก!!

ปากกายี่ห้อดังด้ามสวยหักลงคาคู่มือหนา นี่แหละคือคำตอบ ความเคียดแค้นที่เค้ามีต่อตัวเองยังไงล่ะ

Rrrrrrrr Rrrrrrrrr
เสียงเรียกของโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกให้ซึงฮยอนตื่นจากภวังค์

“ ว่ายังไง ...คิมโบรา ”
เสียงเข้มกดปุ่มตอบรับตามปกติ

“ มีแขกมาขอพบท่านประทานค่ะ ”
เลขาสาวตอบกลับอย่างสุภาพ

“ นัดไว้รึเปล่า ”

“ เปล่านะคะ แต่เธอบอกว่า ท่านประธานรู้จักเธอดีค่ะ ”

“ ใครกันนะ ”

“ จะให้เธอเข้าไปพบมั้ยคะ ”

“ ให้เธอเข้ามา ”

“ ตกลงค่ะ ”

หลังจากจบคำสั่งของท่านประธานใหญ่ ประตูบานกว้างก็ถูกเปิดออกทันที คิมโบราเลขาสาวรูปร่างผอมเพรียวผายมือนำทางให้แขกผู้มาเยือน
ผู้หญิงร่างบางในชุดกางเกงยีนส์ขาดรุ่ยรัดรูปเผยให้เห็นเนินขาเนียนสวย รองเท้าส้นสูงสีขาว เข้ากันได้ดีกับเสื้อสีครีมเปิดไหล่กว้าง ผมยาวหยักโศกสีบรอนซ์โฉบเฉี่ยวยาวเลื้อยไปถึงกลางหลัง และแว่นสีชาที่บดบังดวงตาของสาวเจ้าได้อย่างดี แถมยังสร้างความเซกซี่ให้เธอไม่น้อย เมื่อเธอเข้ามาถึงในห้องนี้แล้ว เธอก็มุ่งหน้าไปหาซึงฮยอนทันที
ร่างบางโผเข้าโอบกอดจากด้านหลัง เรียกความตกใจให้กับประธานบริษัทที่นั่งมองเหม่อออกนอกหน้าต่างทันที และเมื่อคนที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน จะพยายามหันหลังกลับ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะสาวสวยออกแรงกอดแน่น ทำให้เค้าขัดขืนไม่ได้
“เธอเป็นใคร”
ซึงฮยอนเอ่ยเสียงเข้ม

“ คิดถึงจังเลย ”
ปากบางกระซิบเข้าที่ข้างหูร่างสูง ซึงฮยอนย่นคิ้วแปลกใจ เมื่อรู้สึกคุ้นหูกับเสียงนี้

“ ฉันถามว่าเธอเป็นใคร ”

“ อะไรกัน แค่นี้นายก็จำฉันไม่ได้แล้วเหรอ ”
เสียงหวานยังคงเอ่ยกระซิบ ณ ตำแหน่งเดิม ริมฝีปากสวยเม้มเข้าที่ติ่งหูซึงฮยอนเบาๆ มือบางวนไล่ไปตามอกกว้างของชายหนุ่ม

“ ทำอะไรของเธอน่ะ !! ”
ซึงฮยอนทำท่าทีจะลุกขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ถูกสองมือบางดันไหล่กว้างนั้นให้นั่งลงต่อ นับตั้งแต่สาวน้อยคนนี้เข้ามาทำลุ่มล่ามกับเค้า เค้ายังไม่ทันได้สังเกตุหน้าตาของเธอแม้แต่น้อย แต่ไม่ใช่ว่าเค้าจะไม่ชอบหรอกนะ ผู้ชายที่ไหนไม่ชอบผู้หญิงที่อยู่ดีดีก็มาหยิบยื่นสิ่งดีดีของตัวเองให้กับเค้าแบบนี้ แต่ถึงจะไม่ได้ปฏิเสธ แต่กับซึงฮยอน เค้าไม่ใช่คนที่จะมาใช้ภาษากายกับใครง่ายๆ

“ อย่าเพิ่งรีบโมโหสิ ซึงฮยอน ” มือขาวเนียนยังคงลูบไล้ไปตามเสื้อสูทราคาแพง ก่อนจะเดินจากข้างหลังหันมาเผชิญหน้า

“ พอจะจำฉันได้มั้ย ”
ร่างบางสบตาซึงฮยอนอย่างจัง สองตาคมเข้มที่ถูกหรี่ลงอย่างครุ่นคิด เค้ารู้สึกคุ้นคู่ตาใต้แว่นสีชานั่นมาก

“ ถอดแว่นออกสิ ”

“ ทำไมถึงได้ลืมกันง่ายอย่างนี้นะ ”
ร่างบางหย่อนตัวลงบนตักของซึงฮยอน ก่อนจะถอดแว่นออก แล้วซบลงบนอกกว้าง สองมือบางยังคงลูบไล้ร่างกายกำยำของคนตรงหน้าไม่หยุด นิ้วเรียวลัดเลาะปลดกระดุมเม็ดแพงออก

“ จำฉันได้รึยัง หืมมม ”
เมื่อสองเม็ดกระดุมถูกปลดออกจากเสื้อ ริมฝีปากบางเอ่ยถามคำถามเดิมอีกครั้ง ก่อนจะเลื่อนมือไปหาแผงอกกว้าง

“ ทำบ้าอะไรของเธอน่ะ ”

“ อย่าทำเป็นปฏิเสธฉันเลย ซึงฮยอน......ฉันรู้ ในใจของนายน่ะ ต้องการฉัน....ใจแทบขาด ”

“ เธอ หมายความว่ายังไง ”

“ ถึงขนาดนี้แล้วยังจำฉันไม่ได้อีกหรอ ว่าฉันเป็นใคร จำไม่ได้เลยหรอว่าเคยทำอะไรไว้กับฉันบ้าง ”

“ เธอเป็นใคร ต้องการอะไรกันแน่ ”

“ ต้องการให้นายจำฉันได้ไงล่ะ ”

ความรู้สึกของสัมผัสช่างคุ้นเหลือเกิน ซึงฮยอนคิดในใจพลางสบตาคู่สวยนั่น เค้าไม่อยากจะคิดว่าเธอเหมือนกับคนบางคน แต่มันก็ไม่มีทางจะเป็นคนๆ นั้นที่เค้าคิดได้อยู่แล้ว


ไม่น่าจะมีทางเป็นไปได้.......เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ก็ในเมื่อ นายนั่นตายไปแล้วนี่นา......

