Wednesday, March 17, 2010

[LFY] I Know Nothing Else But Love {Chap9}

itle :: I know nothing else but love
Author :: zime_ii
Paring :: GD x VI


-Chapeter 9-



ท่ามกลางความวุ่นวายของช่วงเช้าของวัน เด็กนักเรียนเดินกันให้พลุกพล่านเพื่อที่จะรีบไปโรงเรียน คนทำงานก็ไม่ต่างกันที่รีบวิ่งขึ้นรถประจำทางเพื่อจับจองพื้นที่นั่งของตัวเอง และการจราจรที่ติดขัดสำหรับคนที่มีรถเป็นของตัวเอง ต่างคนก็ต่างเอาสิ่งที่ต้องทำมาทำในเวลานี้ทั้งนั้น ผู้หญิงทำงานบางคนก็แต่งหน้าบ้าง บางคนก็ทานอาหารเช้าบ้าง แต่ในมุมหนึ่งของบรรยากาศอันวุ่นวายนี้ ก็ยังมีผู้ชายคนหนึ่งกับกระเป๋าเดินทางของเค้า เดินอย่างไร้เรี่ยวแรง

“ เห้อ.... ”

ถอนหายใจรอบที่ร้อย ซึงริออกจากคอนโดของจียงมาได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว และตอนนี้ เค้าเองกำลังคิดถึงจุดหมายปลายทางที่เค้าควรจะไป

......แล้วทำไมไม่รอพี่เทมโป้มารับนะ ไม่อ่ะ ไม่มีทาง ไปกับพี่เทมโป้ก็ยังต้องเจอพี่จียงอยู่ดี แล้วอย่างนั้นเราจะตัดใจจากเค้าได้ยังไง ...... คิดในใจแล้วเดินไปยืนริมฟุตบาท มองหารถแท็กซี่ทันที

......ไปที่คอนโดซึงฮยอนล่ะกัน ........อ้ะ ไม่ได้สิ เดี๋ยวพี่จียงก็ต้องไปตามซึงฮยอนที่นั่น เห้อ ...แล้วจะไปไหนดีอ่ะ กลับกวางจูไปหาพ่อกับแม่งั้นหรอ...

มือบางยื่นออกไปนอกถนนเพื่อเรียกรถแท้กซี่ สายตาเหม่อออกไปไกล ถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีก ไม่นานก็มีรถคันหนึ่งจอดเทียบตรงหน้าเค้า เพราะความเหม่อลอยเลยทำให้เค้าไม่ได้สนใจ คนเก๋งสีดำมียี่ห้อเลยบีบแตรเรียกสติร่างบางเป็นการใหญ่

ซึงริสะดุ้งเล็กน้อย ......ไม่ใช่รถแท็กซี่สักหน่อยนิ

กระจกรถค่อยๆ เลื่อนลงช้าๆ ไม่นานผู้ชายที่นั่งอยู่ตำแหน่งคนขับชะโงกหน้าออกมองร่างบาง

“ แดซอง.... ” ซึงริพูดเบาๆ กับตัวเองอย่างกลัวคนในรถจะได้ยิน

“ ซึงฮยอน~~ มาทำอะไรตรงนี้อ่ะ ขึ้นมาดิ นายจะไปไหนอ่ะ ” แดซองมองหน้าซึงริอย่างสงสัย แต่ก็ขยับตัวเปิดประตูอีกฝั่งให้คนที่ยืนงงอยู่เหมือนกัน ซึงริ ย่นคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินแดซองเรียกชื่อนั้น

“ ฉันไม่ใช่ซึงฮยอน! ” ซึงริบอกแดซองออกไป ทำให้เค้ายิ่งทำหน้าสงสัยเป็นการใหญ่ แดซองมองกลับไปทางข้างหลังที่เค้าเพิ่งขับรถผ่านมา พลางคิดในใจ .....ก็แถวนี้มันบ้านพี่จียงนี่นา แล้วจะไม่ใช่ซึงฮยอนงั้นหรอ...

“ งั้นนายก็ พี่ชายฝาแฝดซึงฮยอน ซึงริน่ะหรอ ” แดซองเอ่ยถาม พลางมองไปยังรถข้างหลังที่เริ่มบีบแตรไล่เค้า

“ อื้อ นายรู้จักซึงฮยอนด้วยหรอ ”

“ อ่าฉันเป็นเพื่อนมันน่ะ เอ่อ ...งั้นนายจะไปไหนอ่ะ เดี๋ยวฉันไปส่งก็ได้นะ ”

“ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันเรียกแท็กซี่ไปเองก็ได้ ”

“ เอาน่า ไม่เป็นไรหรอก ขึ้นมาก่อนเถอะ รถข้างหลังบีบแตรไล่ใหญ่แล้ว ”

ซึงริสองจิตสองใจ แต่ก็ต้องยอมขึ้นไปแต่โดยดี เพราะคนในรถข้างหลังรถของแดซองเริ่มออกอาการไม่พอใจ เปิดหน้าต่างอาละวาดใหญ่ เมื่อขึ้นรถมาได้ แดซองก็บึ่งรถออกไปอย่างรวดเร็ว

