Title :: [SF] In My Dream
Paring :: Tom-Jerry
Author :: แกงส้ม , currorangy
ท่ามกลางนครที่วุ่นวาย เมืองที่ทันสมัยและเป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว ทั่วทุกมุมของเมืองนี้มีคนที่ไม่หลับใหลยามค่ำคืนอยู่มาก ยกเว้นผม การได้หลับในอ้อมกอดที่อบอุ่นของคนที่รัก ทำให้ลืมเรื่องวุ่นวายต่างๆรอบตัวได้ดีทีเดียว
“นอนไม่หลับหรอ”
เสียงเอ่ยถามของคนที่นอนกอดร่างบางบนเตียงนุ่มเอ่ยขึ้น เมื่อร่างบางที่กำลังดิ้นขลุกขลักไปมาในวงแขนลืมตาขึ้น
“ป่าวฮะ เมื่อกี้ครึ่งหลับครึ่งตื่นเหมือนจะฝันอะไรสักอย่าง อีกอย่างนึง มันหนาวๆ ยังไงก็ไม่รู้น่ะฮะ”
“ฝันอะไรหืม อีกอย่าง พี่กอดแบบนี้แล้วยังหนาวอีกหรอ ซึงริ” พูดไปเพ่งจารณาแก้มเนียนแดงระเรื่อนั่นไป จียงแทบจะทนไม่ไหวตั้งแต่เริ่มนอนกอดน้องตั้งแต่หัวค่ำแล้ว แต่เห็นว่าน้องกำลังเคลิ้มๆ จะหลับเลยทำจำไม่อยากจะรบกวน
“ก็ผมหนาวนี่ฮะ พี่จียงกอดไม่แน่นเลย” แต่คำพูดของคนตัวเล็กนี่สิ ทำเอาคนฟังอย่างเค้ายิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที
....แบบนี้ มันเรียกว่าเปิดทางให้พี่ใช่มั้ย
“พี่ว่าพี่กอดแน่นแล้วนะ หรือต้องทำอย่างอื่นด้วย ถึงจะหายหนาว หืมม”
พูดจบปากบางก็ถูกปิดล้อมทันที ลิ้นเล็กหยอกล้อกันในโพรงปาก ควานหาความหอมหวานของอีกฝ่ายไม่หยุดสิ้น มือเย็นลูบไล้ทั่วแผ่นหลังขาวเนียน จูบที่มอบให้สร้างความสุขให้กับคนทั้งคู่ไม่น้อย
“อื้อ...พอก่อนฮะ พี่จียงเร็วจริงๆ ซึงริไม่ทันได้ตั้งตัวเลย ให้ตายสิ”
“หึหึ พี่เร็วกว่าแสงอีกนะ ร้อนจนสามารถทำนายละลายได้ด้วย เชื่อไม๊ล่ะ”
“อ๊ะ...ชะ..เชื่อ อื้อ...ฮะ”
ไม่ทันไร ความร้อนของร่างกายก็ถูกริมฝีปากขึ้นปะทะให้แทบจะลายลายไปอย่างที่ร่างหนาพูดไว้ก่อนให้ได้
คอขาวถูกประทับจูบลงไปไม่หยุดยั้ง ต่อให้อุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศที่ลดลงจนเย็นมากแค่ไหน แต่ความร้อนของคนสองคนก็ทำให้ไม่สามารถสัมผัสอุณหภูมิห้องในขณะนั้นได้
“หอมที่สุดเลย รู้มั้ย” จมูกโด่งกดลงไปตามร่างกางของร่างบาง แล้วเขยิบกลับมากระซิบที่ข้างหูของซึงริ ลมหายใจที่รินรดอยู่ข้างหูเรียกอารมณ์ของร่างบางได้เป็นอย่างดี ริมฝีปากหนาขบเบาๆ ที่ติ่งหูบางนั้นอีกครั้ง ก่อนจะย้ายตำแหน่งไปหาริมฝีปากบางที่กำลังกัดปากตัวเองเพราะความเสียวอยู่
“อะ.....อื้อ“ การจูบเป็นการเริ่มต้นของทุกสิ่ง ซึงริหลับตาพริ้มเพราะรสจูบที่จียงมอบให้เสมอ ผิดกันกับจียงที่ชอบลืมตามองดูใบหน้าที่เคลิบเคลิ้มของซึงรินั่น
มือหนาค่อยๆ สอดใต้เสื้อยืดของร่างบาง ละไล้ไปทั่วทุกบริเวณ ซึงริแอ่นตัวขึ้นเล็กน้อย มือหนาจึงได้จังหวะ ถอดเสื้อบางๆ นั่นออกทันที แผ่นกายขาวสะอาดปรากฏให้เห็นยอดอกที่กำลังชูชันเรียกหาริมฝีปากหนา
ความรู้สึกเสียวจึงแผ่ซ่านทันที เมื่อสัมผัสเปียกๆ เกิดขึ้นที่ยอดอกของร่างบาง ลิ้นหนาวนไปวนมาเล่นอย่างสนุก
“อ้ะ อา... พี่จียงอ่า อย่าแกล้งซึงริสิ” เสียงหวานเอ่ยสลับไปมากับเสียงคราง จียงดันตัวเองขึ้น แล้วถอดเสื้อของตัวเองออก
“แล้วไม่ชอบรึไง หืมม”
จบประโยค ริมฝีปากบางก็ถูกครอบครองอีกครั้ง โดยที่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยคำตอบ
ลิ้นทั้งสองที่เล่นกันอย่างสนุก ในขณะที่มือบางขยุ้มเรือนผมของจียง แผงอกที่ขยับขึ้นลงด้วยความเร็วทำให้จียงต้องถอนจูบออกมาเพื่อให้น้องได้มีอากาศหายใจ
ซึงริหลับตาลงแล้วหอบหายใจเหนื่อย ริมฝีปากอวบอิ่มที่ช้ำเพราะจูบที่ร้อนแรง ยิ่งทำให้จียงอยากจะเข้าไปลิ้มรสอีก
“ต่อเลยได้มั้ยครับ” คนข้างบนเอ่ยอย่างไม่อาย สายตาหยาดเยิ้มที่จ้องเข้าไปลึกในดวงตาของซึงริ ทำให้แก้มเนียนใสอดที่จะขึ้นสีชมพูเรื่อยไม่ได้ แต่ร่างบางก็พยักหน้าเบาๆ เป็นคำตอบ
.....ทำยังไงได้ ทุกวันนี้ ซึงริก็มีความสุขกับทุกๆ สิ่งที่พี่จียงทำให้นี่นา....
ริมฝีปากหนากดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย พรางหัวเราะร่างบางในลำคอ
“เอาล่ะน้า”
“พี่จียงอ้า~~”
มือบางกำเป็นกำปั้นทุบเข้าที่อกของจียงเบาๆ ก่อนที่จะโดนคนตรงหน้าประทับจูบลงที่ซอกคอของตัวเอง มือหนาไล่ไปทั่วร่างบาง ก่อนจะหยุดอยู่ที่จุดสำคัญ ถึงจะมีกางเกงบ็อกเซอร์บางๆ กั้นอยู่อีกชั้น มันก็ไม่ได้ปกปิดความต้องการของซึงริเลย จียงลูบมันไปมา ก่อนที่จะจับมันรูดขึ้นลง
...
...
...
..
“อ่ะ....อ้ะ พี่จียง...”
“ ทำ ....อา.... ให้พี่เหมือน อื้อ.... กันสิ ”
..
..
..
..
มือบางทำตามคำขอของคนข้างบนอย่างว่าง่าย สองมือไม้ ต่างช่วยกันและกันเป็นพัลวัน ไม่ทันไร ทั้งคู่ก็ไม่เหลือสิ่งปกปิดร่างกายอีกต่อไปแล้ว เหงื่อเม็ดๆ ผุดให้พราวไปทั่วตัวของทั้งคู่
...ร้อน ร้อน จนแทบอยากจะละลายตายไปให้รู้แล้วรู้รอด ความรู้สึกแบบนี้มันมีความสุขแบบทรมานชัดๆ ต้องการให้มันถึงจุดนั้นไวไว แต่ก็อยากจะยืดช่วงเวลานี้ให้นานที่สุด ...