“ คิดนานจังเลยนะ แค่สบตาฉันก็ยังนึกไม่ออก จะต้องให้ฉันจูบนายก่อนรึยังไง ”

“ นี่ เธอ.......อื้ออ~ ”

ริมฝีปากบางเข้าประกบริมฝีปากหนาทันที ลิ้นบางกวาดต้อนทั่วทั้งโพรงปาก ความหวานที่คุ้นเคย ถึงจะเป็นเพียงไม่กี่ครั้งที่ได้เคยสัมผัส แต่ซึงฮยอนก็จำมันได้ดี เพราะครั้งหนึ่งริมฝีปากบางๆ เดียวกันนี้ เคยกัดปากเค้าแทบขาด


“ นาย..... ”

“ นาย...ยัง..... ”

“ นายยัง ไม่......ไม่ ตายงั้น..หรอ.... ”


“ ควอนจียง ! ”



“ หึหึ นายคิดว่าไงล่ะ รสจูบที่นายบีบบังคับเอาจากฉัน กับจูบที่ฉันเสนอให้นาย รสไหนน่าประทับใจกว่ากันล่ะ ”

“ เป็น ไปไม่ได้......เธอไม่ใช่ผู้ชาย ”

ชเวซึงฮยอนมองร่างบางกว่าเค้าบนตักอย่างสับสน ความคิดในหัววิ่งตีกันไปหมด เค้าก็อยากจะตีใจ ถ้าหากว่าคนตรงหน้าเป็นจียงจริงๆ แต่ถ้าอย่างนั้น ทำไมจียงจะต้องแต่งตัวเป็นผู้หญิงมาทำแบบนี้กับเค้าด้วย อีกอย่างการกระทำแบบนี้ ถ้าหากเค้าไม่ได้เป็นฝ่ายบังคับเอาจากจียงเอง ก็เป็นไปไม่ได้ที่จียงจะมาเสนอให้เค้า เพราะแม้แต่หน้าของเค้า เค้าเองก็รู้ดี ว่าจียงคงไม่คิดอยากจะมอง


“ ไม่ใช่ผู้หญิงงั้นหรอ ”

ขาเรียวเปลี่ยนท่านั่งไปขึ้นคร่อมซึงฮยอน เสียงหวานเอ่ยถามเบาต่อหน้า ก่อนจะจงใจให้สิ่งที่แสดงความเป็นชายต้องตัวร่างสูง

“ นะ....นายย ”

สีหน้าของซึงฮยอนบ่งบอกถึงความตกใจได้อย่างชัดเจน ร่างบางกดยิ้มที่มุมปาก

“ นายยัง....ไม่ตายงั้นหรอ ”

“ ทำไม.....?! เสียใจรึไงที่ฆ่าฉันไม่ตาย ” ถึงแม้คำพูดของร่างบางจะฟังดูแดกกันไปสักนิด แต่ท่าทางของจียงก็ไม่ได้เลิกส่อไปในทางล่อแหลมเลย เค้ายังคงปลุกอารมณ์ของซึงฮยอนต่อไป

“ ถ้าอย่างนั้น นายกลับมาหาฉันทำไม ?”

“ ก็ฉันบอกนายแล้วไง ว่าฉันคิดถึงนายจังเลย ”

“ ไม่จริงอ่ะ ”

ถึงจะดีใจที่จียงยังไม่ตายอยู่ชั่วขณะหนึ่งก็จริง แต่ความสับสนก็ยังมีมากกว่าอยู่ดี จะเป็นไปได้ยังไงที่คนที่พยายามจะหนีเค้าไปให้ไกลสุดขอบฟ้า จะกลับมาทำตรงกันข้ามกันหลังจากที่รอดตายจากเหงื้อมือเค้า

“ไม่จริง ...นี่คือ ไม่เชื่อว่าฉันเป็นควอนจียง ผู้ชายที่นอนจมกองเลือดนั่น รึว่าไม่เชื่อเหตุผลที่ฉันกลับมาหานายกันล่ะ”

“ นายต้องการอะไรกันแน่ จียง ”

“ ดูเหมือนคำถามจะซ้ำนะซึงฮยอน.....ต้องการอะไรงั้นหรอ............. ”

“ ...... ”




“ ฉันต้องการนายยังไงล่ะ ”


“ นายไม่ใช่ควอนจียงคนเดิม...! ”


ถูก...ร่างสูงเพ่งพินิจคนที่เค้าคิดว่าเป็นควอนจียง ในเครื่องแต่งกายผู้หญิง ควอนจียงไม่ใช่คนพูดจากระแทกแดกดันแบบนี้ ควอนจียงคนที่เค้าหลงรักหัวปักหัวปำ จิตใจบริสุทธิ์กว่านี้เยอะ

“ คนเราเปลี่ยนกันไม่ได้รึยังไง ”
จียงลุกขึ้นออกจากตัวซึงฮยอน

“ หมายความว่ายังไง ”

“ เพราะเหตุการณ์วันนั้นมัน.....ทำให้ฉันรู้ว่า นายรักฉันมากแค่ไหน แปลกมั้ยล่ะ ทันทีที่ฉันฟื้นขึ้นมา คนที่ฉันคิดถึง กลับเป็นนาย ไม่ใช่คนอื่น “
เสียงหวานเอ่ยอย่างจริงจัง ก่อนจะหันหน้ามาสบตาซึงฮยอนที่ยังคงนั่งสับสับอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่

