Wednesday, March 17, 2010

[LFY] I Know Nothing Else But Love {Chap8}

tle :: I know nothing else but love
Author :: zime_ii
Paring :: GD x VI



-Chapter 8-




เสียงเพลงจังหวะสนุกสนานที่ยังคงดังก้องให้คนทั่วทั้งผับได้เพลิดเพลิน บรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังดื่มด่ำกับรสชาติของแอลกอฮอล์และดนตรี ผิดกับร่างบางที่กำลังเดินออกจากห้องน้ำด้วยหน้าตาที่ห่อเหี่ยวเป็นที่สุด

ลมหายใจถูกถอนออกมายาวเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็นับไม่ได้ บ่งบอกได้ถึงอารมณ์ของเจ้าตัวเป็นอย่างดี ซึงริเดินมุ่งหน้าไปยังโต๊ะวีไอพีด้านในสุด ที่เค้าจากมานานพอสมควร เหตุการณ์เมื่อครู่ ยังทำให้เค้ากังวลไม่หาย ไม่รู้เหมือนกันว่าคำขอร้องของตัวเองจะใช้ได้ผลรึเปล่า

แต่ว่ายังไม่ทันถึงโต๊ะ สายตาก็ดันมองไปเห็นคนสองคนกำลังยืนประจันหน้ากันอยู่ หนึ่งคือคนที่เค้าเคยรัก ส่วนอีกหนึ่งคือคนที่เค้ากำลังรัก ม่านตาถูกขยายออกกว้างกับภาพที่เห็นตรงหน้า ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปให้เร็วที่สุด

“ เพราะงี้ใช่มั้ย มึงถึงบอกให้กูปล่อยซึงฮยอนไป! ” น้ำเสียงโกรธของใครบางคนแผดดังลั่น จียงกำคอเสื้อของคนตัวสูงไว้แน่น ด้วยความโมโห กับสิ่งที่เค้าเห็นเมื่อไม่กี่นาทีมานี้ ภาพคนสองคนยืนประคองกอดกันอยู่ ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ได้ยินอะไรสักนิดเลย แต่นั่นก็ทำให้เค้าเข้าใจทุกอย่างชัดเจน

ควอนจียงกำลังคิดว่า เพื่อนรักและคนรักของตัวเองกำลังหักหลังเค้า......

“ กูถามมึงไม่ได้ยินรึไง !!! ” ท้อปไม่ตอบอะไร แต่กลับเบือนหน้าหนีไปทางอื่น แล้วกัดฟันกรอด ยิ่งทำให้คนที่กำลังโมโหเดือดดาลขึ้นไปอีกหลายเท่า จียงไม่ได้แสดงความยี่หระออกมาเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้จะตัวเล็กกว่า เค้าเองก็ไม่ได้สนใจเลย

“เห้ย ใจเย็นดิ ค่อยพูดกันก็ได้ ”

“ ใช่พี่ คนที่พี่เห็นอาจจะไม่ใช่ซึงฮยอนก็ได้ พี่จียง ”

“ พวกมึงเงียบไปเลย กูไม่ได้ขอความคิดเห็น ” เสียงเข้มแผดใส่เพื่อนอีกสองคนที่พยายามเข้ามาดึงเค้าออกจากกันอย่างไม่เกรงใจ

“ พี่จียง..... ” เมื่อตัวการของเรื่องมาถึงก็โพร่งชื่อจียงออกไปทันที ซึงริมองดูจียงแล้วก็พบว่า ที่หลังมือของคนที่กำลังกำคอเสื้อท้อปแน่นนั้นมีเลือดไหลออกมาซิบๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้เค้าเข้าใจเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นทันที....

.....นี่พี่จียงคือผู้ชายคนนั้นหรอเนี่ย แล้ว...พี่จียงได้ยินอะไรรึเปล่าอ่ะ แล้ว....พี่เทมโป้คงยังไม่ได้บอกอะไรใช่มั้ย

“ ซึงฮยอน! ” ความกังวลหายกลายเป็นศูนย์ทันทีที่ได้ยินคนตรงหน้าเรียกชื่อนั้น จียงปล่อยท้อปให้เป็นอิสระ ก่อนหันมาคว้าต้นแขนคนตัวเล็กไปบีบไว้แน่น ร่างเล็กลอยตามแรงดึงของมือหนา ซึงริงิ่วหน้าเพราะความเจ็บเล็กน้อย แต่ความดีใจที่จียงยังไม่รู้ความจริงก็มีมากกว่าอยู่ดี ร่างบางสูดลมหายใจเข้าปอดลึก เพื่อตั้งรับอารมณ์โมโหของคนตรงหน้า ที่กำลังเข้าใจผิดไปไกล

“ ฮะ? ”

“ เมื่อกี้.. นายไปทำอะไรอยู่ที่ไหนมา ” จียงตวาดเสียงลั่น

“ หลังจากร้องเพลง.....ผมก็ ไปเข้าห้องน้ำไงฮะ ”

“ โกหก พี่เห็นนายยืนกอด ยืนคุยอะไรก็ไม่รู้กับไอ้ท้อปที่หลังเวทีนั่น ” จียงพูดเสียงดัง พร้อมๆ กับเพิ่มแรงบีบที่ต้นแขนของซึงริ