ระหว่างทางทั้งรถจึงเงียบสงัด แดซองเองก็ไม่รู้จะพูดอะไร ส่วนซึงริเองก็เหมือนกัน

“เอ่อ....นายเหมือนซึงฮยอนมากเลย”

“ หรอ...ก็เราเป็นฝาแฝดกันนี่นา ”

“ แฮะๆ นั่นสิเนาะ อ่า...แล้วนายจะไปไหนล่ะ ”

“ โทษนะ นายอย่าบอกใครนะว่าเจอฉันแถวนั้น ”

“ ทำไมอ่ะ ”

“......ก็”
ซึงริอึกอักๆ เล็กน้อย และไม่รู้จะตอบแดซองยังไงดี เพราะเค้าเองไม่อยากให้จียงสงสัยก็เท่านั้น อีกอย่างตอนนี้เค้าเองก็ไม่อยากจะเจอท้อป รู้สึกอึดอัดกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด แค่อยากจะหนี หนีไปให้พ้นๆ จากเรื่องราวพวกนี้สักที แค่ไม่อยากจะรู้สึกแย่ไปกว่านี้ก็เท่านั้น

กริ๊ง กริ๊งงง ~

โชคดืที่เสียงโทรศัพท์ของแดซองดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ซึงริถอนหายใจโล่งอก แล้วหันไปมองแดซองที่กำลังรับโทรศัพท์อยู่

“ อ่าฮยอง มีไรอ่ะ จะออกไปไหนนะ ....อ่อ หรอ คือจะให้ฉันเข้าไปเอาของหรอ....ตอนนี้อ่ะนะ ....ก็ได้อ่ะพี่ ก็อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ อ้อ โอเค งั้นเดี๋ยวเจอกันละกัน ”

“ ......... ”

แดซองวางหูลง แต่ก็ไม่ได้หันมาพูดอะไรกับซึงริ ยิ่งทำให้ร่างบางอึดอัดไปใหญ่ ใจหนึ่งก็อยากจะถามว่าใครโทรมา แล้วจะไปเอาอะไร แต่มันก็จะดูเสียมารยาทไปหน่อย อีกอย่างในตอนนี้เค้ากลับมาเป็นซึงริตัวของเค้าเองแล้วด้วย และเพราะซึงริไม่ได้เป็นเพื่อนกับแดซองเหมือนที่ซึงฮยอนเป็น

“ เอ่อ นายคิดได้รึยังว่าจะให้ฉันไปส่งที่ไหน ” แดซองโพร่งทำลายความเงียบ

“ ไม่รู้สิ นายกำลังจะไปไหนล่ะ ”

“ ฉันกะว่าจะไปซื้อของสักหน่อย แต่เมื่อกี้พี่ท้อป ....อ้อ พี่ท้อป พี่ท้อปนี่นา เดี๋ยวฉันไปส่งนายกับพี่ท้อปก็ได้ ”

“ ห๊ะ ไม่ได้นะ! ” ซึงริพูดออกมาอย่างตกใจ

“ ทำไมอ่ะ ก็นายกับพี่ท้อป.... ”

“ ไม่ได้อ่ะ ฉันไปหาพี่ท้อปไม่ได้ ”

“ ทำไมอ่ะ นายนี้แปลกๆ นะ ไม่เป็นไรหรอก ผับพี่ท้อปอยู่ซอยหน้านี้แล้ว ไม่ทันแล้วล่ะ ”

“ เห้อ ไม่ได้อ่ะ ฉันไม่อยากไปเจอเค้า ”

“ เอ้า นายกับพี่เค้าเป็นแฟนกันไม่ใช่รึไง ”

“ แฟนเก่า!! นี่ โทษนะ ถ้างั้นนายจอดรถตรงนี้เลย ฉันจะลงตรงนี้แหละ ขอบใจมากที่ให้ติดรถมาด้วย “ ซึงริยืนยันเสียงแข็ง พร้อมๆ กับทำท่าทางจะเปิดประตูรถออกไป

“ เห้ย อย่าๆๆๆ งั้น เอางี้ๆ นายรออยู่ในรถก็ได้ ไม่ต้องลงไป เสร็จแล้วเดี๋ยวฉันไปส่งนายต่อ โอเคปะ ” แดซองรีบพูดเป็นพัลวันเพราะกลัวว่าซึงริจะเปิดประตูออกไปจริงๆ ซึงริอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เค้ากลับมานั่งในท่าปกติเหมือนเดิม

“ แต่ นายห้ามบอกพี่ท้อปนะว่า ฉันมากับนายอ่ะ ”

“ ทำมะ... ”

“ ไม่ต้องถามได้มั้ยว่าทำไม นี่มันเรื่องของฉัน ” ซึงริพูดขัดขึ้นทันทีที่แดซองจะอ้าปากพูด แดซองหันหน้ามาแสดงความไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปที่ที่จอดรถของผับ

“ โอเคๆ ได้ งั้นนายรถอยู่ในรถนี่ละกัน ฉันลงไปเอาของเดี๋ยวเดียวคงกลับมา ”

“ อือ ”