“ แล้วเด็กนั่นล่ะ ”

“ ซึงริ.....ตายไปแล้วล่ะ ”

“ งั้นหรอ ”

วูบหนึ่ง ซึงฮยอนก็สังเกตุได้ แววตาของจียงหมองลง

“ แล้วนายไม่แค้นฉันรึไง ”

“ ถ้าฉันแค้นฉันจะกลับมาหานาย แล้วทำแบบนี้ทำไมล่ะ ”

“ ........ ”

“ นายควรจะดีใจนะ ที่คนที่นายรักยังไม่ตายไปจากนาย ”

“ ....... ”

ชเวซึงฮยอนยังคงเงียบจมกับความคิด ความรู้สึกมึนงงยังไม่หลุดออกไปจากสมอง

“ ฉันว่า.....ท่าทางนายยังคงไม่เชื่อสินะ ลุกขึ้นมาสิ มาพิสูจน์ว่าฉันคือควอนจียงรึเปล่า ......ฉันอยากจะลบความทรงจำร้ายๆ เหล่านั้นทิ้งซะ ....จะเป็นไปได้ไหมที่นายจะทำแบบเดียวกันกับคืนนั้น”

“ ......แต่เปลี่ยนความรู้สึกของฉันให้เป็นความเต็มใจแทน ”

มือบางของจียงดึงเอาวิกยาวสีสวยออก เผยให้เห็นผมสั้นระต้นคอสีบรอนซ์สว่าง และใบหน้าที่ซึงฮยอนยังคงจำได้ดี ใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ ชวนให้ร่างสูงอยากจะดึงเข้ามากอดนัก

“ จียง ” ซึงฮยอนลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที วงแขนหน้ารวบเอาร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดอย่างรวดเร็ว

“ เป็นนายจริงๆ ใช่มั้ย ”

“ อื้ออ ”

“ นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย ”

“ ตาบ้า ฝันอะไรจะเหมือนจริงขนาดนี้ ”

“ ฉัน.....ฉันขอโทษ......ขอโทษ ”

ซึงฮยอนประคองใบหน้าของจียงให้สบตาเค้า ร่างสูงยังคงไม่อยากเชื่อสายตา เค้าอยากจะตะโกนออกไปให้ก้องโลกว่า.... ควอนจียงกลับมาหาเค้าแล้ว และ ณ เวลานี้ ไม่ว่าจะเหตุผลอะไร เค้าก็ไม่สนใจอีกแล้ว แค่มีคนร่างบางคนนี้อยู่ในอ้อมกอดของเค้า สัญญากับพระเจ้า เค้าจะไม่มีทางทำร้ายจียงอีก ต่อไปเค้าจะปกป้องควอนจียงคนนี้ ด้วยชีวิตของเค้าเอง

“ มัวมองฉันอยู่ได้ เมื่อไหร่จะเริ่มสักที ฉันยืนจนเมื่อยแล้วนะ ”

“ ที่นี่....อย่างนั้นหรอ ”

“ แล้วที่ไหนอีกล่ะ.... ”

ร่างผอมบางของจียง ยื่นมือขึ้นโอบรอบคอของคนตรงหน้า ริมฝีปากบางกดบิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเผยอปากขึ้นจูบซึงฮยอน

.......จูบที่มันควรจะให้รสหวาน หรือ รสขม......

......หวานสิ รสจูบแบบนี้ล่ะที่ซึงฮยอนต้องการ และโหยหามานาน......

......ความเร่าร้อนของสองลิ้นที่พันเกี่ยวกันไม่ให้ได้หยุดพักหายใจ ทำให้กิจกรรมร่วมรักดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ชเวซึงฮยอนก็พาร่างบางที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยขึ้นมาอยู่บนโต๊ะทำงานของตัวเอง และไม่รอช้าที่จะขึ้นทาบทามอย่างว่องไว

สัมผัสทุกสัมผัสเกิดขึ้นต่อเนื่องกันไม่ขาดตอน ความร้อนรุ่มทวีคูณขึ้นราวกับต่างฝ่ายต่างโหยหากันมานาน

“ จียง....ฉันขอโทษ ที่เกือบจงใจจะฆ่านาย ”

“ อื้ออ ~~ ”

“ ฉันรักนาย รักนายจริงๆ ”

“ อื้ออ ~~ ”

“ ต่อไปนี้ ฉันสัญญา ต่อให้ชีวิตของฉัน ฉันก็จะให้นาย.... ”

“ นั้นแหละที่ฉันต้องการ อื้ออ ~ ซึงฮยอน ”


ร่างบางคว้าท้ายทอยคนตรงหน้าเข้ามาจูบดูดดื่ม สองมือไม้ ควานไล้ทั่วหลังกว้าง บรรยากาศที่เต็มไปด้วยไอร้อนแห่งความรัก ซึงฮยอนตกหลุมสเน่ห์การเสนอตัวของจียงเข้าอย่างจัง สติหลุดลอยเข้าสู่อีกภวังค์ของความลุ่มหลง

และนี่ก็คงเป็นสัญญาณที่ทำให้เรื่องทั้งหมด เดินทางมาถึงจุดไคกแมกซ์ มือบางสวยไล่ไปตามขาของตัวเองเพื่อหยิบสิ่งสำคัญออกมา

ปืนด้ามเล็กสีดำที่ถูกซ่อนไว้อย่างดีปรากฏออกมา นิ้วเรียวเล็กเหนี่ยวไกอย่างเบามือ และสำหรับคนที่กำลังเริงร่ากับกิจกรรมรัก ก็ย่อมไม่ทันสังเกตุเป็นแน่




.......ชีวิตของนาย นี่แหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ


............ชเวซึงฮยอน



“ ฉัน......รัก.....นาย ..............ควอน จี......ยะ ........อึ้ก ”


“ กริก ”