..แต่ถามว่าจะยอมปฏิเสธ ไม่รับ มันรึเปล่าล่ะ ..
.. คำตอบของทั้งคู่ ก็คงจะ ไม่ เหมือนกัน เพราะมันกลายเป็นสิ่งเสพติดของพวกเค้าไปแล้วต่างหาก..
..
..
..
..
เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานดังขึ้น เพราะอุณหภูมิในห้องร้อนขึ้นเรื่อยๆ เสียงครางและเสียงกระแทกกันของผิวเนื้อดังขึ้นเป็นจังหวะๆ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ร่างบางตกอยู่ภายใต้การกระแทกกระทั้นนั่น ซึงริร้องไม่ได้ศัพท์พรางจิกผ้าปูที่นอนแน่น
ความอึดอัดที่รู้สึกได้เบื้องหลังทำให้เค้าอยากจะจบทุกอย่างลงไวไว ไม่ต่างกันกับคนที่อยู่ข้างบน ที่เร่งจังหวะอย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อให้ทุกอย่างขึ้นไปถึงจุดสูงสุด
“ อ้ะ...อ้ะ ....อ้ะ......อ๊า ”
“ ซึงริ อ้ะ....อื้อ....อ้ะ ”
ร้อน คับ แน่น ก็ยังคงเป็นคำที่จียงจะใช้บรรยายช่องทางที่เค้าสวมใส่อยู่ ซึงริยันตัวเองขึ้นแล้วคุกเข่า จียงที่ยังคงติดอยู่ข้างหลังจึงนั่งลง แล้วจับให้ร่างบางนั่งตักตัวเอง ขาสองข้างยืดออก แล้วขยับให้ซึงริเปลี่ยนท่ามานั่งยองๆ แทน
“ อ้ะ...ทำยังไง...อ่ะพี่จียง ”
“ ลองดูนะ ขยับขึ้นลง ”
ร่างบางขยับตัวขึ้นลงตามที่คนข้างหลังบอก ค่อยๆ จนกระทั่งเร่งจังหวะ
..
..
..
..
“ อ้ะ...อื้อ เก่งมาก ซึงริ ”
เสียงผิวหนังกระแทกกันและกันยังคงดังต่อไป ถี่ขึ้นๆ และถี่ขึ้น มือหนาอยู่ไม่สุขจนต้องลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของร่างบางที่กำลังควบคุมจังหวะอยู่
“ อ้ะ....อ้ะ...พี่จียง ซึงริไม่ไหว แล้ว ”
“ อื้อ อีกนิดเดียว....ซึงริ อ้ะ....อื้อ....ซึงริ อย่างนั้นแหละ... ”
“ อื้ออ...อ้ะ...พี่...จียง ....อา~.. ”
“ อื้มมม อย่างนั้นแหละ ”
...
..
..
..
..
..
..
ภาพทุกอย่างดับไป พร้อมๆ กับการดิ้นขลุกขลักของผม เรียวแขนหนาที่มีรอยสักพาดอยู่กลางลำแขนกระชับอ้อมกอดที่เอวของผมแน่นขึ้น ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ จากความฝันที่ยังคงทำให้ใจผมเต้นแรงขึ้นมาก ลมเย็นๆ ของเครื่องปรับอากาศโชยมาต้องใบหน้าของผม ยิ่งทำให้รู้สึกหนาวแปลกๆ
....เมื่อกี้นี้ ฝันไปอย่างนั้นหรอ ให้ตายสิ เหมือนจริงชะมัด ...
ผมกระพริบตาปริบๆ สองสามครั้งเพื่อไล่ความงัวเงียนั้นออกไป ก่อนจะขยับตัวอีกครั้ง
“นอนไม่หลับหรอ”
“ป่าวฮะ เมื่อกี้ครึ่งหลับครึ่งตื่นเหมือนจะฝันอะไรสักอย่าง อีกอย่างนึง มันหนาวๆ ยังไงก็ไม่รู้น่ะฮะ”
“ฝันอะไรหืม อีกอย่าง พี่กอดแบบนี้แล้วยังหนาวอีกหรอ ซึงริ”
“ก็ผมหนาวนี่ฮะ พี่จียงกอดไม่แน่นเลย”
“พี่ว่าพี่กอดแน่นแล้วนะ หรือต้องทำอย่างอื่นด้วย ถึงจะหายหนาว หืมม”
..
..
..
..
..
..
The End.
Monday, May 31, 2010
Wednesday, May 26, 2010
[LFY] I Know Nothing Else But Love 2 {chapter 2 }
Title :: I know nothing else but love {Season 2}
Author :: zime_ii
-chapter 2-
ท่า อากาศยานใจกลางกรุงโซล ผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมาให้พลุกพล่าน บ้างก็หอบสัมภาระเช็คไฟท์บินของตัวเอง และแน่นอน บ้างก็มารอรับคนรู้จักของตัวเอง เสียงจอแจและเสียประกาศของแอร์โฮสเตสสาวดังสลับกันไปกันมา ท่ามกลางความเงียบระหว่างท้อปกับแดซอง ไม่มีใครพูดอะไรอีกเลยหลังจากที่ออกมาจากโรงพยาบาล
วินาทีนี้คงเป็น วินาทีที่เกิดความรู้สึกแตกต่างกันไประหว่างเค้าทั้งสองคน แดซองกุมมือทั้งสองของตัวเองไว้อย่างหวั่นใจ เล็บที่มีอยู่ไม่ได้ยาวมากถูกจิกลงไปที่มือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลมหายใจที่ถูกผ่อนเข้าออกอย่างแรง เสียงหัวใจที่ทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลานั้นใกล้เข้ามาทุกที
ผู้ชายร่างสูงข้างๆ เค้าก็คงจะสังเกตุเห็นอาการนั้นได้เป็นอย่างดี ท้อปมองแดซอง แล้วถอนหายใจออกเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ และคว้ามือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อนั้นมากุมไว้ สีหน้าที่แสดงความรู้สึกผิดฉายออกมาเล็กน้อย แดซองไม่ได้หันหน้าไปมองท้อป เค้าทำได้แค่ก้มหน้าลงต่ำเท่านั้น
“ แดซอง... ” เสียงเข้มถูกเอ่ยออกมาเบาๆ ท้อปเองก็ไม่ได้หันไปมองหน้าแดซองเช่นกัน มือหนาบีบเบาๆ ที่มือของแดซอง
“ ..... ”
“ เชื่อใจพี่เถอะนะ... ” คำพูดสั้นๆ จบลง เล่นเอาหัวใจของแดซองยิ่งทำงานหนักมากขึ้นไปอีกหลายเท่า เหมือนเสียงจอแจที่ดังอยู่รอบๆ ด้วยจะถูกกลบด้วยเสียงของคนข้างๆ ตัวคนนี้ของเค้าซะหมด ราวกับว่าโลกหยุดหมุน ทุกๆ คนหยุดการเคลื่อนที่ มีเพียงแต่คำพูดไม่กี่คำนี้ดังวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของเค้า
แต่ถึงมันจะทำให้ใจของเค้าพองโตขึ้นมาสักเล็กน้อย แต่ส่วนหนึ่งของจิตใจ แดซองก็ยังคงไม่มั่นใจอยู่ดี
.......มันเป็นแค่เพียงคำพูด ผมขอให้พี่ทำให้ได้อย่างที่บอกไว้ก็แล้วกัน.......
“ อ่ะนั่นไง จียงมานั่นละ ” พี่ท้อปของแดซองเอ่ยขึ้นเมื่อจียงและซึงริ เดินออกมาจากประตูผู้โดยสาร ทันทีที่จียงเห็นท้อปและแดซอง เค้าก็รีบโบกมือทักทายให้ทันที ซึงริหัวเราะกับท่าทางนั้นของคนรักตัวเอง แล้วจึงคว้าเอามือหนาที่กำลังโบกหยอยๆ มาประสานไว้แทน สองมือจึงพากันแกว่งไปมาอย่างร่าเริง แน่นอน ก็เพราะว่าพวกเค้าเดินทางมาถึงบ้านเกิดตัวเองแล้วนี่นา
แต่ใครจะ รู้ ว่ายิ่งคู่รักคู่นี้ แสดงท่าทางร่าเริงมากแค่ไหน มือที่กำลังชุ่มเหงื่อของแดซองก็ยิ่งถูกอีกมือที่กุมอยู่ออกแรงบีบมากเท่า นั้น
.......พี่กำลังแย่ พี่ท้อป พี่กำลังแย่......