แดซองลงจากรถ แล้วเดินเข้าไปในผับ ซึงริจึงได้แต่นั่งรออยู่ในรถอย่างกังวล เค้าเอนเบาะนอนลงเพื่อที่จะได้ไม่มีใครมาเห็นเค้าอยู่ในรถ สักพักใหญ่ๆ ผ่านไป ก็ไม่มีวี่แววว่าแดซองจะกลับมา ซึงริจึงตัดสินใจออกจากรถและคิดว่าจะออกไปจากที่นี่เอง แต่ไม่ทันจะเดินพ้นจากรถได้ถึงเมตร สายตาก็ดันหันสะดุดเข้ากับรถคันหนึ่งที่เข้ามาเทียบจอดข้างๆ กันกับรถแดซองซะก่อน รถมินิที่มีกระจกใสมองเห็นคนขับได้ชัดเจน

ม่านตาของซึงริเบิกกว้าง .......นั่นพี่ยองเบนี่นา แล้วพี่เค้าไม่ได้ไปหาพี่จียงหรอกหรอ

ร่างบางรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก ซึงริไม่รู้แม้แต่ว่าจะทำยังไงต่อไปดี มองซ้ายมองขวา กลัวว่าจะมีใครมาเจอเป็นที่สุด แต่ไม่รู้ว่าโชคจะเข้าข้างซึงริรึเปล่าที่เค้าดันยืนอยู่ใกล้ประตูทางเข้าของผับ เมื่อไม่เห็นทางเลือกอื่นแล้ว ซึงริจึงต้องตัดสินใจเข้าไปในผับก่อนทันที

.......เข้าไปแอบในผับก่อนก็คงจะไม่เป็นไรหรอกมั้ง

.
.
.

ผมนั่งลงหลบข้างหลังโซฟาตัวใหญ่ไม่ไกลจากประตูมากนัก ไม่นานพี่ยองเบก็เดินเข้ามาในผับ แสงสว่างที่ลอดเข้ามาจากการเปิดประตูทำให้ผมต้องหรี่ตาลง โชคดีที่ตอนนี้เป็นเวลากลางวัน ผับทั้งผับจึงปิดไฟหมด ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลาเช้ามาก เลยยังไม่มีใครมาทำงานกัน ถ้าจะว่าไปตอนนี้ทั้งผับ คงมี แต่ผม พี่เทมโป้ แดซอง แล้วก็พี่ยองเบเท่านั้น

ผมชะโงกแอบมองยองเบที่เดินเข้าไปด้านในของผับ แล้วย้ายตัวเองไปอยู่หลังโซฟาอีกตัว หวังว่าคงไม่มีใครสังเกตุเห็นผมหรอกมั้ง ผมมองตามพี่ยองเบไป แล้วจู่ๆ แดซองก็เดินออกมาจากห้องอะไรสักอย่างที่อยู่ใกล้กับเวทีที่ผมขึ้นไปร้องเพลงเมื่อวานนี้

“อ้าว พี่ยองเบ มาไมอ่ะ” ดูเหมือนแดซองจะตกใจที่เห็นพี่ยองเบ

“ เมื่อวานนี้ฉันทำโทรศัพท์ตกไว้อ่ะดิ หลีกดิ จะเข้าไปเปิดไฟในห้อง ” หือ เมื่อกี้พี่ยองเบว่าไงนะ จะเปิดไฟ ให้ตายสิ แล้วงี้ผมจะไปแอบที่ไหนอ่ะ แต่เดี๋ยวนะ พี่ยองเบบอกว่า ทำโทรศัพท์ตกเอาไว้ แล้วที่พี่ยองเบส่งข้อความมาหาพี่จียงเมื่อคืนล่ะ ....อ่า คงใช้เครื่องอื่นส่งล่ะมั้ง

ผมแอบมองพี่ยองเบกับแดซองอยู่หลังโซฟาไม่ไกลจากตรงนั้นมากนัก แต่ก็ไม่ได้ไกลจากประตูเท่าไหร่เหมือนกัน แดซองหลีกทางให้พี่ยองเบ เดินเข้าไปในห้องนั้น ก่อนจะเดินตามพี่ยองเบเข้าไป สักพักผมก็รู้สึกเหมือนมีแสงสว่างมาต้องตาผมอีกครั้ง
แต่มันไม่ใช่แสงสว่างจากหลอดไฟที่พี่ยองเบบอกว่าจะเปิด มันเป็นแสงสว่างจากธรรมชาติที่ลอดเข้ามาจากการเปิดประตูต่างหาก ผมหันหน้ามองไปทางประตูทันที แล้วผมก็ต้องอ้าปากค้าง

พี่จียงยืนอยู่ที่ประตูด้วยใบหน้าที่ดูยุ่งเหยิงมาก ใช่ ผู้ชายคนนั้น คือพี่จียง ........ให้ตายสิ ผมควรจะทำยังไงดี ถ้าเกิดพี่ยองเบเปิดไฟขึ้นมาตอนนี้ล่ะก็ พี่จียงต้องเห็นผมแน่ๆ ผมจะทำยังไงดี....