“ โอ้ย พี่จียง ผมเจ็บนะฮะ ”

“ งั้นก็ตอบพี่มาสิ นายกำลังทำอะไรอยู่ หลอกพี่อีกงั้นใช่มั้ย แล้วไหนจะจูอึนอีกล่ะ ”

“ พี่จียงกำลังเข้าใจผิดนะฮะ ”

“ คนที่นายเห็นน่ะ ไม่ใช่ซึงฮยอน ” ท้อปโพร่งออกมา เลยทำให้ความสนใจของจียงเปลี่ยนมาอยู่กับเค้าแทน จียงปล่อยซึงริเป็นอิสระ ก่อนจะหันมาพูดกับท้อป

“ นายหมายความว่ายังไง หน้าเหมือนกันซะขนาดนั้น นายจะบอกฉันรึไง ว่าโลกนี้ยังมีซึงฮยอนอีกคน ”

“ ใช่! ”

“ ไอ้ท้อป!!! ” จียงคว้าคอเสื้อท้อปอีกครั้ง พลางเงื้อมือขึ้นกลางอากาศเตรียมชกหน้าเพื่อนทันที

“ โลกนี้ยังมีซึงฮยอนอีกคน ” ท้อปพูดด้วยแววตานิ่งงัน แล้วเหลือบไปมองทางซึงริ ที่กำลังส่งสายตาอ้อนวอนเค้ามาเหมือนกัน

จียงที่ทำท่าจะชกหน้าเพื่อน จึงผลักท้อปออกไปอย่างระงับสติอารมณ์ โชคดีที่ยังมีแดซองรับไว้ ไม่งั้น ร่างสูงก็คงต้องล้มลงพื้นเพราะแรงผลักแน่ๆ

“ อธิบายมา ถ้าเหตุผลมึงดีพอ... ”

พอท้อปลุกขึ้นยืนได้ ก็ทำท่าจะพูดอะไรสักอย่างออกมา แต่ก็โดนซึงริพูดขัดไว้ก่อน

“ คนที่พี่จียงเห็นอาจจะเป็นพี่ซึงริ พี่ชายของผมก็ได้นะฮะ ก็พี่ท้อปบอกเองนี่นา ว่าแฟนเก่าเค้ากลับมาแล้ว ”

“ ซึงริ ? ” ร่างเล็กกลืนน้ำลายพูดอย่างลำบาก ในขณะที่ใจเต้นแรงที่สุดที่ได้ยินจียงทวนชื่อของตัวเอง พอเหลียวหันไปมองทางท้อปที่ยืนอยู่อีกฝั่ง ก็เจอสายตาดุดัน ไม่ต่างกัน

“ ....... ” ซึงริให้พี่จียงรู้ไม่ได้หรอกฮะ พี่เทมโป้

“ เป็นไปไม่ได้! เพราะผู้ชายคนนั้นเหมือนกับนายอย่างกับแกะ ”

“ พี่ซึงริเป็นฝาแฝดกับผม ”

“ฝาแฝด ?!” คำเฉลยทำให้ทุกคนตกใจไปตามๆ กัน เว้นแต่ท้อปที่เบือนหน้าไปอีกทาง แล้วสบถเบาๆ

“ นายมีฝาแฝดด้วยหรอซึงฮยอน ทำไมฉันไม่เห็นเคยรู้เลย ” แดซองถามออกมาบ้าง

“ ก็พี่ชายที่ว่าของฉันนั้นแหละ คือฝาแฝด ”

“ แล้วทำไมมึงถึงไม่เคยบอกกู ไอ้ท้อป แฟนเก่ามึงเป็นฝาแฝดกับซึงฮยอนแท้ๆ ”

“ ก็พวกมึงไม่เคยถาม อีกอย่าง กูก็ไม่เห็นว่ามันจะสำคัญอะไร ถึงกูบอกไป ก็มีแต่มึงที่จะระแวงกลัวกูจะไปชอบซึงฮยอนเพราะหน้าเหมือนซึงริซะเปล่าๆ ”

....หึ ซึงริ นายมาไม้นี้ พี่ก็รับเลยล่ะกัน คงจะรักจียงมันมากสินะ ได้ ถ้านายไม่เชื่อคำเตือนของพี่ ถ้าไม่กลัวเสียใจล่ะก็ ก็ได้ อยากจะทำอะไรก็เชิญ.....

“ กูไม่อยากเชื่อ มึงมีหลักฐานมั้ยล่ะ พาเค้ามาหาพวกกูสิ ” จียงยังยืนกรานไม่เชื่อลูกเดียว

“ ......... ” ท้อปไม่ตอบอะไร เค้าถอนหายใจยาว ก่อนจะล้วงเอาของบางอย่างในกระเป๋าออกมาส่งให้จียง

“ นี่หลักฐาน แต่ว่าตอนนี้ เค้าคงมาเจอพวกมึงไม่ได้ ที่มึงเห็นกูกำลังชวนเค้ามาเจอพวกมึงอยู่ แต่เค้าปฏิเสธ ”

จียงเปิดดูหนังสือเดินทางเล่มเล็กที่มีทั้งรูปถ่าย และข้อมูลส่วนตัวย่อๆ ของบุคคลที่ชื่อ อีซึงริ แล้วเงยหน้ามองซึงริตัวจริงๆ ที่ยีนอยู่ไม่ห่างเค้า