ไม่ทันที่ประโยคบอกรักจะเดินทางจบประโยค ปืนด้ามเล็กเก็บเสียงก็ทำหน้าที่ของมันได้ดีเกินคาด ควอนจียงกดยิ้มที่มุมปากอย่างผู้มีชัย กระสุนฝังเข้าที่หน้าอกข้างซ้ายของร่างสูงทันที น้ำเหนียวสีแดงค่อยๆ เคลื่อนที่นองโต๊ะทำงาน

จียงค่อยๆ ดันศพร่างสูงออกจากตัวเองอย่างรังเกียจ ก่อนลุกขึ้นออกจากตำแหน่งนั้น

“ ลุกขึ้นมาปรบมือให้กับฝีมือการแสดงของฉันหน่อยสิ ”

“ .............ขอให้หลับให้สบายนะ ซึงฮยอน ”




############



ท้องฟ้าสีดำมืด ที่แม้แต่ดาวสักดวงก็ไม่สามารถเล็ดลอดออกมาให้แสงสว่างของตัวมันเองได้ รถสปอร์ตสีดำเคลื่อนตัวออกจากตึกบริษัทใหญ่ด้วยความเร็วสูง

ควอนจียงยิ้มเหี้ยมกับตัวเองราวกับคนเสียสติ

“ หึหึ ซึงริ เหลืออีกขั้นตอนเดียว ทุกอย่างก็จะสำเร็จ ..รอพี่อีกแปปนึงนะ ”

นิ้วเรียวเอื้อมมือเพิ่มความดังของเครื่องเสียงสเตอริโอหรูในรถ ให้ดังกลบเสียงของเคลื่อนยนต์ เท้าขวาเหยียบคันเร่งจนสุดเท้า สองมือจับพวงมาลัยมั่น


.......ถึงตอนนี้ เค้าพร้อมที่จะทำตามที่เค้าตัดสินใจแล้วล่ะ




#########################





“ เมื่อคืนกลางดึกที่ผ่านมา ทางเราได้รับรายงานว่า ประธานบริษัทค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ได้เสียชีวิตลงแล้วค่ะ จากทางรายงานพบว่า นายชเวซึงฮยอน ประธานบริษัทดังกล่าวได้เสียชีวิตด้วยกระสุนปืนขนาดเล็ก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการฆาตกรรมด้วยเรื่องราวของธุรกิจค่ะ ”


“ และหลังจากนั้นไม่นาน ทีมงานของเราก็ได้รับรายงานอีกว่า มีรถเบนซ์สปอร์ตสีดำทะเบียน 902B พุ่งเข้าชนท้ายรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่จอดพักอยู่ริมทาง ภายในรถพบผู้เสียชีวิตชายในชุดเครื่องแต่งกายหญิงค่ะ คาดว่าน่าจะเสียชีวิตทันทีเมื่อประสบอุบัติเหตุ ”

“ เพิ่มเติมจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางเราได้ทราบว่า รถสปอร์ตสีดำคันนี้ยังเป็นคันเดียวกันกับ รถสปอร์ตที่ตอกบัตรเข้าจอดในบริษัทค่ายเพลงดังกล่าวเมื่อก่อนที่นายชเวซึงฮยอนจะเสียชีวิตลงด้วยค่ะ ฉะนั้นทางตำรวจจึงสันนิษฐานว่า บุคคลในรถคันนี้ได้ฆ่าตัวตาย หลังจากทำการฆาตกรรมประธานบริษัทดังกล่าวนั่นเองค่ะ.......หากมีความคืบหน้า ทางสถานีของเรา..... ”



“ ติ๊ด~ ”


ยองเบหยิบรีโมทขึ้นมากดปิดทีวีด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก

ความเสียใจแทบไม่สามารถเรียกน้ำตาให้เค้าได้อีกแล้ว ไม่สิ ต้องบอกว่า ความเสียใจทำให้เค้าแทบจะไม่มีน้ำตาจะไหลออกมาระบายความรู้สึกอีกแล้ว

“ .....ความรักของพวกนายสามคน มันช่างเจ็บปวดเหลือเกินนะ ”

ร่างกำยำในชัดเสื้อเชิร์ตสีดำ คว้าเอาเสื้อกั๊กสีขาวขึ้นสวม เครื่องแต่งกายที่ถูกเตรียมไว้ใช้ในงานพิเศษ เค้าไม่คิดเลยว่าจะต้องนำมันมาใช้กับเพื่อนของเค้า ในขณะเดียวกัน สายตาก็ดันหันไปสะดุดเห็นกรอบรูปที่ตั้งตะหง่านอยู่บนโต๊ะข้างโซฟา ภาพของเด็กวัยรุ่นผู้ชายห้าคนกอดคอรักใคร่กันด้วยความรักปรากฎสู่สายตาของเค้าอีกครั้ง


“ กริ๊งงงงงง~ ”


“ ฮัลโหล แดซองงั้นหรอ อืม ฉันดีใจที่นายกลับมาจากอังกฤษ ......อืม อย่าเพิ่งร้องไห้เลยไว้ฉันจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง แล้วเจอกันที่งานนะแดซอง... ”


มือหนากดปิดสายโทรศัพท์ พลางเอื้อมมือคว่ำรูปแห่งความทรงจำใบนั้น ก่อนจะหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าปอดลึก และเดินทางออกจากบ้านด้วยจังหวะการเต้นของหัวใจที่ปวดร้าวเหลือเกิน


.........จบลงสักทีก็ดีเหมือนกัน ความรักของพวกนาย ที่ข่มขืนยิ่งกว่ายาพิษเสียอีก..........