พี่จียงเดินตรงเข้าไปด้านในของผับ เค้าเดินค่อยๆ เดินผ่านตรงที่ผมซ่อนอยู่ไป พ้นไปเพียงไม่ถึงห้าเมตร ก็ถึงทางเลี้ยวที่จะเข้าไปในห้องนั้น ห้องเดียวกันกับที่แดซองออกมา ถ้าเกิดตอนนี้พี่จียงหันมาทางซ้ายล่ะก็ เค้าต้องเห็นผมแน่

ยังไม่ทันคิดอะไร ผมก็ถูกใครสักคนจับไหล่ทั้งสองข้างจากด้านหลัง จับผมให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะผลักผมนอนลงบนโซฟาอีกด้านหนึ่ง ผู้ชายคนนั้น คร่อมผมไว้ แล้วประทับริมฝีปากเข้าที่ต้นคอ เพราะความมืดผมเลยมองไม่เห็นว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร แต่ก่อนที่จะพูดอะไร ผู้ชายคนนี้ก็กระซิบขัดผมซะก่อน

“ ซึงริ อยู่เฉยๆ ก่อน ไอ้จียงมันกำลังมองมาทางนี้ ”.......พี่เทมโป้!

..
..

ไม่ทันที่ร่างบางจะตกใจกับการปรากฏตัวของท้อปอย่างกระทันหัน ไฟในผับทั้งหมดก็ถูกเปิดขึ้น แล้วก็เป็นอย่างที่ท้อปพูด จียงกำลังมองมาทางเค้าทั้งสองคน ถึงร่างบางจะมองไม่เห็นเพราะนอนราบอยู่กับโซฟาก็เถอะ แต่เค้าก็มีความรู้สึกได้ ซึงรินอนสั่นเบาๆ เพราะความกลัวในอ้อมกอดของท้อป ร่างสูงทำเป็นไม่สนใจแล้วกระซิบข้างหูซึงริอีกครั้ง

“ ถ้าไม่อยากให้จียงจับได้ ทำตามที่พี่ทำเข้าใจมั้ย ” ซึงริพยักหน้าเบาๆ เพราะตอนนี้สติสตางค์ไม่ได้อยู่กับตัวแล้ว เค้าแค่กลัวว่าพี่จียงจะจำเค้าได้ก็แค่นั้นเอง ทันทีที่ซึงริพยักหน้า ท้อปก็ประทับริมฝีปากของเค้าเข้าหาริมฝีปากบางทันที ซึงริขัดขืนเล็กน้อย ท้อปจึงบีบแขนของซึงริเบาๆ ร่างบางจึงยอมอ่อนตาม

ในขณะเดียวกันจียงก็เดินมุ่งหน้ามาหาเค้าทั้งคู่ ยืนมองสองคนที่กำลังจูบกันอย่างออกรส ก่อนจะแผดเสียงเรียกซึงริลั่น

“ อีซึงริ !!!!! มึงหยุดเดี๋ยวนี้เลยไอ้ท้อป ”

ท้อปถอนริมฝีปากออกจากน้องอย่างอ้อยอิ่ง แล้วเงยหน้ามองจียงด้วยแววตาเสียอารมณ์ที่สุด ก่อนจะลุกขึ้นจากร่างบางแล้วขยับไปนั่งข้างๆแทน

“ มีไรมึง ขัดจังหวะกูที่สุด ” ท้อปหันไปถามจียงที่กำลังยืนจ้องหน้าซึงริอย่างนิ่งงัน เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ ที่เค้าเจอร่างบางในฐานะซึงริ ซึงริในสภาพที่ไม่ได้ต่างจากคนเมื่อคืน คอเสื้อที่ถูกท้อปปลดกระดุมออกเผยให้เห็นรอยจูบให้ทั่วคอ ริมฝีปากแดงช้ำที่เพิ่งผ่านการจูบมาสดๆ ร้อนๆ จียงกัดริมฝีปากอย่างลังเล

.....ทำไม ถึงได้เหมือนกันอย่างนี้.....

“ ลุกขึ้นมาก่อนมา ซึงริ ” ท้อปหันไปบอกซึงริ แล้วพยุงตัวน้องขึ้น ก่อนจะจัดการติดกระดุมให้ร่างบางด้วย

“ นี่จียง เพื่อนพี่เอง มันเป็นแฟนกับซึงฮยอน ” ซึงริที่ในตายังมีความกังวลอยู่เล็กน้อย พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วมองไปทางจียงตามที่พี่ท้อปแนะนำ เค้ามองพี่จียงแล้วก็พบว่าในมือของผู้ชายที่ยืนตีหน้าโกรธอยู่ตอนนี้กำลังถือโน้ตและเช็คที่เค้าทิ้งไว้ให้เมื่อเช้า

“ เมื่อวานนี้นายพูดอะไรกับซึงฮยอน ทำไม.... เค้าถึงหนีฉันไป ” จียงไม่รอให้ซึงริพูดอะไร แล้วพูดสิ่งที่ต้องการจะพูดออกมาก่อนด้วยน้ำเสียงสั่น และน้ำตาคลอเบ้า ท้อปเห็นเช่นนั้นก็บีบมือบางไว้แน่น เพื่อให้ผ่านไปให้ได้ ไม่นานยองเบกับแดซองก็วิ่งมาสมทบ

“ ใครหนีใครวะจียง ” ยองเบมาถึงตัวจียงเลยรีบถามทันที เจ้าตัวเลยหันไปหาเพื่อน แล้วยื่นของที่อยู่ในมือให้ ยองเบรับโน้ตไปเล็กๆ ขึ้นมาอ่านเบาๆ