“ ทำไม ถึงไม่เคยบอกพี่เลยว่านายมีพี่ชายฝาแฝด ”

“ ก็...... ” ซึงริเองก็ไม่รู้จะตอบอะไรออกไปดี สายตายังคงจดจ้องมองสมุดเล่มเล็กในมือของจียงด้วยจิตใจที่เริ่มห่อเหี่ยวลงไปทุกที ......นี่สินะ ที่ทำให้พี่เทมโป้รู้ว่าเราไม่ใช่ซึงฮยอน เพราะอย่างนี้เองสินะ

“ แล้วไปละกัน กูขอโทษด้วยที่เข้าใจผิด ” จียงยื่นพาสปอร์ตของซึงริคืนให้ท้อป

“ พี่จียง ฮะ กลับกันเถอะ ”

“ ทำไมล่ะ แล้วนายไม่อยากเจอพี่ชายตัวเองรึไง ” จียงที่ดูเหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นทันทีที่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด เอ่ยถามขึ้นทันที หลังจากที่ร่างบางเดินเข้ามาหาเข้าพลางร้องขอให้กลับบ้าน

“ ไม่เป็นไรหรอกฮะ วันหลังค่อยเจอกันก็ได้ กลับกันเถอะ นะพี่ ”

“ เอางั้นก็ได้ งั้นกูไปก่อนละกัน ยองเบ แดซอง ไอ้ท้อป ”

“ ไปก่อนนะฮะ พี่ยองเบ แดซอง ......ขอบคุณสำหรับวันนี้นะฮะ .....พี่ท้อป ” ร่างบางก้มหัวคำนับให้ท้อปเล็กน้อย พร้อมเอ่ยคำขอบคุณ ท้อปไม่พูดอะไร แต่ก็เข้าใจความหมายของคำขอบคุณนั้นดี

และเมื่อจียงเก็บข้าวของเสร็จ เค้าก็จูงมือน้องออกไป .........เมื่อทั้งคู่เดินห่างออกไปจนลับตา แดซองจึงขอตัวกลับบ้าง ท้อปล้มตัวลงนั่งโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อนทันที หลังจากที่ทุกคนไปหมด แขนกว้างยกขึ้นก่ายหน้าผาก ยองเบที่เฝ้าดูเหตุการณ์อย่างเงียบๆ มาตลอดตั้งแต่ต้นจึงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า

“ ทำไมมึงต้องโกหกด้วยวะ ”

“ กูไม่ได้โกหก กูแค่ทำตามสิ่งที่........ห๊ะ! มึงว่าไงนะ “

“ ผู้ชายคนนั้น คือซึงริ ไม่ใช่ ซึงฮยอน เค้าเป็นคนเดียวกันกับที่อยู่หลังเวทีกับมึง ”

ร่างสูงเปลี่ยนท่านั่งกลับสู่ปกติ แล้วหันมามองหน้าเพื่อนที่กำลังพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างตกใจ

“ กูได้ยิน .........ที่หลังเวทีนั่น ”


#
#
#
#

กลิ่นเมนทอลของควันบุหรี่ลอยให้คลุ้งทั่วระเบียงของคอนโด ก้นบุหรี่ก้นแล้วก้นเล่าถูกบี้ลงในที่เขี่ยบุหรี่อันสวย ลมเย็นยามดึกโชยเบาๆ แต่ก็ทำให้ผู้ชายร่างผอมที่มีเพียงเสื้อกล้ามตัวบางและกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเล็กต้องเย็นวาบไปทั้งตัว มือหนาที่คีบบุหรี่อยู่ขยับขึ้นถูแขนตัวเองไปมาเบาๆ

ไม่นาน เค้าก็ถูกคู่แขนบางอ้อมกอดเข้าที่ด้านหลัง หลังจากที่นั่งมองอยู่นานตั้งแต่กลับมาจากผับ เจ้าของคู่แขนนั้นจึงตัดสินใจเข้ามาหาเข้าสักที

“ ไม่หนาวหรอฮะ ” ซึงริกระชับแขนของตัวเองเข้ากับเอวคนตรงหน้าแน่น พลางซุกหน้าเข้าที่แผ่นหลังกว้าง

“ ไม่หรอก.... ” จียงบี้บุหรี่ทิ้ง แล้วก็ขยับท่าทางให้คนข้างหลังกอดได้สะดวกขึ้น ซึงริถอนมือออกมาข้างหนึ่ง แล้วเปลี่ยนมาลูบรอยสักที่พาดยาวทั้งไหล่ขวาแทน

“ พี่จียง....เครียดอะไรรึเปล่าฮะ ทำไมวันนี้ถึง... ”

“ บุหรี่นี่น่ะหรอ ป่าวหรอก พี่แค่ตกใจนิดหน่อยน่ะ ไม่ยักรู้มาก่อนว่านายจะมีฝาแฝด ”

“ ......... ”

“ พี่แค่รู้สึกเหมือนว่า ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่พี่ไม่รู้ เกี่ยวกับตัวนาย.... ”