-THE END-






---------------------------------

zime_ii : โหดร้ายมากกกก ใครแต่งฟะเนี่ย ตายกันหมดเรื่อง แง่ม ฮ่าๆๆๆ ส้มขอโทษนะคะ ที่ทำให้มันจบแบบหดหู่ขนาดนี้
อยากลองแนวนี้มานานแล้วจริงๆ ไม่รู้ว่าเป็นไงบ้าง สนุกมั้ยเอ่ย ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ รักรีดเดอร์ทุกคนจริงๆ
ขอบคุณทุกเม้นด้วย อ่านแล้วปลื้มม ฮ่าๆ ฟิคเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าใครผิดนะคะ คงจะจริงอย่างที่เค้าว่า ความรักน่ะเหมือนยาพิษ รึเปล่า??
55+ เอาเถอะค่ะ อย่าหาว่าไรเตอร์ผิดเป็นพอ แล้วไว้เจอกันเรื่องต่อไปนะคะ <3333

[SF]Poison Love. TOPxGDxVI {01/02}

Title :: Poison Love
Author :: zime_ii
Paring :: TOP x GD x VI
Genre :: Sadness



Intro:


“เมื่อความรักของฉันมันไม่สมหวัง ก็อย่าได้มีใครได้สมหวังเลย พระเจ้า.....ได้โปรดให้อภัยผมด้วย”
...........ชเวซึงฮยอน

สายตาเกรี้ยวมองออกไปนอกหน้าต่าง ฟันกรามขบกันแน่นเพราะอารมณ์ที่ผิดหวัง มือทั้งสองถูกกำแน่นจนเล็บที่ถึงแม้จะไม่ได้มีความยาวสักเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้เกิดรอยซิบให้เลือดซึมออกมาจากฝ่ามือของเค้าได้





“ฉันจะหนีนายไปให้ไกลที่สุดขอบฟ้า วอนพระผู้เป็นเจ้า ขออย่าให้ผมได้เจอเค้าอีกเลย ไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติใดก็ตาม”
...............ควอนจียง

น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้มทั้งสองราวกับสายน้ำ ถ้าหากไม่มีน้ำที่ไหลออกมาจากฝักบัวล่ะก็ เค้าคงเป็นผู้ชายที่ร้องไห้ได้น่าสมเพชที่สุด มือบางทั้งสองขัดถูไปตามร่างกายอย่างออกแรง ปานว่าอยากจะให้ผิวหนังหลุดติดมือออกมาด้วย ร่างเปลือยเปล่าใต้สายน้ำที่ไหลออกมาไม่ขาดสายขดตัวลงนั่งกอดเข่าบนพื้นห้องน้ำ อันที่จริงเค้าควรจะต้องโกรธดีเดือดมากกว่าจะมานั่งเศร้าแบบนี้ด้วยซ้ำ แต่เค้าก็แค่ไม่อยากจะเชื่อเท่านั้นเอง ว่าร่างกายนี้ของเค้าถูกย่ำยีจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้จริงๆ






“ในที่สุด วันนี้ก็มาถึง วันที่ผมจะได้อยู่กับพี่สักที พี่จียง ขอบคุณพระเจ้าที่ให้ผมเกิดมาบนโลกใบนี้ โลกใบเดียวกันกับเค้า”
.............. อีซึงริ

สองวงแขนบางออกแรงกอดตัวเองแน่นขึ้น ก่อนจะก้มหน้าลงภายใต้ผ้าพันคอผืนอุ่น อากาศหนาวเหน็บและสายหิมะที่โปรยปราย ไม่ได้ทำให้คนตัวเล็กหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกอย่างดีใจ เมื่อเห็นรถสปอร์ตสีดำที่รอคอย วิ่งผ่าสายหิมะเข้ามาสู่สายตา จังหวะหัวใจเต้นแรงและถื่ขึ้นเรื่อยๆ คล้ายกับจังหวะแรมโบ้ในงานรื่นเริง ความดีใจแล่นพล่านทั่วทั้งอก น้ำตาใสพานจะไหลออกมาเพราะความตื้นตัน







-Poison Love-



P1/2


ปัง!!!!
เสียงไกปืนดังลั่นออกจากกระบอกปืนด้ามเล็กสีดำ ชายร่างเล็กล้มลงหมดสติกับพื้นทันทีที่สิ้นสุดเสียงนั้น หิมะขาวโพลนจึงถูกโชกไปด้วยน้ำเหนียวสีแดงทันที

“พี่จียง”
ชายร่างเล็กกว่าอีกคนโผเข้าหาเค้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่หวีดเรียกชื่อคนรัก

“แค่นี้น่ะ มันยังน้อยไปสำหรับคนอย่างนาย ควอนจียง”
ชเวซึงฮยอนกดยิ้มที่มุมปาก พลางมองต่ำไปยังร่างไร้สติที่นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น

“พี่เค้าไปทำอะไรให้นาย ฮึก ทำไมนายต้องทำแบบนี้ด้วย ร้ายกาจ....ฮึก นายมันร้ายกาจ นายมันไม่ใช่ มนุษย์!!”
เสียงใสตะโกนต่อว่าร่างสูงอย่างต่อเนื่อง ปากบางเม้มเข้าหากันแน่น น้ำตานองหน้า ความเศร้าที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว มันจึงทำให้เค้าสะอึกสะอื้นไม่หยุด

“ ได้ยินมั้ย ?! นายมันไม่ใช่คน....ฮึก พี่จียง อย่าเป็นอะไรนะฮะ พี่!! ”
ไร้การตอบสนอง ดูเหมือนว่าควอนจียงจะหลับลึกเข้าสู่ห้วงนิทราซะแล้ว

“ได้ยินชัดเลยล่ะ ฮึ แต่ว่านายรู้อะไรรึป่าวล่ะ ถ้าหากว่าโลกนี้ไม่มีนาย ฉันก็คงไม่ต้องทำอย่างนี้หรอก คงไม่ต้อง......ฆ่าคนที่ฉันรักแบบนี้หรอก”
ร่างสูงนั่งคุกเข่าลงต่อหน้าคนตัวเล็ก มือซ้ายคว้าคางมนมาบีบเอาเป็นเอาตาย น้ำเสียงขึ้นลงราวกับคนเสียสติ ท้ายประโยคตะคอกใส่ลั่นก่อนจะผลักคนตัวเล็กให้ร่วงลงไปกองกับพื้นอย่างเยือกเย็น

“หมายความว่ายังไง คนที่นายรัก พี่จียงเป็นคนที่นายรักอย่างนั้นน่ะหรอ แต่ถ้าอย่างนั้น ทำไมนายต้องฆ่าเค้าด้วย ฮึก ถ้าอย่างนั้น คนที่นายควรฆ่า ควรจะเป็นฉันแทนเซ้ นายฆ่าเค้าทำไม?!”