‘ขอโทษด้วยนะฮะพี่จียง ถ้าผมอยู่ต่อนานกว่านี้ ผมคงจะไม่กล้าสู้หน้าจูอึนแน่ๆ .....ผมคงทรยศเธอไม่ได้’

น้ำตาลูกผู้ชายของจียงหยดลงเบา เค้าไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย ยองเบดูเช็คในมือแล้วเงยมองหน้าซึงริ ทันทีซึงริก็หลบสายตาเค้าอย่างรวดเร็ว แดซองพูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองไปทางซึงริเช่นเดียวกัน ซึงริก็คงรู้สึกได้ว่าตอนนี้แดซองกำลังสงสัยเค้าอยู่ ท้อปบีบมือซึงริไว้แน่น เพราะเห็นว่าร่างบางกำลังจะแย่เพราะเห็นจียงร้องไห้

ซึงริพยายามดึงมือตัวเองออกจากท้อป แล้วยืนขึ้นประจันหน้ากับจียง

“ ผมต้องขอโทษแทนซึงฮยอนด้วย ที่สร้างความวุ่นวายให้คุณ.... ”

“ นายบีบบังคับให้ซึงฮยอนต้องไปจากฉันใช่มั้ย! ”

“ ....จูอึนเธอป่วยหนัก คุณเองก็น่าจะรู้ไม่ใช่หรอครับ อีกอย่างผมเองก็ทนไม่ได้เหมือนกันที่ต้องเห็นน้องชายทุกข์ใจ ”

“ นายหมายความว่ายังไง ” จียงกระชากคอเสื้อร่างบางเข้าหาตัว ซึงริหันหน้าหนีไปอีกทางแล้วพยายามอย่างมากที่จะกลั้นน้ำตาไว้

.......อีกนิดเดียว น้ำตามันจะไหลออกมาแล้ว ปล่อยผมเถอะฮะพี่จียง แค่นี้ผมก็รู้สึกแย่มากพอแล้ว อย่าให้ต้องโกหกอะไรมากไปกว่านี้เลย.......

“ เห้ยจียง พอเหอะน่า มึงเองก็น่าจะรู้ดีว่าเรื่องของมึงกับซึงฮยอนควรจะจบลงยังไง ” ท้อปพูดพรางผลักจียงออกจากซึงริ จียงสบถออกมาเบาๆ ก่อนจะถามอะไรบางอย่างออกมา พร้อมๆ กับที่ซึงริพูดบางอย่างออกมาเช่นกัน

“ ซึงฮยอนอยู่ที่ไหน ” จียง

“ ผมขอตัวก่อนนะฮะ ” ซึงริ

ซึงริหันหลังจะเดินหนีจากตรงนั้น แต่ก็ต้องชะงักกับคำถามที่ได้รับซะก่อน ความเงียบเข้าปกคลุม จนจียงต้องตวาดเสียงขึ้นถามอีกรอบ

“ ฉันถามว่าซึงฮยอนอยู่ที่ไหน !! ”

“ อยู่อังกฤษ มึงก็ไปหาเค้าที่อังกฤษสิ ” ไม่ใช่คำตอบของซึงริ แต่เป็นจากปากของยองเบ ซึงริที่ยืนหันหลังให้ทุกคนหลับตาลงแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาช้าๆ ก่อนจะเดินหน้าออกมา ท้อปจึงรีบเดินตามซึงริไปทันที

“ เดี๋ยวก่อนท้อป กูอยากคุยกับพวกมึงสองคน ” ยองเบพูดแทรกขึ้น ท้อปเลยหันมาบอกว่า

“ ไปเจอกูที่บ้านละกัน ” พูดจบ เค้าก็ดึงเอามือซึงริออกไปจากผับทันที


#
#
#
#


‘ไปอังกฤษ แล้วมึงจะรู้ความจริงทุกอย่าง’

‘มึงหมายความว่ายังไงยองเบ’

‘เออน่ะ กูพูดไรไม่ได้ กูไม่อยากทะเลาะกับไอ้ท้อป..’

‘แล้วทำไมมึงจะต้องทะเลาะกับไอ้ท้อป’

‘จียง เรื่องนี้มึงต้องหาคำตอบให้ตัวเอง กูไปล่ะนะ’

จียงจอดรถที่หน้าบ้านของพ่อแม่ แล้วซบหน้าลงกับพวงมาลัยอย่างเหนื่อยล้า

.....คำพูดของยองเบยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของผม ยองเบบอกให้ผมไปอังกฤษ ยองเบบอกว่าพูดอะไรไม่ได้ ทั้งหมดนี่มันหมายถึงอะไรกัน ผมรู้สึกสับสนไปหมด ตอนที่ผมเจอซึงริครั้งแรก ใจผมแทบล่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ซึงริเหมือนกับซึงฮยอนอย่างกับคนเดียวกัน แล้วยิ่งรอยจูบที่คอนั่นด้วย เค้าเหมือนกับคนที่อยู่กับผมเมื่อคืนไม่มีผิด ฮ่ะ นี่ผมคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้นะครับ มันจะไปแปลกอะไรเพราะเค้าเป็นฝาแฝดกันนี่ อีกอย่างสิ่งที่ท้อปทำกับซึงริ ก็เห็นได้ชัดอยู่แล้วว่ารอยจูบพวกนั้นมาจากไหน แต่ใจผมก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า เค้าเหมือนกับคนที่อยู่กับผมเมื่อคืน บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ท้อปไม่ยอมบอกว่าซึงฮยอนมีฝาแฝดก็ได้ ผมเคยคิดว่าผมคงไม่ระแวง แต่ถ้าเอาเข้าจริง ผมก็บอกไม่ถูกแฮะ แค่เห็นแบบเมื่อกี้ ยังตกใจไม่หายเลย แปลกจังที่ไอ้ท้อปมันอดทนเห็นซึงฮยอนมาได้ตั้งนาน มันคงคิดถึงซึงริของมันน่าดู.....