“ พี่จียง.... ” มือบางหยุดกึกทันที ที่ได้ยินคำพูดนั้น .....แล้วถ้าพี่รู้ขึ้นมาจริงๆ พี่จะยังปล่อยให้ซึงริกอดพี่ได้อย่างนี้รึเปล่าล่ะฮะ

“ พี่น้อยใจยังไงก็ไม่รู้สิ ”

.....แต่ซึงริเจ็บปวดยังไงก็ไม่รู้สิ

“ ขอโทษนะฮะ.....ที่ไม่บอก ”

“ .......... ”

“ แล้วถ้าพี่เป็นพี่ท้อปล่ะฮะ เป็นพี่ พี่จะชอบฝาแฝดอีกคนมั้ย ”........บางครั้งก็แค่อยากจะลองถามออกไป จะได้เตรียมใจไว้บ้าง

“ .......... ”

“ ถ้าพี่ต้องเลิกกับอีกคน แล้วพี่จะรักอีกคนมั้ย ”

“ นี่ซึงฮยอนกลัวว่าพี่จะชอบพี่ชายของนายงั้นหรอ ”

“ ป่าวหรอกฮะ ผมแค่อยากถามดูเฉยๆ ”

จียงคลายอ้อมกอดออกจากน้อง แล้วหันหน้ามาหาน้องแทน มือหนาจับเอาคู่มือบางของซึงริมากุมไว้

“ คนเราไม่ได้รักกันที่หน้าตาหรอกนะซึงฮยอน ถึงพี่ชายของนายจะหน้าตาเหมือนนายขนาดไหน แต่เค้าก็ไม่ใช่นาย ถึงท้อปกับนายบอกพี่ตั้งแต่แรก พี่ก็คงไม่ระแวงนะ เพราะความรักน่ะมันแทนกันไม่ได้หรอก ”

คำตอบที่ต้องการ ดังก้องเข้าไปในโสตประสาทอย่างชัดเจน ซึงริค่อยๆ ก้มหน้าลงต่ำ เพื่อหลบสายตาคนตรงหน้า เพราะกลัวว่าเค้าจะเห็นน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาเพราะคำพูดพวกนั้น

“ จริงมั้ยหืมมม ”

มือหนาค่อยๆ รวบเอวร่างบางมากอดไว้หลวมๆ

“ ......... ”

“ ซึงฮยอนร้องไห้ทำไม อย่าบอกนะว่าหึงพี่จริงๆ อ่ะ ” เป็นเพราะจียงเชยคางมนขึ้นสบตา เลยทำให้เค้าเห็นน้ำตาของร่างบางจนได้

“ ....... ” ซึงริไม่ตอบอะไร ได้แต่ยืนเงียบอยู่อย่างนั้น

“ พี่บอกอะไรอย่างเอามั้ย ”

“ ........ ”

“ นายรู้มั้ย ว่าตอนนี้ ผู้ชายคนนี้ ได้รับความรัก ความสุข จากผู้ชายคนนี้ ” จียงพูดพรางชี้มือเข้าหาตัวเองและซึงริประกอบคำพูด

“ ตอนนี้ ผู้ชายคนนี้ รัก ผู้ชายคนนี้เหลือเกิน... ”

“ ต่อให้ผู้ชายคนนี้รู้ดีว่า สักวันนึง ผู้ชายคนนี้จะต้องไปจากเค้าก็ตาม..... ” จียงแหงนหน้ามองฟ้ามืด ที่แม้แต่ดาวก็ไม่ออกมาให้เห็นสักดวง เค้าเว้นจังหวะพูดเล็กน้อย ก่อนก้มลงมองร่างบางแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ แต่ผู้ชายคนนี้ ก็ยังยืนยันว่า พอถึงวันนั้น ผู้ขายคนนี้ก็ยังจะรักผู้ชายคนนี้ต่อไป ”

“.........” ........ร่างบางนิ่งเงียบสนิท แล้วเริ่มสะอื้นในอ้อมอกจียง

........พอถึงวันนั้นจริงๆ พี่ก็จะยังสัญญาใช่มั้ย ว่าพี่จะรักผู้ชายคนนี้ต่อไป ต่อให้เค้าไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวกับที่พี่คิดก็ตาม

..........ต่อให้เค้าเป็นผู้ชาย ที่ชื่อ อีซึงริก็ตาม......


#
#
#
#

จูบที่ผ่านมาเนิ่นนานถูกผละออกอย่างอ้อยอิ่ง ร่างบางหอบหายใจเหนื่อยเพราะจูบเมื่อครู่ ริมฝีปากแดงช้ำเผยอขึ้นสูดเอาลมหายใจเข้าปอดอีกครั้ง ก่อนจะถูกคนตรงหน้าถาโถมลงมาอีก ลิ้นสัมผัสลิ้นที่ให้ความรู้สึกหวาบหวาบเหลือเกิน ฟันขบฟันที่ให้ความรู้สึกเร่าร้อน กายสัมผัสกาย ที่บอกได้คำเดียว ว่าต้องการ