“ ฮ้า ถึงเกาหลีสักที เป็นไงล่ะ ฉันเลยไม่ได้อยู่ดูคู่นายรักกันเลย ความรักไปถึงไหนบ้างแล้วฮะ ” จียงปล่อยมือจากซึงริ ยืดแขนยาวออกบิดขี้เกียจไปพร้อมๆ กับเอ่ยแซวท้อปกับแดซอง
“ พี่จียง แดซองเขินใหญ่แล้ว ”
“ ฮ่าๆ โทษทีเว้ย แต่ยังไงก็สู้คู่เราไม่ได้หรอกใช่ปะ ที่รัก ”
“ สบายดีนะพวกมึง ” ท้อปไม่ได้โต้ตอบการแซวนั้นกลับไป แต่เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาแทน ซึงริสบตาท้อปแล้วยิ้มให้เล็กน้อยแทนคำตอบ ส่วนจียงก็ตอบขึ้นอย่างกระฉับกระเฉงทันที
“ อื้ออ สบายดีมากกเลยหล่ะว่ะ ”
“ ก็ดีฮะพี่ ทุกคนคิดถึงพี่กันหมดเลย พี่ยองเบว่าจะมารับพี่ แต่ว่าพี่เค้าติดธุระ ว่าแต่พี่จียงกับซึงริ จะกลับบ้านก่อน หรือว่าจะปแวะไปหาซึงฮยอนก่อนอ่ะ “ แดซองเอ่ยขึ้นบ้าง พรางแบ่งเอากระเป๋าของซึงริมาช่วยถือ ก่อนค่อยๆ เดินนำทุกคนออกมาจากส่วนรอรับผู้โดยสาร
“ ว่าไงซึงริ ” ร่างโปร่งหันไปถามคนรักของตัวเอง แน่นอน จียงยังคงคิดเสมอว่า ตั้งแต่ก้าวแรกที่เค้าเหยียบเกาหลีอีกครั้ง ทุกการกระทำของเค้าต่อไปนี้ อาจจะกระทบกระเทือนจิตใจของคนที่เค้ารักก็เป็นได้
“ พี่จียงว่าไงล่ะฮะ สองสามวันก่อนผมเพิ่งคุยกับซึงฮยอน ผมว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เราค่อยแวะเข้าไปก็ได้มั้ง ”
“ ก่อนมานี่ ฉันกับแดซองก็เพิ่งแวะไปเยี่ยมจูอึนกันมา ”
“ แล้วจูอึนดีขึ้นเยอะรึยังอ่ะ ” จียงพูด
“ อืม ในตอนนี้ ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง หมอบอกแค่ว่าต้องระวังอย่าให้มีโรคแทรกซ้อนน่ะ โอ๊ะ ” ไม่ทันที่จะจบประโยค เสียงร้องอุทานของท้อปก็ดังขึ้นซะก่อน ท้อปเซไปข้างหน้าเล็กน้อย เพราะแรงกระแทกของอะไรบางอย่างจากข้างหลัง ทุกๆ คนหยุดเดินแล้วหันไปมองผู้หญิงข้างหลังกันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งมันก็ทำให้ใครคนหนึ่งเกิดอาการตกใจขึ้นมาทันที เมื่อได้เห็น ผู้หญิงคนนี้
“ อิอิอิอิ อ้ะ ขอโทษค่ะ ” สาวน้อยร่างบางในชุดมาดมั่น บ่งบอกความปราดเปรียวในบุคคลิกของเธอได้เป็นอย่างดี กางเกงยีนส์เข้ารูปและรองเท้าส้นสูง เสื้อมีสไตล์ตัวหลวมโคร่ง ที่เปิดโชว์ไหปลาร้าแสดงได้ถึงรูปร่างขนาดเล็ก เธอกำลังหัวเราะร่า เมื่อรู้ตัวว่าการเล่นสนุกของเธอทำให้เธอไปชนกับใครเข้าให้ เธอรีบโค้งตัวขอโทษเป็นการใหญ่
“ ไม่เป็นไรครับ ” ท้อปพูดออกมาเบาๆ
“ อ่า คุณหนูนะคะ คุณหนู พี่บอกแล้วว่าอย่าเดินถอยหลังแบบนั้น เห็นมั้ยคะ เลยไปชนกับคุณเค้าจนได้ ” ผู้หญิงที่ดูเหมือนจะเป็นพี่เลี้ยงรีบเดินตามคุณหนูของเธอมาทันที
“ ขอโทษด้วยนะคะคุณ ” เธอรีบขอโทษแทนสาวน้อยร่างบางที่กำลังยืนปิดปากหัวเราะเป็นการใหญ่
“ พี่โบยองไม่เห็นต้องขอโทษเลย ฉันขอโทษเค้าแล้วน่า ”
“ ครับ ไม่เป็นไรหรอกครับ น้องเค้าคงไม่ได้ตั้งใจน่ะครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกเราขอตัวก่อนนะครับ ” ท้อปเอ่ยเชิงลา แล้วจึงหันหลังกลับ เพื่อจะออกเดินต่อ แดซองที่เก็บอาการตกใจที่มีไว้ได้อย่างดีจึงได้แต่เดินตามท้อปและทุกคนไป ก่อนจะหันกลับมามองผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง
.......ซานดาร่าปาร์ค.......