จียงถอนหายใจ แล้วเดินลงจากรถ ป้าซูยอนจึงวิ่งเข้ามาต้อนรับทันที

“ อ้าวคุณหนู จะมาทำไมไม่บอกป้าก่อนล่ะคะ เอ๊ะ แล้วคุณซึงฮยอนไม่ได้มาด้วยหรอคะ ” ป้าซูยอนชะโงกหน้ามองเข้าไปในรถ แล้วถามคุณหนูของเธอ จียงยิ้มเศร้าๆ ก่อนตอบป้าซูยอนไป

“ ผมว่าผมจะไปอังกฤษสักพักน่ะครับ ที่มา กะว่าจะมาเก็บของ ” คำตอบที่ไม่ได้ตรงกับคำถามทำเอาป้าแม่บ้านมีอายุชะงักไปเล็กน้อย

“ ไปอังกฤษหรอคะ เอ๊ะ จะว่าไป มีพัสดุจากอังกฤษส่งมาให้คุณหนูด้วยนะคะ ”

“ พัสดุหรอครับ ? ” จียงหันกลับไปถามป้าแม่บ้านที่เดินเข้าบ้านข้างๆ กันอย่างแปลกใจ

“ ค่ะ เพิ่งมาถึงเมื่อเช้านี้เอง ป้าคิดว่าจะให้คนรถเอาไปให้คุณหนูที่คอนโดอยู่พอดีเชียว ”

“ งั้นหรอครับ.. ”

“ อ่า ป้าวางไว้ที่โต๊ะด้านใน อ่ะนั่นไง ” เมื่อเดินถึงภายในตัวบ้าน ป้าซูยอนก็เดินไปที่โต๊ะเอกสารที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากประตูบ้านเท่าไหร่ ก่อนจะหยิบเอากล่องพัสดุเล็กๆ เดินกลับมาให้จียง จียงรับพัสดุนั้นมาด้วยความแปลกใจ แล้วเดินขึ้นมาบนห้องของตัวเอง

ปัง เสียงปิดประตูห้องดังขึ้นเบาๆ ร่างผอมนั่งลงที่ปลายเตียง แล้วค่อยๆ แกะกล่องพัสดุนั้นออกดู หน้ากล่องไม่มีชื่อผู้ส่ง หากมีแต่ชื่อเค้าที่เป็นผู้รับ ถูกเขียนขึ้นด้วยลายมือที่คล้ายจะเป็นลายมือวัยรุ่นของผู้หญิง

........อะไรกันนะ....... จียงคิดในใจในขณะที่แกะออกดู แล้วเค้าก็พบว่า สิ่งที่อยู่ในกล่องนั้นคือ เช็คธนาคารสี่ห้าใบ ที่เป็นชื่อของเค้าสั่งจ่ายให้กับอีซึงฮยอน

“ นี่มัน.....เช็คที่เคยเขียนให้ซึงฮยอนนี่นา ” จียงดูเช็คในมือที่ละใบก่อนวางลงข้างเตียง แล้วดูในกล่องต่อ ซึ่งเค้าก็พบกับเทปวีดีโอขนาดเล็กอีกหนึ่งอย่าง และไม่มีอะไรอีกแล้วอยู่ในกล่องนั้น มือหนาพลิกดูวีดีโอ ก่อนลุกขึ้นจากเตียง ใส่มันเข้ากับกล้องถ่ายวีดีโอ แล้วต่อเข้าทีวีขนาดใหญ่ที่อยู่ในห้องเค้า

“ วีดีโอ อะไรน่ะ ” พูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนคว้ารีโมท แล้วนั่งลงที่ปลายเตียงดั่งเดิม ภาพที่ขึ้นมาบนจอทำเอาเค้าแทบหยุดหายใจ....

เด็กสาวที่ท่าทางจะอายุน้อยกว่าเค้าในชุดของโรงพยาบาล สวมพันคอผืนอุ่นสีชมพู นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีผ้าห่มบางๆ วางคลุมอยู่บนตัก ผมสั้นสีน้ำตาลสว่างช่วยทำให้หน้าตาของเธอดูสดใสขึ้น อย่างแรกที่จียงสัมผัสได้ก็คือ เธอคนนี้มีเสน่ห์มากพอตัวทีเดียว ถึงแม้จะดูอวบๆ ไปสักนิด แต่ก็เป็นเพราะฤทธิ์ยาแน่ๆ ถ้าเดาไม่ผิด ผู้หญิงคนนี้คงจะเป็น ลีจูอึน......คนรักของอีซึงฮยอน