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เค้าทั้งคู่มาตกอยู่ในสภาพแบบนี้บนเตียง สิ่งสุดท้ายที่ร่างบางทำ คือร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดคนตัวโตกว่า ถูกถามหาเหตุผลนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่สามารถตอบออกไปได้ จนสุดท้ายมารู้ตัวอีกที ก็ตอนที่ถูกคนตรงหน้าจูบซับน้ำตาจนหมดสิ้น แถมร่างกายยังถูกรุกรานจนไม่เหลือเสื้อผ้าติดตัวสักชิ้น ซึงริมองจียงที่มีเพียงเสื้อกล้ามตัวเดียวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ริมฝีปากที่แดงช้ำเพราะจูบไม่ต่างกัน กับคราบน้ำลายของเค้าที่เลอะให้ทั่วปากนั่น ทำให้เค้าอยากจะหยุดเวลาทั้งหมดไว้ตรงนี้เสียเหลือเกิน

แต่หากแค่เผลอมองใบหน้าเนียนข้างบนนั่นเดี๋ยวเดียว คนข้างบนที่คร่อมเค้าอยู่ก็โน้มตัวลงมาจู่โจมอีกครั้ง ปากหนาตรงเข้าเม้มที่ซอกคอขาว ก่อนฝากรอยแดงไว้ให้ทั่ว อวัยวะเบื้องล่างที่ชันสัมผัสกันอยู่ทำให้ซึงริต้องกระสับกระส่ายไปมา รู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่มือบางสัมผัสเพราะประคองศรีษะของคนตรงหน้าไว้อย่างเบามือ ยิ่งเพิ่มความเสียวซ่านให้เค้าได้เป็นอย่างดี

จียงจูบไล่ตั้งแต่ซอกคอขาว ไล่ลงไปยังแผงอกเนียนราบ มือทั้งสองลูบไล้ไปทั่วทั้งตัวของน้อง ละไปยังยอดอกที่กำลังชูชันท้าทายเค้าอยู่ แต่พอลิ้นหนาสัมผัสเข้าให้เท่านั้น ร่างบางก็แอ่นตัวขึ้นทันที

“ พี่...พี่จียง... อ้ะ ”

มือหนาตรงเข้าสัมผัสแกนกลางของร่างบางอย่างเบามือ ลิ้นที่ยังคงดุนยอดอกไม่ห่างไปไหน วนเวียนไปทั้งสองข้างให้คนตัวเล็กต้องอยู่ไม่สุก

ร่างเล็กต้องลุกขึ้นนั่งทันที ที่จียงไล่ริมฝีปากไปถึงตรงนั้น ความเสียวซ่านทำให้เค้าต้องใช้มือจิกผ้าปูที่นอนแน่น ครางเสียงหลงทันทีเมื่อส่วนนั้นรู้สึกได้ถึงความร้อนระอุของช่องปาก

มีเพียงแต่เสียครางของซึงริเท่านั้นที่ได้อยู่ลั่นห้อง จนกระทั่งปลดปล่อยทุกอย่างออกมาหมด ซึงริจึงเงียบเสียงไป แล้วทิ้งตัวนอนลงกับที่นอนทันที เปลือกตาบางหลับลงแล้วหอบหายใจเหนื่อย สองขาที่ยังอ้ากางอยู่ก็ยังไม่ได้ขยับไปไหน ความเหนื่อยจากกิจกรรมเมื่อครู่เลยทำให้เค้าไม่สนใจผู้กระทำเค้าเลย สักพักก็รู้สึกได้ถึงแรงยวบของที่นอนที่มีใครสักคนทิ้งตัวลงข้างๆ กัน

พอลืมตาขึ้นแล้วหันไปมอง ก็เห็นผู้กระทำของเค้ากำลังยิ้มแฉ่ง.....

“ ชอบมั้ยหืมม ” เสียงกระซิบดังอยู่ข้างหู เล่นเอาซึงริหน้าออกสีขึ้นมาอีกครั้ง แก้มเนียนแดงระเรื่อจึงถึงจียงหอมเข้าให้ฟอดใหญ่ แต่ไม่ทันสังเกต มองดูอีกที ซึงริก็เห็นว่าเสื้อกล้ามของจียงได้อันตรธานหายไปซะแล้ว จียงขยับตัวเข้ากอดร่างบาง ซึงริเลยเปลี่ยนท่านอนเป็นตะแคงทันที หลังจึงสัมผัสกับอกกว้าง ทุกส่วนของร่างกายจึงสัมผัสกัน มือหนาคว้าเอามือบางมาประสานไว้

“ อยากต่อแบบไหนดีล่ะ.... ” สัมผัสของแกนกายที่ต้องด้านหลังของซึงริอย่างอ่อนโยน เรียกอารมณ์ของเค้าให้กลับมาอีกครั้งอย่างว่องไว

“ พี่จียงอ่ะ ผมเขินนะฮะ..... ” มือบางที่ประสานอยู่กับมือหนา บีบกระชับแน่นเป็นคำตอบถึงความพร้อมที่จะให้คนข้างหลังได้ดำเนินขั้นตอนต่อไป

“ ฮ่ะๆ พี่มีความสุขจังเลย ให้ตายสิ.... ”


#
#
#
#


“ ซึงริรักจียง... ”

“ มึง...ว่า..ไงนะ! ” ยองเบพูดติดขัดอย่างตกใจทันทีที่ได้ยินคำตอบจากปากของท้อป

“ เห้อ มึงไปได้ยินได้ไงล่ะ แล้วมึงได้ยินอะไรบ้าง ” ท้อปเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงประโยคนั้นซ้ำอีกครั้ง เค้ายกแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มหลังจากที่ส่งคำถามอื่นกลับไปแทน