มันก็คงเจ็บปวดไม่ต่างกัน กับการที่ต้องเห็นคนที่รักนอนตายอยู่ตรงหน้า ฉันกับนายน่ะกำลังตกอยู่ในสถานะเดียวกันด้วยซ้ำ แต่ที่ต่างน่ะ คือฉันไม่ใช่คนที่นายนั่นรัก และฉันก็ไม่ใช่คนที่ต้องการพยายามปกป้องนายนั่นเหมือนที่นายกำลังทำอยู่นี่ด้วย ต่างกันที่ฉันเป็นคนฆ่าควอนจียงด้วยน้ำมือของตัวเอง แล้วอะไรคือเหตุผลที่ฉันฆ่าเค้า ไม่ฆ่านายงั้นหรอ เพราะอะไรรู้มั้ย

“ หึ ก็เพราะฉันไม่ต้องการให้เค้าเสียใจเพราะนายตายไงล่ะ ”

“อำมหิต!”

“ เพราะฉันเลือกที่จะเป็นฝ่ายเสียใจเองน่ะสิ ”

“ เลือดเย็น! นายมันไม่ใช่คน ”

“ ทำไมห๊า!??! เสียใจมากนักรึไง ฉันเองก็เสียใจไปไม่น้อยกว่านายหรอกน่า หุบปากซะ รึว่านายอยากจะตายอีกคน ”

“ ฮึกๆ นายมันไม่ใช่คน นายมันไม่ใช่คน ......นายมันไม่ใช่....ไม่ใช่คน ”

ร่างบางที่สะอึกสะอื้นยังคงพร่ำประโยคเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปะทุให้อารมณ์ของซึงฮยอนเดือดพล่านขึ้นมาอีก

“ ฉันบอกให้นายหุบปากไง ”

“ ทำไม!?! ถ้าฉันไม่หุบปาก นายจะฆ่าฉันใช่ไหมล่ะ ดี!! ฉันจะได้ไปอยู่กับพี่จียงไง ”

“ เสียสติไปแล้วรึไงห๊า ฉันบอกให้หุบปากไง ”

“ นายมันมันใช่ โค้นนนนนนนนนน ”

#### ปัง ####
..................พระเจ้า ได้โปรดให้อภัยลูกด้วยเถอะ......ได้โปรด......




ร่างบางของซึงริล้มลงทับจียงช้าๆ ดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา จดจ้องมองซึงฮยอนไม่ลดละ
“ ขอบใจนะ...ที่...ทำให้...ฉันจะได้ไปอยู่กับพี่จียง....... ”


ร้ายกาจเกินไปมั้ยซึงฮยอน.........
จริงอย่างที่เด็กนั่นพูด..........นายน่ะ ..มันไม่ใช่คน.........




########################################



“ นายมันไม่ใช่โค้นนนนนนนนน ”
ร่างสูงดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอนทันที มือหนาขยี้ผมตัวเองอย่างหัวเสีย นี่มันครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะ ที่เค้าต้องฝันถึงเหตุการณ์วันนั้น ผ่านมาหลายเดือนแล้ว แต่เสียงของซึงริก็ยังคอยตามหลอกหลอนเค้าไม่เลิก ชเวซึงฮยอนลุกออกจากเตียง แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำหรู สองมือหนากวักน้ำล้างหน้าเพื่อเรียกสติ สายตาของเด็กคนนั้น เค้ายังคงจำมันได้ดี ชเวซึงฮยอนมองตัวเองในกระจกบ้านใหญ่ ภาพของชายในชุดคลุมปรากฎอยู่ในกระจก ผมดำสนิทยาวระต้นคอ หยดน้ำที่เกาะพราวไปทั้วทั้งใบหน้า ชเวซึงฮยอนเพ่งมองตัวเองด้วยความรู้สึกอันยากลำบาก

“ นาย...คงจะไม่ใช่คนจริงๆ อย่างนั้นแหละ ซึงฮยอน..... ”

“.......”

“ โธ่เว้ยยยยยย ”

ตาคมจ้องคนในกระจกไม่ละละ สายตาที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อกันได้ถูกส่งเข้าไปยังร่างที่ยืนจ้องกลับมาในกระจกอย่างโกรธแค้น เบื้องลึกของจิตใจย้อนถามซึงฮยอน........คราวนี้โกรธแค้นใครอีกละ...... นายยังเหลือคนให้แค้นอีกงั้นหรอ.....

“ พอสักทีเถอะน่า.. ฉันรู้ว่าฉันมันผิดแค่ไหน ขอร้องละ อย่าตอกย้ำกันอีกเลย ”

......นายคงโกรธตัวเองสินะ ชเวซึงฮยอน ทำไมไม่ตายตามเค้าไปซะล่ะ ในเมื่อนายกล้าที่จะหยิบยื่นความตายให้คนอื่นได้ แล้วทำไมถึงไม่กล้าหยิบยื่นมันให้กับตัวเอง คนอย่างนายมันขี้ขลาดสิ้นดี.......

“ พอสักที หุบปากนั่นสักที!!!!!!!!!! ”

......ทำไม ถ้าฉันไม่หุบปาก นายก็จะฆ่าฉันเหมือนที่ทำกับเด็กคนนั้นงั้นสิ.....