แดซองหันกลับมาแล้วคิดในใจคนเดียว เค้าไม่คิดว่าเค้าจะได้เจอเธอเร็วขนาดนี้ ผู้หญิงที่เป็นเป้าหมายของภาระกิจของเค้า
“ นี่คุณ เดี๋ยวก่อนค่ะ ” แดซองรีบหันหน้ากลับมาทันทีเมื่อสบตากับสาวน้อยร่างบางคนนั้น เพราะเธอกำลังตะโกนเรียกใครสักคนในกลุ่มของเค้า คิ้วคู่หนาขมวดเป็นปมทันที เมื่อได้รู้ว่า สาวน้อยคนนั้นวิ่งตรงมาถึงด้านหลังของท้อป แล้วฉุดเสื้อของเค้าไว้
ทุกคนหันไปมองเธออีกครั้ง
“ ฉันชื่อ ซานดาร่า ปาร์ค ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ” ร่างบางยื่นมือบางๆ ของตัวเองออกมาต่อหน้าท้อป เป็นเชิงขอเช็คแฮนด์ ท้อปแสดงท่าทีเก้ๆ กังๆ เล็กน้อย
“ คุณหนูคะ ” พี่เลี้ยงของเธอออกท่าทีกังวลเล็กน้อย ก่อนจะตามมาห้ามปรามเบาๆ ซานดาร่าหันไปทำหน้าดุเล็กๆ แล้วหันกลับมายิ้มให้ผู้ชายทั้งสี่คนตรงหน้าอย่างสดใส ณ จุดนี้ ไม่ว่าจะเป็นท้อป จียง แดซอง หรือซึงริ ก็บอกได้เลยว่า รอยยิ้มของเธอมีเสน่ห์ไม่เบา ยิ่งความสวยของเธอที่มีอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งทำให้เธอดูเป็นผู้หญิงที่บอบบางน่าทะนุถนอมเข้าไปใหญ่
“ ไม่เป็นไรหรอกน่าพี่โบยอง พวกนายชื่ออะไรกันหรอ ฉันเพิ่งย้ายกลับมาจากฟิลิปปินส์ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ฉันอยากเป็นเพื่อนกับพวกนายจัง ” จบประโยคด้วยรอยยิ้มหวานอีกครั้ง ท้อปหันไปมองเลิกลักกับเพื่อนอีกทั้งสองคน และคนรักอีกคน
“ นะ~” เสียงใสพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ท้อปค่อยๆ ยื่นมือออกไปด้วยความเคอะเขิน
“ อ้ะ ให้ตายสินายนี่ชักช้าชะมัด ตกลงนายชื่ออะไรเนี่ย ” สาวน้อยไม่รอช้า คว้ามือนั่นมาเช็คแฮนด์ทันที
“ เอ่ออ ท้อป ฉันชื่อท้อป ” เหมือนโดนอะไรสะกด ท้อปพูดชื่อของเค้าออกมาอย่างว่าง่าย ดาร่ากดยิ้มมุมปากเล็กน้อย ปล่อยมือท้อปออกเป็นอิสระ แล้วชี้นิ้วไปตามอีกสามคนที่เหลือ
“ นายอ่ะ ”
“ ควอนจียง ”
“ นาย? ”
“ อีซึงริ ”
“ และนาย ? ”
“ คังแดซอง ”
“ อื้มม ดีมากก ฮ่าๆ พวกนายทุกคนนี่ว่าง่ายกันดีจัง ” ร่างเล็กกอดอกแล้วยิ้มกับผลงานของตัวเองที่ทำให้สี่หนุ่มตรงหน้าออกอาการทำ อะไรไม่ถูก
“ ทีนี้ก็ โทรศัพท์ เอาโทรศัพท์ของใครก็ได้ เอามาให้ฉัน ” ซานดาร่าจัดการสั่งการเสร็จสรรพ ในขณะที่อีกทั้งสี่คนยังคงทำอะไรไม่ถูก เพราะยังงงกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ไม่มีใครเอาโทรศัพท์ออกมาให้เธอ คิ้วคู่สวยเหนือดวงตาคู่เรียวที่ถูกเมคอัพอย่างทันสมัยหรี่ลงอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างโมโหเล็กๆ
“ นี่ พวกนาย ” คู่ตาเรียวมองสำรวจไปทั้งสี่คน จนกระทั่ง เธอมองเห็นสายห้อยโทรศัพท์ที่ห้อยออกมานอกกระเป๋ากางเกงของท้อป มือบางจึงย่อตัวแล้วคว้ามันออกมาทันที
“ อ้ะ นี่เธอ ” ท้อปอุทานอย่างตกใจ
“ หึ ก็นายอยากช้ากันเองนี่ ” สาวน้อยเอ่ยขึ้นอย่างไม่แหยแสอะไร มือบางข้างหนึ่งกำโทรศัพท์ของตัวเอง ส่วนอีกข้างกำโทรศัพท์ของท้อป นิ้วเรียวค่อยๆ กดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองลงไป ก่อนจะกดปุ่มโทรออก เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์เครื่องสวยดังขึ้นเรียกความพอใจให้เธอไม่น้อย สาวน้อยหัวเราะร่าด้วยน้ำเสียงสดใส พรางส่งโทรศัพท์คืนให้ท้อป
ท้อ ปคลายคิ้วที่ขมวดเพราะความไม่พอใจในการถือวิสาสะของร่างบางออกเล็กน้อย แต่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไรออกมา มือหนาเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกง
“ ทีนี้พวกฉันคงไปกันได้แล้วนะ ” ท้อปเอ่ยสั้นๆ แล้วคว้าข้อมือของแดซองออกไป จียงกับซึงริ คำนับเล็กน้อยให้กับเธอ ก่อนจะเดินตามท้อปออกไป
“ แล้วฉันจะโทรไปน้า~~~ ” สาวน้อย ตะโกนลั่นตามหลังทั้งสี่คนไป
#
#
#
#
“ ผู้หญิงอะไรแปลกคนชะมัด เธอกล้าแนะนำตัวกับผู้ชายก่อน หนำซ้ำยังไม่ถือวิสาสะขอเบอร์โทรศัพท์อีกต่างหาก ” ร่างบางในชุดนอนของซึงริ กระแทกตัวเองนั่งลงบนเตียงอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ นึกถึงเมื่อเหตุการณ์กลางวันแล้วก็ยังคงประหลาดใจต่อไป
“ พี่ว่าเธอก็น่ารักดีออกนะซึงริ ” จียงเดินออกจากห้องน้ำ ในชุดคลุมอาบน้ำ ผมเปียกๆ ลู่ลงมาตามไรจอน มือหนาถือผ้าเช็ดตัวแล้วขยี้ผมที่เปียกๆ นั้นไปเรื่อย ถึงแม้ภาพนั้นจะทำให้ซึงริ เกิดอาการหวั่นไหวขึ้นมาบ้าง แต่ก็เป็นเพราะคำพูดที่หลุดออกมาจากปากคนรัก กลับทำให้อารมณ์โมโหของเค้าประทุขึ้นมาอีกจนได้
“ พี่จียง! ” เสียงเล็กตวาดแหว
“ ทำไมอ่ะ ซึงริไม่ชอบเธอหรอ ” ร่างโปร่งเดินตรงมาหาร่างบาง แล้วนั่งลงหันข้างให้
“ ป่าวว ซึงริไม่ได้ไม่ชอบเธอ แต่ไม่รู้สึก ซึงริแค่รู้สึกว่ามันแปลกๆ ”
“ ไม่เห็นเป็นไรเลย ก็ถือซะว่าเราได้เพื่อนอีกคนไง เช็ดผมให้พี่ก่อนเร็ว ” จียงพูดไปด้วย เช็ดผมไปด้วย ก่อนจะยื่นผ้าขนหนูผืนเล็กให้ซึงริ ร่างบางรับมาก่อนเปลี่ยนท่านั่งเป็นหันหน้าเข้าด้านหลังของจียง มือบางเริ่มขยี้ผมคนรักตรงหน้าตามคำขอ
“ ไม่รู้สิ ผมก็ยังรู้สึกแปลกๆ อยู่ดี ” มือบางเช็ดผมให้คนตรงหน้าอย่างไม่ค่อยตั้งใจเท่าไหร่ ซึงริดูเหมือนจะติดใจกับผู้หญิงเมื่อกลางวันอยู่
“ ซึงริ ไม่เอาน่า ตอนนี้เราอยู่กันแค่สองคนนะ ” เสียงเข้มเตือนสติร่างบาง
“ เห้ออ ” ร่างบางทิ้งมือลงข้างตัวจียง พร้อมทั้งทิ้งตัวลงพิงด้านหลังของจียง มือหนาคว้าเอามือบางขึ้นมาไว้ที่เอวของตัวเอง แล้วกุมไว้ ภาพในตอนนี้ เลยกลายเป็นว่า ซึงริกำลังกอดจียงอยู่จากด้านหลัง
“ เป็นอะไรหืมม หงุดหงิดอะไร ”
“ ซึงริก็ไม่รู้ ” ซึงริตอบเสียงอู้อี้ พร้อมๆ กับซุกหน้าลงกลางหลังของคนรัก
“ เค้าก็ไม่ได้มายุ่งอะไรกับพี่นี่ คนที่เธอคนนั้นดูเหมือนจะสนใจ เป็นไอ้ท้อปด้วยซ้ำไป เอ๊ะ....หรือว่า ”
“ บ้าหน่า พี่จียงคิดงี้ได้ไงอ่ะ เห้อให้ตายสิ ” ร่างบางถอนตัวออกจากอ้อมกอดของพี่ชายทันที ซึงริลงไปยืนที่ปลายเตียงอย่างโมโหเล็กน้อย จียงจึงรวบร่างบางที่ยืนอยู่เข้าหาตัวเอง แล้วสวมกอดไว้หลวมๆ
“ ไม่เห็นต้องโกรธเลย พี่พูดเล่นนี่นา ซึงริทำไมต้องทำเป็นร้อนตัวด้วย ”
“ พี่จียง! ” มือบางทุบไปที่ไหล่กว้างของตรงหน้าอย่างจัง ร่างเล็กออกอาการงอน แล้วพยายามจะดันตัวจียงออก แต่ก็กลับถูกรวบตัวไว้แน่น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ยั่วยวนอยู่ตรงหน้า ยิ่งทำให้ร่างบางโมโหเข้าไปใหญ่อีก
“ ปล่อยเลย พี่จียงอ่ะ เห้อ ซึงริเซ็งละ นอนดีกว่า ”
“ ซึงรี~~~ ” เจ้าของเสียงหวานเอ่ยเรียกซึงริอย่างออดอ้อน ด้วยระดับความสูงที่ร่างบางยืนอยู่ทำให้เค้าต้องเงยหน้ามองซึงริอย่างช่วย ไม่ได้ ซึงริก้มมองหน้าคนรักที่อยู่ระดับอกของตัวเองอย่างหวั่นไหว เสียงหัวใจที่เต้นดังเฉกเช่นทุกครั้ง ทำให้เค้าต้องแกล้งกลบเกลื่อนทำเป็นไม่สบอารมณ์ต่อไป
“ พี่จียง!”