“ กูกะว่าจะเดินไปเอากุญแจห้องออฟฟิตกับมึง เพราะกูลืมไว้ที่บ้าน กูเดินไปถามกับดีเจที่เวทีว่าพวกมึงอยู่ไหนกัน เค้าบอกว่า ซึงฮยอนน่ะน่าจะไปเข้าห้องน้ำ ส่วนมึงไม่รู้ ไอ้จียงมันก็เลยเดินกลับออกมาไปหาซึงฮยอนที่ห้องน้ำ ส่วนกูก็เดินออกมาทางหลังเวที ก็เลยเจอพวกมึง....”

“ อือ แล้วไง ”

“ กูก็ได้ยินน่ะสิวะ ถามมาได้แล้วไง ”

“ แล้วมึงได้ยินว่าไรบ้างล่ะ ”

“ ก็ตั้งแต่ที่ซึงฮยอ...เอ้ยซึงริอ่ะ บอกว่าทำไมเค้าจะเป็นซึงฮยอนไม่ได้ ในเมื่อเค้าสองคนพี่น้องเหมือนกัน แล้วมึงก็เรียกชื่อน้องเค้าซะเสียงดัง กูตกใจเลยรีบเดินออกมา คิดว่าไอ้จียงมันคงไม่เจอซึงฮยอนที่ห้องน้ำแน่ แล้วก็เป็นอย่างที่คิด.... ”

“ ........ ”

“ มันเดินไปหลังเวทีจริงๆ ”

“ เห้อ.....กูไม่รู้จะทำยังไงดีว่ะยองเบ ”

“ มึงเล่ามาดิ เรื่องมันเป็นยังไง ทำไมอยู่ดีดี ....เอ่อ แฟนเก่ามึงถึงไปอยู่กับจียงได้ ”

“ วันที่ซึงริกลับมา กูคิดว่า คงเป็นวันเดียวกันกับที่ซึงฮยอนไปอังกฤษ จียงมันคงเข้าใจผิดคิดว่าซึงริเป็นซึงฮยอน ”

“ แล้วทำไมซึงริไม่บอกความจริงไปล่ะวะ ”

“ มึงไม่รู้ว่าเพื่อนมึงเป็นคนยังไงรึไง ไอ้จียงมันคงจะเปิดโอกาสให้บอกหรอก...... อีกอย่างกูเจอไดอารี่ของซึงฮยอน เขียนประมาณขอให้ซึงริเป็นซึงฮยอนแล้วแก้ปัญหาให้มัน ”

“โห แม่ง มึงก็เลยจำซึงริได้.. ”

“ อือ เรื่องต่อจากนั้นกูไม่รู้ กูเองคงผิดที่จำซึงริไม่ได้ตั้งแต่แรก ไม่งั้นเรื่องคงไม่เลยเถิดมาถึงขนาดนี้ ”

“ กูจะบอกจียง! ”

“แต่ซึงริรักจียงแล้วนะเว้ย เค้าขอร้องกูว่าอย่าบอกความจริงกับจียง เค้าจะจัดการเอง ”

“ แล้วจะจัดการยังไงวะ ไม่ได้อ่ะ ปล่อยไว้แบบนี้มีแต่แย่กับแย่ มึงเองก็ด้วย ไม่เจ็บปวดรึไง ”

“ เจ็บปวดหรอวะ หึ กูเคยให้ความเจ็บปวดกับซึงริมาแล้ว คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ถ้ากูจะเจ็บปวดบ้าง ”

“ มึงหมายความว่าไง..... ”

“ กูเคยบอกกับซึงริ ว่าถ้าเค้าจะไปเรียนต่อ กูจะรักกับซึงฮยอน..... กูยังจำแม่น วันนั้นซึงริใส่ชุดนักเรียนมาหาแล้วบอกกูเรื่องเรียนต่อ แต่กูกลับพูดประชัดไปอย่างนั้น เค้าวิ่งออกไปทั้งน้ำตาทั้งๆที่ฝนข้างนอกกำลังตกหนัก..... แล้วหลังจากนั้นกูก็ไม่ได้เจอเค้าอีกเลย จนกระทั่งวันนี้... ”

“ เห้ออ เชื่อม่ะ แบบนี้ เรื่องนี้ต้องมีส่วนทำให้ซึงริของแกยอมเป็นซึงฮยอนด้วยแน่ๆ ”

“ หึ มึงเดาเก่ง..... ”

“ กูต้องบอกจียงว่ะ ”

“ กูไม่อยากให้บอก ”

“ ทำไมวะ ”

“ กูไม่รู้ ”

“ ถ้าปล่อยไว้งี้ แม่งกูไม่อยากจะคิด วันไหนความแดงขึ้นมา ใครบ้างวะจะต้องเสียใจ ”

“ ขอร้องอ่ะ กูจะจัดการเอง ปล่อยให้กูจัดการเหอะ ”

“ ไอ้ท้อป ”

“ เออน่า ”

“ แม่งเอ้ย ทำไมมันน่าปวดหัวอย่างนี้วะ ”