“ โธ่เว้ยยยยยยย ”

ร่างสูงทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างเสียสติ ความผิดยังคงตอกย้ำให้เค้ารู้สึกแทบอยากจะบ้าคลั่ง ไม่รู้จะอีกนานแค่ไหนที่เค้าจะลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้ ถึงแม้ว่าในตอนนนี้เค้าจะรู้ดีแล้วว่า ผลสุดท้ายของเรื่องทั้งหมด ความเจ็บปวด และความทรมาน ที่สุดแล้ว มันตกอยู่กับใคร
“ ฉันขอโทษจริงๆ .....ควอนจียง ”


######################################


“ควอนจียง มานี่ ๆ ฉันช่วยถือ”
ยองเบเพื่อนสนิทคนเดียวของจียงปรี่เข้าไปหาเพื่อนตัวบางทันทีเมื่อหันไปเห็นเค้ากำลังถาดข้าวด้วยท่าทางทุลักทุเล

“ ฉันไม่เป็นไรน่า ฉันไม่ใช่คนพิการสักหน่อย ”

“ ก็ยังอวดเก่งเหมือนเคยนะนาย ”
ยองเบสายหัวระอากับนิสัยของเพื่อนก่อนจะแย่งเอาถาดอาหารมาอยู่ในมือจนได้

“ เฮ้อออ ”
ร่างบางถอนหายใจยาว พลางนั่งลงประจำตำแหน่งในโต๊ะอาหาร ก่อนจะมองเหม่อออกไปยังนอกหน้าต่าง ทิวทัศน์ที่สวยงาม ไม่ได้เหมาะกับอารมณ์ที่เค้าเป็นอยู่ในตอนนี้ซะ เลย ใบไม้ใบหญ้าที่ให้สีเขียวชะอุ่ม สายลมเย็นที่โชยไปมา ทำให้จียงต้องกระชับเสื้อกันหนาวตัวบางเข้าหาตัว สายตายังคงเหม่อเลยไร้ความสึก หน้าร้อนที่หนาวจับใจ ภาพของหิมะที่ถูกอาบไปด้วยของเหลวสีแดง ร่างเล็กที่นอนจมกองเลือดเคียงข้างเค้า ยังคงติดอยู่ในตา น้ำใสๆ เตรียมพร้อมที่จะไหลออกมา หากแต่เพื่อนรักที่นั่งสังเกตอาการของเค้าอยู่ก็ปลุกให้ตื่นจากภวังค์เสียก่อน


“ เห้ย กินข้าว นายเหม่ออีกแล้วนะจียง ”

“ อะ....อ่อ...อือ ...โทษที ”
ควอนจียงหันมาสนใจอาหารตรงหน้า เพียงแต่แค่คู่ตะเกียบเท่านั้น แต่แม้แต่น้อยของจิตใจก็ไม่ได้อยู่ตรงนี้เลย

“ จียง... ”

“ ......... ”
ยองเบเรียกชื่อเพื่อนอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีการตอบรับใดๆ จากคนตรงหน้า .....เมื่อไหร่นะ นายจะทิ้งความทุกข์ทั้งหมดนั่นให้เป็นอดีตสักที.... ระยะเวลาสิบปีที่เป็นเพื่อนกันมาทำให้เค้าเป็นห่วงเพื่อนจับใจ

“ เนื้อนี่นุ่มมากเลยนะจียง ลองกินดูดิ ”

“ อ่อ....อืม ”

คำตอบสั้นๆ กับรอยฝืนยิ้มเจื่อนๆ ถูกส่งไปให้ยองเบ .....จะให้ต้องใช้เวลาสักเท่าไหร่กัน จียงถึงจะกลับมามีความสุขเหมือนเดิม ตัวเค้าเอง ก็เข้าใจหรอกนะว่า ระยะเวลาแค่ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาก็คงไม่มีใครทำใจได้หรอก ถ้าหากว่าอยู่ดีดีก็ต้องมาเสียคนที่รักไป แต่การที่จมตัวเองอยู่กับความทุกข์นี่สิ ยองเบคิดในใจว่ามันช่างเป็นเรื่องงี่เง่าสิ้นดี แต่จะทำอย่างไรได้ ก็คนที่ทำตัวงี่เง่านั้นมันเป็นเพื่อนเค้าเอง



‘คุณเป็นเพื่อนกับคนไข้ใช่มั้ยครับ’

‘ครับ ผมเป็นเพื่อนกับจียง รวมทั้งซึงริด้วยครับ’

‘อ่า ดีเลยครับ งั้นหมอขอเชิญคุณทางนี้หน่อย ’

‘ได้ครับ’

‘คือ ผมมีทั้งเรื่องดีและไม่ดีต้องการจะบอกให้คุณทราบ ก่อนอื่นหมอขอให้คุณทำใจไว้ด้วยนะครับ’

‘ครับ’

‘เรื่องดีก่อนละกันนะครับ โชคดีมากที่กระสุนไม่โดนจุดสำคัญ บวกกับอากาศเย็นจัดที่ช่วยให้เลือดแข็งตัวได้เร็ว คุณจียงพ้นขีดอันตรายอย่างน่าเหลือเชื่อครับ’

‘อย่างนั้นหรอครับหมอ เฮ้ออ ค่อบยังโล่งใจไปหน่อยนะครับ แล้วซึงริล่ะครับหมอ เค้าปลอดภัยเหมือนกันใช่มั้ยครับ’

‘อ่า คือ....’

‘ใช่....ใช่มั้ยครับหมอ’

‘นี่แหละครับคุณ เรื่องไม่ดีที่ผมหมายถึง คุณอีซึงริเสียชีวิตก่อนมาถึงโรงพยาบาลเสียอีกครับ ทางเราพบว่า กระสุนถูกจุดที่สำคัญ นั่นก็คือเส้นประสาทหลักของร่างกาย อวัยวะทุกอย่างหยุดทำงานทันทีตั้งแต่คนไข้ถูกยิงครับ หมอพยายามอย่างเต็มที่แล้ว .....หมอเสียใจด้วยนะครับ’

‘ตลกน่ะครับ!’