“ หืม.... ”
“ ก็พี่อ่ะ คิดได้ไง พี่คิดว่าผมหึงพี่ท้อปรึไง บ้าหน่า เห้อ ผู้หญิงคนนั้นก็แปลก พิลึก ไม่มีมารยาทเอาซะเลย ซึงริแค่รู้สึกไม่ถูกชะตาก็แค่นั้น ” ร่างเล็กพูดต่อเนื่องกันอย่างเป็นพัลวัน จียงเงยหน้ามองหน้าคนรักอย่างเพลิดเพลิน
เค้าไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้น หรอก ถ้าเป็นแต่ก่อนเค้าก็อาจจะคิด แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันก็ทำให้คนอย่างควอนจียงรู้จักอีซึงริขึ้นอีกเยอะเป็นไหนๆ
“ นี่ ” จียงเอ่ยขึ้น
“ พี่จียงเข้าใจยังอ่ะฮะ ”
“ พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย.. ”
“ ก็นั่นแหละ ซึงริแค่ไม่ชอบให้พี่คิ.. ”
“ จูบพี่ทีสิ ” ประโยคของซึงริเดินทางไปไม่จบประโยคเพราะคำขอที่อยู่ดีๆ ก็ถูกเอ่ยขึ้นจากคนตรงหน้า
“ บ้า.. ”
“ นะครับ ”
“ ซึงรีครับ ”
“ พี่จียง.. ”
“ จูบพี่จียงทีสิ.. ” คู่ตาเรียวเงยหน้าสบตาร่างบางอย่างออดอ้อน น้ำเสียงจริงๆ ที่ทำให้ร่างบางเหมือนถูกมนตร์สะกดอยู่ สัมผัสสองมือที่สวมกอดอยู่ก็ยิ่งดูเหมือนจะทำให้ทั้งสองคนเข้าใกล้กันมาก ขึ้น
“ หลับตาสิฮะ ”
จบประโยค ริมฝีปากบางก็ทาบทับริมฝีปากหนาทันที จียงทิ้งตัวลงบนเตียงนอน พรางฉุดให้ร่างบางล้มลงมาด้วย สัมผัสนุ่มที่คุ้นเคย ก็ยังคงให้ความหอมหวานไม่เปลี่ยนแปลง ทุกซอกทุกมุมที่เคยสัมผัส จดจำได้ทุกๆ ที่ ไม่ว่าจะหลบขวา ซ้าย ต้อน หน้า หรือหลัง แน่นอน ลิ้นทั้งสองย่อมทำงานอย่างเข้าขากันเสมอ
ไม่เคยสักครั้งเลยที่จะให้ความรู้สึกเบื่อ ยิ่งนานวัน กลับยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้นเท่านั้น
“ อะ... อะ อื้อ... ”
ร่าง บางถอนตัวออกมาแถบไม่ทัน จะขาดอากาศหายใจอยู่แล้ว ริมฝีปากบางอิ่มช้ำไปด้วยรอยจูบ ดวงตาปรือที่แสดงให้เห็นถึงความต้องการ ทำให้คนข้างล่างอดหัวเราะออกมาไม่ได้
.....ให้ตายสิซึงริ นายทำหน้าแบบนี้ ฆ่าพี่เลยเถอะ.....
“ จะอยู่บนนั้นไว้หรอซึงริ.. ”
“ พี่จียงคิดว่าไงอ่ะฮะ ”
“ ต่อสิ.. ”
ตี๊ด ตี๊ด
ตี๊ด ตี๊ด
เสียงออด หน้าประตูดังขึ้นสองจังหวะติดกัน ทำให้จียงที่เพิ่งจะเปลี่ยนจากฝ่ายล่าง ขึ้นมาเป็นฝ่ายบนดังจิปากด้วยความไม่พอใจ ซึงริ มองไปที่ประตู แล้วหอบหายใจแรง
......ใครมากันนะ แต่พักก่อนก็ดีเหมือนกัน....
......ใครวะ มาได้ถูกเวลามากก โธ่เว้ย.....
จี ยงลุกออกจากตัวน้อง แล้วดึงเอาชุดคลุมอาบน้ำที่ถอดออกไปตอนไหนไม่รู้ มาใส่ไว้ดังเก่า ซึงริ ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งข้างเตียง แล้วเตรียมจะลุกออกไปเปิดประตู
“ เดี๋ยวพี่ไปเปิดให้ก็ได้ ”
“ ไม่เป็นไรอ่ะฮะ พี่จียงแต่งตัวไม่เรียบร้อย เดี๋ยวซึงริไปให้ดีกว่า ” ร่างบางบอกด้วยเสียงเรียบๆ ก่อนเดินมาจัดเสื้อคลุมของจียงให้เรียบร้อย แล้วเดินออกจากส่วนห้องนอนไป
ซึงริไม่ทันได้สนใจที่จะส่องที่ตาแมวก่อน มือบางปิดประตูออกอย่างเอื่อยเฉื่อย ๆ
“ หวัดดีจ้า~~~~~ ”
และ ในเมื่อทันทีที่ประตูเปิดออก คู่ตาเรียวก็ต้องเบิกกว้างขึ้นทันที เมื่อผู้หญิงที่ถือถุงซูเปอร์มาร์เก็ตเต็มสองมือส่งเสียงทักทายเค้าอย่าง อารมณ์ดี
“ ย้าป้าไร้มารยาท.... ”
#
#
#
#
โปรดติดตามตอนต่อไป
zime_ii .. ติดตามตอนต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ด้วยยย *โค้งงงงง*
Author :: zime_ii
-chapter 2-
ท่า อากาศยานใจกลางกรุงโซล ผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมาให้พลุกพล่าน บ้างก็หอบสัมภาระเช็คไฟท์บินของตัวเอง และแน่นอน บ้างก็มารอรับคนรู้จักของตัวเอง เสียงจอแจและเสียประกาศของแอร์โฮสเตสสาวดังสลับกันไปกันมา ท่ามกลางความเงียบระหว่างท้อปกับแดซอง ไม่มีใครพูดอะไรอีกเลยหลังจากที่ออกมาจากโรงพยาบาล
วินาทีนี้คงเป็น วินาทีที่เกิดความรู้สึกแตกต่างกันไประหว่างเค้าทั้งสองคน แดซองกุมมือทั้งสองของตัวเองไว้อย่างหวั่นใจ เล็บที่มีอยู่ไม่ได้ยาวมากถูกจิกลงไปที่มือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลมหายใจที่ถูกผ่อนเข้าออกอย่างแรง เสียงหัวใจที่ทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลานั้นใกล้เข้ามาทุกที
ผู้ชายร่างสูงข้างๆ เค้าก็คงจะสังเกตุเห็นอาการนั้นได้เป็นอย่างดี ท้อปมองแดซอง แล้วถอนหายใจออกเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ และคว้ามือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อนั้นมากุมไว้ สีหน้าที่แสดงความรู้สึกผิดฉายออกมาเล็กน้อย แดซองไม่ได้หันหน้าไปมองท้อป เค้าทำได้แค่ก้มหน้าลงต่ำเท่านั้น
“ แดซอง... ” เสียงเข้มถูกเอ่ยออกมาเบาๆ ท้อปเองก็ไม่ได้หันไปมองหน้าแดซองเช่นกัน มือหนาบีบเบาๆ ที่มือของแดซอง
“ ..... ”
“ เชื่อใจพี่เถอะนะ... ” คำพูดสั้นๆ จบลง เล่นเอาหัวใจของแดซองยิ่งทำงานหนักมากขึ้นไปอีกหลายเท่า เหมือนเสียงจอแจที่ดังอยู่รอบๆ ด้วยจะถูกกลบด้วยเสียงของคนข้างๆ ตัวคนนี้ของเค้าซะหมด ราวกับว่าโลกหยุดหมุน ทุกๆ คนหยุดการเคลื่อนที่ มีเพียงแต่คำพูดไม่กี่คำนี้ดังวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของเค้า
แต่ถึงมันจะทำให้ใจของเค้าพองโตขึ้นมาสักเล็กน้อย แต่ส่วนหนึ่งของจิตใจ แดซองก็ยังคงไม่มั่นใจอยู่ดี
.......มันเป็นแค่เพียงคำพูด ผมขอให้พี่ทำให้ได้อย่างที่บอกไว้ก็แล้วกัน.......