“นั่นดิ ทำไมมันน่าปวดหัวอย่างนี้วะ” เสียงเนือยของท้อปทวนคำพูดของเพื่อนอย่างท้อใจ

“ ไอ้เวรเอ้ยย ” ท่าทางเหมอลอยของท้อปเลยทำให้ยองเบต้องสบถออกมาจนได้

“ เออ มึงกลับบ้านไปเหอะ เดี๋ยวกูอยู่ปิดผับเอง ”

บทสนทนาถูกจบลงทันทีที่ท้อปลุกขึ้นเดินออกไป ทิ้งให้ยองเบนั่งส่ายหัวแล้วซัดไวน์ที่ยังคงเหลืออยู่ในแก้วของท้อปเกินครึ่ง ยองเบมองตามหลังเพื่อนที่เดินห่างออกไปไกล ท่ามกลางผู้คนมากมายที่ออแอกันอยู่ให้เต็มผับ

.......เรื่องของพวกมึง ทำไมมันยุ่งเหยิงน่าปวดหัวอย่างนี้วะ.......

.
.

ร่างสูงหยุดเดินลงที่หน้าห้องทำงานของตัวเองด้านในของผับ ท้อปยืนพิงประตูห้องอย่างเหนื่อยใจ เค้าถอนหายใจสองสามครั้งก่อนล้วงเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเบอร์เพื่อนคนคุ้นเคย

“ ฮัลโหล จียงหรอ ”

( อื้ม มีอะไรดึกป่านนี้วะ )

“ ซึงริอยากคุยกับซึงฮยอน ......ฉันขอสายซึงฮยอนหน่อยได้มั้ย... ”

( อ้อ ได้สิ )

ปลายสายเงียบไปสักพัก ก่อนจะมีเสียงคนอีกคนที่เค้าต้องการจะคุยด้วยเอ่ยขึ้นเบาๆ

( มีอะไรหรอฮะ )

“ นายจะจัดการเรื่องของนายยังไง ”

( ไม่ใช่เรื่องของพี่... )

“ ตอนนี้ยองเบรู้ความจริงแล้ว ”

( ผมขอร้องพี่แล้วไม่ใช่หรอฮะ.... ) น้ำเสียงปนโมโหเล็กน้อยถูกส่งมาตามสายโทรศัพท์ทันที

.......ช่วยไม่ได้จริงๆ ซึงริ พี่ไม่อยากเห็นนายต้องเสียใจ.......

“ พี่ไม่ได้บอก มันเดินไปได้ยินตอนที่เราคุยกัน ”

(พี่โกหก.!)

“ ก็แล้วแต่นายจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่พี่ห้ามมันไม่ได้ มันบอกว่าจะไปบอกจียงพรุ่งนี้เช้า ”

(..........)

“ รีบออกมาก่อนที่จียงจะตื่น พรุ่งนี้พี่จะไปรับที่คอนโดจียง.... ”

(ไม่ฮะ)

“ ซึงริ! ”

( ไม่ฮะ )

“ พรุ่งนี้พี่จะไปรับละกัน.... ”

ติ๊ด ~

ท้อปกดตัดสายโทรศัพท์ทิ้งทันที จากนั้นก็พิมพ์ข้อความส่งไปเข้าเครื่องของจียงอีกครั้ง ก่อนจะทิ้งมือลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง

......... จะแบบไหน นายก็เสียใจอยู่ดี พี่คงปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้จริงๆ หรอก แบบนี้ มันคงจะเป็นวีธีทำให้นายจัดการทุกอย่างได้เร็วขึ้น ก่อนที่มันจะสายไปกว่านี้ ........


#
#
#
#

หลังจากที่ซึงริถือหูโทรศัพท์ฟังจนแน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายวางไปแล้ว มือบางวางโทรศัพท์ลงข้างเตียง แล้วยกมือขึ้นปิดหน้า ชันเข่าขึ้น ซบหน้าลงกับเข่า จียงมองน้องด้วยแววตาสงสัย ก่อนจะถามขึ้นว่า

“ พี่ชายนาย โทรมามีอะไรหรอ ”

ติ๊ด ตี๊ด ติ๊ด ตี๊ด~

แต่ขณะเดียวกันเสียงเตือนข้อความเข้าก็ดังขึ้นพอดี

“ ไม่มีอะไรหรอกฮะ ”

จียงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความที่ส่งมาแล้วย่นคิ้วแปลกใจนิดหน่อย มือหนากดปิดโทรศัพท์แล้ววางลงที่โต๊ะข้างเตียง ก่อนจะย้ายตัวเข้าไปอยู่ในผ้าห่มผืนเดียวกับร่างบางที่ลงไปนอนขดรออยู่ก่อนแล้ว

“ ยองเบ .....ส่งข้อความมาบอกว่าจะมาหาพี่พรุ่งนี้เช้าน่ะ ”

ร่างบางตกใจกับสิ่งที่จียงบอกเล็กน้อย เค้าสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อไล่ความรู้สึกกังวัลของตัวเองออกไป แล้วเลื่อนตัวเองไปอยู่ในอ้อมกอดของคนข้างๆ สัมผัสจากมือบางที่พยายามกอดจียงให้แน่นขึ้น ก่อนซุกหน้าเข้าไปหาอกกว้างอย่างคนขาดความอบอุ่น

.....หรือว่ามันถึงเวลาจบเรื่องแล้วจริงๆ นะ ทั้งๆ ที่อยากอยู่กับพี่จียงมากมายขนาดนี้ ยอมโกหกไปแล้วขนาดนั้น แต่ทำไม.... ทำไมสุดท้าย อะไรๆ ก็มาบีบให้ซึงริต้องจากพี่ไปด้วย พี่จียงฮะ.... ซึงริควรจะทำยังไงดี

“ผมอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้จัง.....”