ดูเหมือนเธอจะกำลังถ่ายวีดีโอด้วยตัวของเธอเอง สถานที่ก็คงจะเป็นระเบียงของห้องพยาบาล เพราะเห็นได้ชัดว่าด้านหลังเป็นภายในห้อง มีเตียงคนไข้ เครื่องมือแพทย์ระโยงระยางเต็มไปหมด และเห็นหญิงสูงอายุคนหนึ่งกำลังง่วนจัดการกับอะไรสักอย่างอยู่ เธอยิ้มให้กับกล้อง แล้วเริ่มพูด

“ สวัสดีค่ะ.....พี่จียง ” เธอเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดต่อ

......เธอรู้จักเราด้วยอย่างนั้นหรอ

“ พี่.....คงตกใจที่ได้รับวีดีโออันนี้ ....จูอึนแค่อยากจะขอโทษพี่ ” เด็กสาวพูดเสียงสั่นๆ พรางก้มหน้าลงน้ำตาคลอเบ้า ริมฝีปากซีดๆ ยิ้มจางๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองกล้อง

“ ตอนที่จูอึนรู้ความจริง จูอึนก็ตกใจไม่น้อยเลยค่ะ จูอึนรู้สึกโกรธแทนพี่จียงมาก ....จูอึนไม่คิดว่าพี่ซึงฮยอนจะทำแบบนั้น พี่จียงคงเจ็บปวดน่าดู...... ”

“ พี่ซึงฮยอนยอมเล่าความจริงหลังจากที่มีคนเกาหลีคนหนึ่งอาสาออกค่ารักษาพยาบาลให้เราทั้งหมด แม่ของจูอึนสงสัยมาก ก็เลยเค้นกับพี่ซึงฮยอน แล้วเราก็รู้ว่า คนๆ นั้นคืออาของพี่.....มันยิ่งทำให้จูอึนรู้สึกผิด ”

“ จูอึนเป็นโรคที่ไม่รู้ว่าจะรักษาหายรึเปล่า สร้างความทุกข์ใจให้พ่อแม่ หนำซ้ำยังไม่พอ จูอึนยังทำให้พี่ซึงฮยอนต้องไปหลอกพี่เพื่อจูอึนอีกต่างหาก จูอึนไม่น่าเกิดมาเลยนะคะ ” เด็กสาวพูดเสียงสั่น จนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ มือบางรีบปัดน้ำตาออก แล้วยิ้มออกมาเบาๆ

“ แต่จูอึนก็คงปล่อยให้พี่ซึงฮยอนไปกับพี่ไม่ได้หรอกค่ะ........จูอึนไม่รู้ว่าจูอึนจะมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกนานเท่าไหร่ พี่คงจะรักพี่ซึงฮยอนมาก แต่จูอึนก็รักพี่ซึงฮยอนมากเหมือนกัน..... ”

“ เพราะงั้นจูอึนเลยคิดว่าควรจะส่งเงินทั้งหมดคืนให้พี่ และคำขอโทษนี้จากจูอึน ”

ควอนจียงพูดอะไรไม่ออกจนเด็กสาวพูดมาถึงตรงนี้ ขณะเดียวกันก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง เสียงเรียกเธอดังขึ้นมาแต่ไกล

“ จูอึนยา~ ” ไม่ผิดแน่ นั้นมันเสียงของซึงฮยอน จียงรีบเพ่งดูภาพในจอทันที ซึ่งเค้าก็พบว่าผู้ชายที่กำลังเดินเข้ามาหาจูอึนคือซึงฮยอน เด็กสาวรีบวางกล้องลงกับผ้าห่มผืนบางที่คลุมหน้าตักของเธออยู่ แต่ภาพก็ยังถูกถ่ายมาได้โดยไม่เห็นใบหน้าของใครเลย

ซึงฮยอนกอดเข้าที่ด้านหลังของจูอึน

“ ทำอะไรอยู่หืมม ”

“ จูอึนถ่ายวีดีโอเล่นน่ะ พี่ซึงฮยอน...จูอึนอยากกินแอปเปิ้ล ไปปลอกให้หน่อยสิ อีกแปปนึง เดี๋ยวจูอึนจะเข้าไปในห้อง ”

“ ได้ครับที่รัก ”

มือหนาหยิบรีโมทขึ้นกดหยุดเล่นชั่วคราวทันที ก่อนจะเลื่อนมือมาปิดปากด้วยความตกใจ จียงหายใจเข้าออกอย่างแรงเพราะหัวใจที่กำลังเต้นอย่างหนัก บางสิ่งบางอย่างกำลังเล่นตลกอยู่กับเค้าอยู่ จียงย้ายตัวเองไปที่หน้าจอทีวีแล้วดูวันที่ที่วีดีโอถูกถ่ายที่มุมจอ

“ อาทิตย์ที่แล้ว......เป็นไปไม่ได้สิ เป็นไปได้ยังไง ” พูดกับตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะกดปุ่มเล่นวีดีโอต่อ

เด็กสาวยกกล้องกลับมาถ่ายดังเดิม แล้วพูดต่อ

“ พี่ซึงฮยอนรู้ว่าจูอึนโกรธมาก เลยยอมเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง พี่ซึงฮยอนเลยตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากแม่ของเค้า เราได้เงินมาก้อนหนึ่ง โชคดีมากที่โรงพยาบาลที่นี่มีระบบเงินผ่อน เราเลยสบายกันไปหน่อย ”