“ อ่ะนั่นไง จียงมานั่นละ ” พี่ท้อปของแดซองเอ่ยขึ้นเมื่อจียงและซึงริ เดินออกมาจากประตูผู้โดยสาร ทันทีที่จียงเห็นท้อปและแดซอง เค้าก็รีบโบกมือทักทายให้ทันที ซึงริหัวเราะกับท่าทางนั้นของคนรักตัวเอง แล้วจึงคว้าเอามือหนาที่กำลังโบกหยอยๆ มาประสานไว้แทน สองมือจึงพากันแกว่งไปมาอย่างร่าเริง แน่นอน ก็เพราะว่าพวกเค้าเดินทางมาถึงบ้านเกิดตัวเองแล้วนี่นา
แต่ใครจะ รู้ ว่ายิ่งคู่รักคู่นี้ แสดงท่าทางร่าเริงมากแค่ไหน มือที่กำลังชุ่มเหงื่อของแดซองก็ยิ่งถูกอีกมือที่กุมอยู่ออกแรงบีบมากเท่า นั้น
.......พี่กำลังแย่ พี่ท้อป พี่กำลังแย่......
“ ฮ้า ถึงเกาหลีสักที เป็นไงล่ะ ฉันเลยไม่ได้อยู่ดูคู่นายรักกันเลย ความรักไปถึงไหนบ้างแล้วฮะ ” จียงปล่อยมือจากซึงริ ยืดแขนยาวออกบิดขี้เกียจไปพร้อมๆ กับเอ่ยแซวท้อปกับแดซอง
“ พี่จียง แดซองเขินใหญ่แล้ว ”
“ ฮ่าๆ โทษทีเว้ย แต่ยังไงก็สู้คู่เราไม่ได้หรอกใช่ปะ ที่รัก ”
“ สบายดีนะพวกมึง ” ท้อปไม่ได้โต้ตอบการแซวนั้นกลับไป แต่เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาแทน ซึงริสบตาท้อปแล้วยิ้มให้เล็กน้อยแทนคำตอบ ส่วนจียงก็ตอบขึ้นอย่างกระฉับกระเฉงทันที
“ อื้ออ สบายดีมากกเลยหล่ะว่ะ ”
“ ก็ดีฮะพี่ ทุกคนคิดถึงพี่กันหมดเลย พี่ยองเบว่าจะมารับพี่ แต่ว่าพี่เค้าติดธุระ ว่าแต่พี่จียงกับซึงริ จะกลับบ้านก่อน หรือว่าจะปแวะไปหาซึงฮยอนก่อนอ่ะ “ แดซองเอ่ยขึ้นบ้าง พรางแบ่งเอากระเป๋าของซึงริมาช่วยถือ ก่อนค่อยๆ เดินนำทุกคนออกมาจากส่วนรอรับผู้โดยสาร
“ ว่าไงซึงริ ” ร่างโปร่งหันไปถามคนรักของตัวเอง แน่นอน จียงยังคงคิดเสมอว่า ตั้งแต่ก้าวแรกที่เค้าเหยียบเกาหลีอีกครั้ง ทุกการกระทำของเค้าต่อไปนี้ อาจจะกระทบกระเทือนจิตใจของคนที่เค้ารักก็เป็นได้
“ พี่จียงว่าไงล่ะฮะ สองสามวันก่อนผมเพิ่งคุยกับซึงฮยอน ผมว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เราค่อยแวะเข้าไปก็ได้มั้ง ”
“ ก่อนมานี่ ฉันกับแดซองก็เพิ่งแวะไปเยี่ยมจูอึนกันมา ”
“ แล้วจูอึนดีขึ้นเยอะรึยังอ่ะ ” จียงพูด
“ อืม ในตอนนี้ ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง หมอบอกแค่ว่าต้องระวังอย่าให้มีโรคแทรกซ้อนน่ะ โอ๊ะ ” ไม่ทันที่จะจบประโยค เสียงร้องอุทานของท้อปก็ดังขึ้นซะก่อน ท้อปเซไปข้างหน้าเล็กน้อย เพราะแรงกระแทกของอะไรบางอย่างจากข้างหลัง ทุกๆ คนหยุดเดินแล้วหันไปมองผู้หญิงข้างหลังกันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งมันก็ทำให้ใครคนหนึ่งเกิดอาการตกใจขึ้นมาทันที เมื่อได้เห็น ผู้หญิงคนนี้
“ อิอิอิอิ อ้ะ ขอโทษค่ะ ” สาวน้อยร่างบางในชุดมาดมั่น บ่งบอกความปราดเปรียวในบุคคลิกของเธอได้เป็นอย่างดี กางเกงยีนส์เข้ารูปและรองเท้าส้นสูง เสื้อมีสไตล์ตัวหลวมโคร่ง ที่เปิดโชว์ไหปลาร้าแสดงได้ถึงรูปร่างขนาดเล็ก เธอกำลังหัวเราะร่า เมื่อรู้ตัวว่าการเล่นสนุกของเธอทำให้เธอไปชนกับใครเข้าให้ เธอรีบโค้งตัวขอโทษเป็นการใหญ่
“ ไม่เป็นไรครับ ” ท้อปพูดออกมาเบาๆ
“ อ่า คุณหนูนะคะ คุณหนู พี่บอกแล้วว่าอย่าเดินถอยหลังแบบนั้น เห็นมั้ยคะ เลยไปชนกับคุณเค้าจนได้ ” ผู้หญิงที่ดูเหมือนจะเป็นพี่เลี้ยงรีบเดินตามคุณหนูของเธอมาทันที
“ ขอโทษด้วยนะคะคุณ ” เธอรีบขอโทษแทนสาวน้อยร่างบางที่กำลังยืนปิดปากหัวเราะเป็นการใหญ่
“ พี่โบยองไม่เห็นต้องขอโทษเลย ฉันขอโทษเค้าแล้วน่า ”
“ ครับ ไม่เป็นไรหรอกครับ น้องเค้าคงไม่ได้ตั้งใจน่ะครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกเราขอตัวก่อนนะครับ ” ท้อปเอ่ยเชิงลา แล้วจึงหันหลังกลับ เพื่อจะออกเดินต่อ แดซองที่เก็บอาการตกใจที่มีไว้ได้อย่างดีจึงได้แต่เดินตามท้อปและทุกคนไป ก่อนจะหันกลับมามองผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง
.......ซานดาร่าปาร์ค.......