“ พี่ก็เหมือนกัน ”

“ ผมไม่อยากหลับเลย... ”

“ ซึงฮยอน.... ”

“ ...... ” น้ำตาที่คิดว่าไม่อยากให้มันไหล ก็ไหลลงมาอีกครั้งจนได้ สัมผัสที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ยังคงติดอยู่ในความรู้สึก อ้อมกอดที่อ่อนโยนก็ยังคงมีให้เค้าอยู่ตรงหน้า ร่างบางเปลือยที่ถูกคนตรงหน้าที่ไม่ได้มีเสื้อผ้าสักชิ้นกอดอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ร้องไห้ออกมาเงียบๆ ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดอยู่บนหน้าผาก กับคำเรียกชื่อที่เอ่ยออกมาจากปากของจียงเบาๆ นั่นยิ่งทำให้เค้าจมดิ่งลงไปกับความเศร้าทุกที

“ ผมไม่น่ารักพี่เลย..... ”

......เพราะผมไม่ใช่อีซึงฮยอนนี่นา


#
#
#
#


บางครั้ง ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ก็น่ากลัวเกินไป คำพูดที่ว่า ความรักทำให้คนตาบอด หรือคำพูดที่ว่า คนเรายอมตาบอดเพื่อความรัก จึงอาจจะเป็นเรื่องจริง

ซึงฮยอน ยอมทำทุกอย่างเพื่อคนที่ตัวเองรัก ถึงแม้จะต้องทำให้ผู้ชายคนหนึ่งต้องทุกข์ทรมานก็ตาม

จียง ยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้อยู่กับคนที่ตัวเองรัก ถึงแม้เค้าจะไม่รู้ก็ตามว่าเค้ากลับทำให้ผู้ชายอีกคนต้องทุกข์ใจ

ซึงริ ยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะมอบความสุขให้กับผู้ชายคนหนึ่ง จนพลาดท่ารักเค้าจนหมดหัวใจ จากความสงสารที่กลายเป็นความรักอย่างไม่รู้ตัว ก่อให้เกิดความเสียใจที่เค้าต้องรับมันแต่โดยดี และถึงแม้เค้าจะไม่รู้ก็ตามว่า ความสุขที่เค้าพยายามจะมอบให้กับผู้ชายคนนั้น มันจะกลายเป็นความเสียใจสาหัสสากรรจ์อย่างช่วยไม่ได้ในภายหลังก็ตาม

ความทุกข์ ความเสียใจ ความเจ็บปวด ......... ที่แต่ละคนได้รับ สุดท้าย ใครกันล่ะที่จะต้องได้รับมันหนักที่สุด

ซึงริยืนอยู่ที่ระเบียง มองท้องฟ้ายามเช้ามืด ก่อนคิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด

“ เพราะอะไรนะ ทุกอย่างถึงเดินมาถึงจุดนี้ได้..... ” คำถามที่ถูกส่งไปในอากาศ มีเพียงแต่นกน้อยหลายสิบตัวที่ส่งเสียงร้องเป็นคำตอบให้เค้า ภาพนกตัวเมียตัวผู้จิกปากกันเล่นจู๋จี๋กันอย่างมีความสุข ทำให้เค้าอดจะยิ้มออกมาไม่ได้

“ โชคชะตางั้นหรอ.... ถ้าอย่างนั้น มันจะเป็นยังไงต่อไปล่ะ”

มือบางยกกระดาษโน้ตใบเล็กๆ ในมือขึ้นดูอีกครั้ง แล้วเดินกลับเข้าไปในห้อง วางมันลงบนหัวเตียง ร่างเล็กนั่งลงบนเตียงมองดูผู้ชายที่ตัวเองรัก ก่อนจุมพิตเข้าที่ริมฝีปากหนานั่นเบาๆ

เมื่อสังเกตุอาการคนที่นอนอยู่แล้วว่า ยังคงหลับสนิทอยู่ ซึงริจึงตัดสินใจพูดเบาๆ ต่อหน้าจียงว่า

“ ซึงริ......รักพี่จียงนะฮะ ซึงริรักพี่จียงจริงๆ ”

“ ......... ”

“ เพราะฉะนั้น ซึงริเลยเป็นซึงฮยอนให้พี่ไม่ได้ ขอโทษด้วยนะฮะ..... ”


#
#
#
#

โปรดติดตามตอนต่อไป....

2 comments:

นฤพร ไชยเฉลิม said...

ยองบเจ๋งสวด

pp said...

สนุกง่ะ... ซึงรีๆ ♥

Post a Comment

 
 
Copyright © {{z i m e _ i i}}
Blogger Theme by BloggerThemes Design by Diovo.com