“ ....จูอึนคงไม่มีอะไรจะพูดแล้ว นอกจากคำขอโทษ จูอึนขอโทษที่พี่ซึงฮยอนต้องหลอกพี่จียงเพราะจูอึน สุดท้าย จูอึนหวังว่าพี่จียงจะเจอคนที่รักพี่จริงๆ สักวันนะคะ ”

ภาพถูกตัดไป จียงเลยกดปุ่มรีเพล์ย้อนไปตรงที่ผู้ชายที่จูอึนเรียกว่าซึงฮยอนเดินเข้ามา กดหยุดภาพไว้ตรงนั้น พลางนั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรง

.......วีดีโอถูกถ่ายขึ้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แต่ตอนนั้น ซึงฮยอนก็อยู่กับเรานี่นา หมายความว่ายังไง คนที่อยู่กับเรา.....ไม่ใช่ซึงฮยอนอย่างนั้นหรอ......

‘ เห้ย เดี๋ยวดิ นายเป็นใครเนี่ย แล้วมาจับฉันทำไม ปล่อยยยนะ ‘

‘ เดี๋ยวก่อนนะ นายเป็นใครไม่ทราบ อยู่ดีดีก็มาฉุดกระชากลากถูฉัน มันเจ็บนะ ‘

‘ ที่นี่ที่ไหน นายพาฉันมาที่นี่ทำไม ‘

‘ จียง ฉันไม่ใช่....นี่ปล่อยฉันนะ!! ‘

‘ นายรักอีซึงฮยอนมากอย่างนั้นหรอ...... ‘

‘ แต่นายก็รู้นี่ ว่าซึงฮยอนรักจูอึนมาก ‘

‘ จียง....จริงๆ แล้ว ฉันไม่ใช่ซึง โอ๊ะ ‘

‘ ควอนจียง นายได้ยินมั้ย ...... คนที่ชื่ออีซึงฮยอน มันไม่ได้รักนาย! ’

‘ ฉันจะไม่หนีพี่ไปไหนอีกแล้ว ฉันจะให้ความรักกับพี่ แต่ฉันขออย่างหนึ่ง..... ‘

‘ ต่อไป ทุกครั้งที่เราจูบกัน ทุกครั้งที่เรา........เอ่อ เหมือนตอนนี้ ‘

‘ อย่าเรียกฉันว่าซึงฮยอน.. อย่าถามว่าทำไม ถ้าพี่อยากให้ฉันอยู่กับพี่แบบนี้ต่อไป ช่วยทำตามที่ฉันขอนะพี่ ‘

‘ พี่จียงมีความสุขใช่มั้ยฮะ ‘

‘ ผมก็อยากจะเปลี่ยนตัวเองดู ลูกหมามันก็ไม่ได้น่าเกลียดขนาดนั้นสักหน่อย ใช่มั้ยอ่ะครับ ‘

‘ ไม่ว่าต่อไป ถ้าพี่จียงจะต้องเสียใจ สัญญากับผมนะฮะ ว่าพี่ต้องลุกขึ้นยืนให้ได้ เข็มแข็งนะฮะ ‘

‘ โลกนี้ยังมีซึงฮยอนอีกคน ‘

‘ คนที่พี่จียงเห็นอาจจะเป็นพี่ซึงริ พี่ชายของผมก็ได้นะฮะ ก็พี่ท้อปบอกเองนี่นา ว่าแฟนเก่าเค้ากลับมาแล้ว ‘

‘ ขอโทษนะฮะ.....ที่ไม่บอก ‘

‘ แล้วถ้าพี่เป็นพี่ท้อปล่ะฮะ เป็นพี่ พี่จะชอบฝาแฝดอีกคนมั้ย ‘

‘ ถ้าพี่ต้องเลิกกับอีกคน แล้วพี่จะรักอีกคนมั้ย ‘


..........ภาพและคำพูดหลายๆ คำที่เค้าเคยได้ยินจากผู้ชายที่เค้าคิดว่าเป็นซึงฮยอน ถูกฉายซ้ำอีกครั้ง จียงนั่งลงที่พื้นปลายเตียงอย่างหมดแรง ก่อนจะเขวี้ยงรีโมทที่กำอยู่ในมือออกไปอย่างแรง จนรีโมทนั้นแตกออกเป็นชิ้นส่วน

ไม่ทันต้องไปถึงอังกฤษเค้าก็ได้รู้ความจริงทั้งหมด ความจริงที่ ผู้ชายคนนั้นที่อยู่กับเค้าตลอดมา คือ อีซึงริ ไม่ใช่ อีซึงฮยอน.......



#
#
#
#

โปรดติดตามตอนต่อไป

2 comments:

นฤพร ไชยเฉลิม said...

ใกล้แล้วๆๆๆ ><

pp said...

ซึงรีน่ารักที่สุด สงสารท้อปง่ะยังรักซึงรีอยู่ ( ; ^ ; )

อยากอ่านคู่ 2Seung มั่งจังเลย ~

ไรเตอร์สู้ๆค่ะ ^^

Post a Comment

 
 
Copyright © {{z i m e _ i i}}
Blogger Theme by BloggerThemes Design by Diovo.com