แดซองหันกลับมาแล้วคิดในใจคนเดียว เค้าไม่คิดว่าเค้าจะได้เจอเธอเร็วขนาดนี้ ผู้หญิงที่เป็นเป้าหมายของภาระกิจของเค้า
“ นี่คุณ เดี๋ยวก่อนค่ะ ” แดซองรีบหันหน้ากลับมาทันทีเมื่อสบตากับสาวน้อยร่างบางคนนั้น เพราะเธอกำลังตะโกนเรียกใครสักคนในกลุ่มของเค้า คิ้วคู่หนาขมวดเป็นปมทันที เมื่อได้รู้ว่า สาวน้อยคนนั้นวิ่งตรงมาถึงด้านหลังของท้อป แล้วฉุดเสื้อของเค้าไว้
ทุกคนหันไปมองเธออีกครั้ง
“ ฉันชื่อ ซานดาร่า ปาร์ค ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ” ร่างบางยื่นมือบางๆ ของตัวเองออกมาต่อหน้าท้อป เป็นเชิงขอเช็คแฮนด์ ท้อปแสดงท่าทีเก้ๆ กังๆ เล็กน้อย
“ คุณหนูคะ ” พี่เลี้ยงของเธอออกท่าทีกังวลเล็กน้อย ก่อนจะตามมาห้ามปรามเบาๆ ซานดาร่าหันไปทำหน้าดุเล็กๆ แล้วหันกลับมายิ้มให้ผู้ชายทั้งสี่คนตรงหน้าอย่างสดใส ณ จุดนี้ ไม่ว่าจะเป็นท้อป จียง แดซอง หรือซึงริ ก็บอกได้เลยว่า รอยยิ้มของเธอมีเสน่ห์ไม่เบา ยิ่งความสวยของเธอที่มีอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งทำให้เธอดูเป็นผู้หญิงที่บอบบางน่าทะนุถนอมเข้าไปใหญ่
“ ไม่เป็นไรหรอกน่าพี่โบยอง พวกนายชื่ออะไรกันหรอ ฉันเพิ่งย้ายกลับมาจากฟิลิปปินส์ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ฉันอยากเป็นเพื่อนกับพวกนายจัง ” จบประโยคด้วยรอยยิ้มหวานอีกครั้ง ท้อปหันไปมองเลิกลักกับเพื่อนอีกทั้งสองคน และคนรักอีกคน
“ นะ~” เสียงใสพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ท้อปค่อยๆ ยื่นมือออกไปด้วยความเคอะเขิน
“ อ้ะ ให้ตายสินายนี่ชักช้าชะมัด ตกลงนายชื่ออะไรเนี่ย ” สาวน้อยไม่รอช้า คว้ามือนั่นมาเช็คแฮนด์ทันที
“ เอ่ออ ท้อป ฉันชื่อท้อป ” เหมือนโดนอะไรสะกด ท้อปพูดชื่อของเค้าออกมาอย่างว่าง่าย ดาร่ากดยิ้มมุมปากเล็กน้อย ปล่อยมือท้อปออกเป็นอิสระ แล้วชี้นิ้วไปตามอีกสามคนที่เหลือ
“ นายอ่ะ ”
“ ควอนจียง ”
“ นาย? ”
“ อีซึงริ ”
“ และนาย ? ”
“ คังแดซอง ”
“ อื้มม ดีมากก ฮ่าๆ พวกนายทุกคนนี่ว่าง่ายกันดีจัง ” ร่างเล็กกอดอกแล้วยิ้มกับผลงานของตัวเองที่ทำให้สี่หนุ่มตรงหน้าออกอาการทำ อะไรไม่ถูก
“ ทีนี้ก็ โทรศัพท์ เอาโทรศัพท์ของใครก็ได้ เอามาให้ฉัน ” ซานดาร่าจัดการสั่งการเสร็จสรรพ ในขณะที่อีกทั้งสี่คนยังคงทำอะไรไม่ถูก เพราะยังงงกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ไม่มีใครเอาโทรศัพท์ออกมาให้เธอ คิ้วคู่สวยเหนือดวงตาคู่เรียวที่ถูกเมคอัพอย่างทันสมัยหรี่ลงอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างโมโหเล็กๆ
“ นี่ พวกนาย ” คู่ตาเรียวมองสำรวจไปทั้งสี่คน จนกระทั่ง เธอมองเห็นสายห้อยโทรศัพท์ที่ห้อยออกมานอกกระเป๋ากางเกงของท้อป มือบางจึงย่อตัวแล้วคว้ามันออกมาทันที
“ อ้ะ นี่เธอ ” ท้อปอุทานอย่างตกใจ
“ หึ ก็นายอยากช้ากันเองนี่ ” สาวน้อยเอ่ยขึ้นอย่างไม่แหยแสอะไร มือบางข้างหนึ่งกำโทรศัพท์ของตัวเอง ส่วนอีกข้างกำโทรศัพท์ของท้อป นิ้วเรียวค่อยๆ กดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองลงไป ก่อนจะกดปุ่มโทรออก เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์เครื่องสวยดังขึ้นเรียกความพอใจให้เธอไม่น้อย สาวน้อยหัวเราะร่าด้วยน้ำเสียงสดใส พรางส่งโทรศัพท์คืนให้ท้อป
ท้อ ปคลายคิ้วที่ขมวดเพราะความไม่พอใจในการถือวิสาสะของร่างบางออกเล็กน้อย แต่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไรออกมา มือหนาเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกง
“ ทีนี้พวกฉันคงไปกันได้แล้วนะ ” ท้อปเอ่ยสั้นๆ แล้วคว้าข้อมือของแดซองออกไป จียงกับซึงริ คำนับเล็กน้อยให้กับเธอ ก่อนจะเดินตามท้อปออกไป
“ แล้วฉันจะโทรไปน้า~~~ ” สาวน้อย ตะโกนลั่นตามหลังทั้งสี่คนไป
#
#
#
#
“ ผู้หญิงอะไรแปลกคนชะมัด เธอกล้าแนะนำตัวกับผู้ชายก่อน หนำซ้ำยังไม่ถือวิสาสะขอเบอร์โทรศัพท์อีกต่างหาก ” ร่างบางในชุดนอนของซึงริ กระแทกตัวเองนั่งลงบนเตียงอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ นึกถึงเมื่อเหตุการณ์กลางวันแล้วก็ยังคงประหลาดใจต่อไป
“ พี่ว่าเธอก็น่ารักดีออกนะซึงริ ” จียงเดินออกจากห้องน้ำ ในชุดคลุมอาบน้ำ ผมเปียกๆ ลู่ลงมาตามไรจอน มือหนาถือผ้าเช็ดตัวแล้วขยี้ผมที่เปียกๆ นั้นไปเรื่อย ถึงแม้ภาพนั้นจะทำให้ซึงริ เกิดอาการหวั่นไหวขึ้นมาบ้าง แต่ก็เป็นเพราะคำพูดที่หลุดออกมาจากปากคนรัก กลับทำให้อารมณ์โมโหของเค้าประทุขึ้นมาอีกจนได้
“ พี่จียง! ” เสียงเล็กตวาดแหว
“ ทำไมอ่ะ ซึงริไม่ชอบเธอหรอ ” ร่างโปร่งเดินตรงมาหาร่างบาง แล้วนั่งลงหันข้างให้
“ ป่าวว ซึงริไม่ได้ไม่ชอบเธอ แต่ไม่รู้สึก ซึงริแค่รู้สึกว่ามันแปลกๆ ”
“ ไม่เห็นเป็นไรเลย ก็ถือซะว่าเราได้เพื่อนอีกคนไง เช็ดผมให้พี่ก่อนเร็ว ” จียงพูดไปด้วย เช็ดผมไปด้วย ก่อนจะยื่นผ้าขนหนูผืนเล็กให้ซึงริ ร่างบางรับมาก่อนเปลี่ยนท่านั่งเป็นหันหน้าเข้าด้านหลังของจียง มือบางเริ่มขยี้ผมคนรักตรงหน้าตามคำขอ
“ ไม่รู้สิ ผมก็ยังรู้สึกแปลกๆ อยู่ดี ” มือบางเช็ดผมให้คนตรงหน้าอย่างไม่ค่อยตั้งใจเท่าไหร่ ซึงริดูเหมือนจะติดใจกับผู้หญิงเมื่อกลางวันอยู่
“ ซึงริ ไม่เอาน่า ตอนนี้เราอยู่กันแค่สองคนนะ ” เสียงเข้มเตือนสติร่างบาง
“ เห้ออ ” ร่างบางทิ้งมือลงข้างตัวจียง พร้อมทั้งทิ้งตัวลงพิงด้านหลังของจียง มือหนาคว้าเอามือบางขึ้นมาไว้ที่เอวของตัวเอง แล้วกุมไว้ ภาพในตอนนี้ เลยกลายเป็นว่า ซึงริกำลังกอดจียงอยู่จากด้านหลัง
“ เป็นอะไรหืมม หงุดหงิดอะไร ”
“ ซึงริก็ไม่รู้ ” ซึงริตอบเสียงอู้อี้ พร้อมๆ กับซุกหน้าลงกลางหลังของคนรัก
“ เค้าก็ไม่ได้มายุ่งอะไรกับพี่นี่ คนที่เธอคนนั้นดูเหมือนจะสนใจ เป็นไอ้ท้อปด้วยซ้ำไป เอ๊ะ....หรือว่า ”
“ บ้าหน่า พี่จียงคิดงี้ได้ไงอ่ะ เห้อให้ตายสิ ” ร่างบางถอนตัวออกจากอ้อมกอดของพี่ชายทันที ซึงริลงไปยืนที่ปลายเตียงอย่างโมโหเล็กน้อย จียงจึงรวบร่างบางที่ยืนอยู่เข้าหาตัวเอง แล้วสวมกอดไว้หลวมๆ
“ ไม่เห็นต้องโกรธเลย พี่พูดเล่นนี่นา ซึงริทำไมต้องทำเป็นร้อนตัวด้วย ”
“ พี่จียง! ” มือบางทุบไปที่ไหล่กว้างของตรงหน้าอย่างจัง ร่างเล็กออกอาการงอน แล้วพยายามจะดันตัวจียงออก แต่ก็กลับถูกรวบตัวไว้แน่น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ยั่วยวนอยู่ตรงหน้า ยิ่งทำให้ร่างบางโมโหเข้าไปใหญ่อีก
“ ปล่อยเลย พี่จียงอ่ะ เห้อ ซึงริเซ็งละ นอนดีกว่า ”
“ ซึงรี~~~ ” เจ้าของเสียงหวานเอ่ยเรียกซึงริอย่างออดอ้อน ด้วยระดับความสูงที่ร่างบางยืนอยู่ทำให้เค้าต้องเงยหน้ามองซึงริอย่างช่วย ไม่ได้ ซึงริก้มมองหน้าคนรักที่อยู่ระดับอกของตัวเองอย่างหวั่นไหว เสียงหัวใจที่เต้นดังเฉกเช่นทุกครั้ง ทำให้เค้าต้องแกล้งกลบเกลื่อนทำเป็นไม่สบอารมณ์ต่อไป
“ พี่จียง!”