‘ไม่จริงใช่มั้ย...หมอ !’

‘หมอโกหกผมใช่มั้ย หมอล้อเล่นใช่รึเปล่า’

‘ขอโทษนะครับคุณดงยองเบ หมอขอแสดงความเสียใจด้วยจริงๆ’


..... ฉันรู้และเข้าใจดีว่ามันเจ็บปวด จียง แต่อย่างน้อยนายก็ไม่ควนจะเก็บความเจ็บปวดทั้งหมดไว้กับตัวเองแบบนี้ ถ้าเชือกมันตึงเกิน ก็ผ่อนมันให้คลายลงบ้างก็ได้........

“วันนี้อยากไปไหนปะจียง ฉันจะพาไป”
ในฐานะเพื่อนรัก ฉันก็คงช่วยนายได้แค่นี้ล่ะมั้งจียง ยองเบมองเพื่อนตรงหน้าด้วยหลายความรู้สึก

“ ไม่อ่ะ ”

“ ฉันพาไปที่นึงเอามั้ย ”

“ ยองเบ..... ”

“ อยากไปรึป่าว ”

“ ฉันอยากไปหาซึงริ ”

“ เดี๋ยวชั้นไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนละกัน วันนี้เราจะไปทะเลกัน ”
ยองเบลุกออกจากโต๊ะอาหารทันทีเมื่อพูดจบ อาจจะดูเหมือนว่าเค้าทำร้ายเพื่อเค้าเอง แต่มันก็เป็นวิธีที่จะทำให้เพื่อนของเค้าลืมความทุกข์เหล่านั้นได้ไม่ใช่หรอ

“ ยองเบ ”
เสียงอ่อนของคนที่นั่งจมทุกข์อยู่ที่โต๊ะอาหารเรียกรั้งเค้าไว้ ยองเบหยุดเดินต่อ แต่ก็ไม่ได้หันกลับไปมอง

“ ไปทะเลกับฉันนะจียง ”

“ พาฉันไปหาซึงริเถอะ.... ”


######################################


เสียงใบไม้ลู่ลมดังขึ้นเป็นจังหวะ ชายรูปร่างดีในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงส์ยีนส์สีซีด ผมสีบรอนซ์ที่ปลิวไปตามลม เผยให้เห็นถึงความอ่อนโยนของผู้ชายคนนี้อย่างเด่นชัด จียงยืนมองป้ายหินที่สลักชื่อคนรักอย่างอาลัย เจ้าของเส้นผมนุ่มยกมือขึ้นปัดไรผมที่บังหน้าตัวเองออก ก่อนจะนั่งลงวางดอกไม้หน้าป้ายชื่อหินนั่น


“ อีซึงริ ”

น้ำตาหยดโตหยดลงบนตัก ดงยองเบที่ยืนอยู่ไม่ไกล เอี้ยวหลังหันมามองจียงที่เอาแต่นั่งก้มหน้า พลางคิดในใจว่า สิ่งที่เพื่อนเป็นอยู่ ก็คงไม่พ้นการร้องไห้แน่ๆ

สายลมยังคงพัดเอาความเย็นมาปะทะใบหน้าจียงเป็นระยะ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยพัดพาเอาความทุกข์ออกไปจากเค้าได้เลย ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ความเสียใจก็ดูเหมือนจะมีมากขึ้นเท่านั้น

‘ซึงริดีใจจัง ในที่สุด ซึงริก็ได้อยู่กับพี่จียง’

‘สัญญานะฮะ ว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป’

“สัญญาสิ เราสองคนจะต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป........”

ภาพรอยยิ้มสดใสของซึงริไม่ว่าจะนานแค่ไหน มันก็ยังคงแจ่มชัดในมโนภาพของจียง ไม่รู้ว่าจะโทษใครดี จะโทษที่ตัวเค้าเองเกิดมาโชคไม่ดีพอ โชคชะตากำหนดให้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน หรือจะโทษพระเจ้าที่เอาความตายมาพรากให้ซึงริจากเค้าไป


ไม่สิ............ไม่ใช่


ถ้าจะโทษ.......คงต้องโทษ


ไอ้สัตว์นรกนั่น............
ผู้ชายอำมหิตที่พรากความสุขทั้งหมดไปจากชีวิตเค้า........

มือหนาที่วางอยู่กับพื้นหญ้า จิกเอาหญ้าขึ้นมากำในมือแน่น ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะที่ควอนจียงต้องมานั่งแค้นใจขนาดนี้ หลังจากที่ซึงริจากไป

“บางที นี่อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีก็ได้นะซึงริ เห็นทีพี่คงจะต้องทำอะไรสักอย่างสักที”

“ ......... ”

“ ซึงริเห็นด้วยใช่มั้ย หืมม หลับให้สบายนะซึงริ สักวัน......พี่สัญญาพี่จะตามไปอยู่กับนาย......พี่สัญญา ”

ควอนจียงลุกขึ้นจากหลุมศพคนรัก ร่างสูงบางโค้งคำนับให้คนที่จากไป ก่อนจะเดินจากออกมาหายองเบที่รออยู่ ควอนจียงหันหน้ากลับไปมองเนินเขาขนาดเล็กอย่างคิดถึง สายตาที่ส่งไปให้ยังคงเปี่ยมไปด้วยความรักที่ยังคงมีอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง จียงสูดลมหายใจลึกเข้าปอด เปลือกตาคู่บางหลับลงเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสิ่งที่ตัวเองกำลังจะตัดสินใจ จนสุดท้ายยองเบจึงเดินเข้าไปหาเค้า ก่อนจะวางมือลงบนไหล่จียง

“ ไปกันเถอะจียง ”

“ ยองเบ.... พรุ่งนี้ ฉันจะกลับโซล..... ”



............................TBC
 
 
Copyright © {{z i m e _ i i}}
Blogger Theme by BloggerThemes Design by Diovo.com