“ หืม.... ”
“ ก็พี่อ่ะ คิดได้ไง พี่คิดว่าผมหึงพี่ท้อปรึไง บ้าหน่า เห้อ ผู้หญิงคนนั้นก็แปลก พิลึก ไม่มีมารยาทเอาซะเลย ซึงริแค่รู้สึกไม่ถูกชะตาก็แค่นั้น ” ร่างเล็กพูดต่อเนื่องกันอย่างเป็นพัลวัน จียงเงยหน้ามองหน้าคนรักอย่างเพลิดเพลิน
เค้าไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้น หรอก ถ้าเป็นแต่ก่อนเค้าก็อาจจะคิด แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันก็ทำให้คนอย่างควอนจียงรู้จักอีซึงริขึ้นอีกเยอะเป็นไหนๆ
“ นี่ ” จียงเอ่ยขึ้น
“ พี่จียงเข้าใจยังอ่ะฮะ ”
“ พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย.. ”
“ ก็นั่นแหละ ซึงริแค่ไม่ชอบให้พี่คิ.. ”
“ จูบพี่ทีสิ ” ประโยคของซึงริเดินทางไปไม่จบประโยคเพราะคำขอที่อยู่ดีๆ ก็ถูกเอ่ยขึ้นจากคนตรงหน้า
“ บ้า.. ”
“ นะครับ ”
“ ซึงรีครับ ”
“ พี่จียง.. ”
“ จูบพี่จียงทีสิ.. ” คู่ตาเรียวเงยหน้าสบตาร่างบางอย่างออดอ้อน น้ำเสียงจริงๆ ที่ทำให้ร่างบางเหมือนถูกมนตร์สะกดอยู่ สัมผัสสองมือที่สวมกอดอยู่ก็ยิ่งดูเหมือนจะทำให้ทั้งสองคนเข้าใกล้กันมาก ขึ้น
“ หลับตาสิฮะ ”
จบประโยค ริมฝีปากบางก็ทาบทับริมฝีปากหนาทันที จียงทิ้งตัวลงบนเตียงนอน พรางฉุดให้ร่างบางล้มลงมาด้วย สัมผัสนุ่มที่คุ้นเคย ก็ยังคงให้ความหอมหวานไม่เปลี่ยนแปลง ทุกซอกทุกมุมที่เคยสัมผัส จดจำได้ทุกๆ ที่ ไม่ว่าจะหลบขวา ซ้าย ต้อน หน้า หรือหลัง แน่นอน ลิ้นทั้งสองย่อมทำงานอย่างเข้าขากันเสมอ
ไม่เคยสักครั้งเลยที่จะให้ความรู้สึกเบื่อ ยิ่งนานวัน กลับยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้นเท่านั้น
“ อะ... อะ อื้อ... ”
ร่าง บางถอนตัวออกมาแถบไม่ทัน จะขาดอากาศหายใจอยู่แล้ว ริมฝีปากบางอิ่มช้ำไปด้วยรอยจูบ ดวงตาปรือที่แสดงให้เห็นถึงความต้องการ ทำให้คนข้างล่างอดหัวเราะออกมาไม่ได้
.....ให้ตายสิซึงริ นายทำหน้าแบบนี้ ฆ่าพี่เลยเถอะ.....
“ จะอยู่บนนั้นไว้หรอซึงริ.. ”
“ พี่จียงคิดว่าไงอ่ะฮะ ”
“ ต่อสิ.. ”
ตี๊ด ตี๊ด
ตี๊ด ตี๊ด
เสียงออด หน้าประตูดังขึ้นสองจังหวะติดกัน ทำให้จียงที่เพิ่งจะเปลี่ยนจากฝ่ายล่าง ขึ้นมาเป็นฝ่ายบนดังจิปากด้วยความไม่พอใจ ซึงริ มองไปที่ประตู แล้วหอบหายใจแรง
......ใครมากันนะ แต่พักก่อนก็ดีเหมือนกัน....
......ใครวะ มาได้ถูกเวลามากก โธ่เว้ย.....
จี ยงลุกออกจากตัวน้อง แล้วดึงเอาชุดคลุมอาบน้ำที่ถอดออกไปตอนไหนไม่รู้ มาใส่ไว้ดังเก่า ซึงริ ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งข้างเตียง แล้วเตรียมจะลุกออกไปเปิดประตู
“ เดี๋ยวพี่ไปเปิดให้ก็ได้ ”
“ ไม่เป็นไรอ่ะฮะ พี่จียงแต่งตัวไม่เรียบร้อย เดี๋ยวซึงริไปให้ดีกว่า ” ร่างบางบอกด้วยเสียงเรียบๆ ก่อนเดินมาจัดเสื้อคลุมของจียงให้เรียบร้อย แล้วเดินออกจากส่วนห้องนอนไป
ซึงริไม่ทันได้สนใจที่จะส่องที่ตาแมวก่อน มือบางปิดประตูออกอย่างเอื่อยเฉื่อย ๆ
“ หวัดดีจ้า~~~~~ ”
และ ในเมื่อทันทีที่ประตูเปิดออก คู่ตาเรียวก็ต้องเบิกกว้างขึ้นทันที เมื่อผู้หญิงที่ถือถุงซูเปอร์มาร์เก็ตเต็มสองมือส่งเสียงทักทายเค้าอย่าง อารมณ์ดี
“ ย้าป้าไร้มารยาท.... ”
#
#
#
#
โปรดติดตามตอนต่อไป
zime_ii .. ติดตามตอนต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ด้วยยย *โค้งงงงง*
Thursday, May 20, 2010
[LFY] I Know Nothing Else But Love 2 { Introduce Character PV }
นี่คือ ภาพลุคของตัวละครทั้งหมดค่า เร่งทำไปหน่อย เลยมีจุดติดขัดอยู่บ้าง
ยังไงก็ฝากติชมด้วยนะค้าาาา ขอบคุณมากค่า
Subscribe to:
Posts (Atom)