Wednesday, March 17, 2010

[LFY] I Know Nothing Else But Love {Chap10}

Title :: I know nothing else but love
Author :: zime_ii
Paring :: GD x VI




-Chapeter 10-


“ เลิกร้องไห้ได้แล้วน่า ซึงริ ” ท้อปพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ ก่อนจะยื่นกระดาษทิชชูให้ร่างบางที่นั่งซบหน้าร้องไห้อยู่ข้างๆ เค้า เค้าจะไม่พูดอย่างนี้เลย หากไม่ใช่เพราะเวลาสามชั่วโมงที่ผ่านมาซึงริเอาแต่นั่งร้องไห้อย่างเดียว ยองเบนั่งอยู่โซฟาเดี่ยวตรงข้ามกันส่ายหัวอย่างระอา

“ นายเล่าให้ฉันฟังได้มั้ย ว่าเรื่องเป็นมายังไง ” ยองเบพูด ร่างบางเงยหน้ามองเค้าเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ร่างบางเอนตัวนอนลงกับโซฟา แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลต่อไป

อย่าถามผมเลยฮะ......ผมไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว แค่รู้สึกแย่กับทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ทุกครั้ง ทำไมจะต้องมีซึงริกับซึงฮยอน ทำไมโชคชะตาถึงได้เล่นตลกกับผมแบบนี้ด้วย ตอนนั้นก็ครั้งหนึ่ง ทำไมเป็นซึงริแล้วพี่เทมโป้ถึงรอไม่ได้ แล้วครั้งนี้ ทำไมเป็นซึงริถึงรักพี่จียงไม่ได้ .....ทำไมทุกอย่างถึงต้องเป็นแบบนี้ด้วย

ท้อปมองซึงริที่เอาแต่สะอึกสะอื้นก่อนหันไปพูดกับยองเบ

“ กูว่า มึงกลับไปก่อนเถอะ ”

“ ...แต่ ”

“ ออกมาคุยกับกูข้างนอกมา ” ท้อปลุกขึ้นยืน ก่อนเดินนำยองเบออกมาหน้าบ้าน

“ มึงก็รู้เรื่องทุกอย่างแล้วนี่ ปล่อยให้เป็นไปแบบนี้แหละ อย่าให้จียงมันรู้ความจริงเลย ” ร่างสูงเปิดบทสนทนาทันทีที่พ้นสายตาของซึงริแล้ว

“ แล้วถ้ามันรู้ความจริงล่ะ มึงจะทำยังไง ” ยองเบพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ความคิดที่เคยมีอยู่ตั้งแต่แรกว่าจะบอกความจริงกับจียง เริ่มหายไปตั้งแต่เห็นซึงริร้องไห้จะเป็นจะตายแล้ว

“ เดี๋ยวกูจัดการเอง ”

“ มึงจะทำยังไง ”

“ กูไม่รู้ ” น้ำเสียงที่เห็นได้ชัดถึงความสับสนและกังวลของท้อปพูดขึ้น เค้าก้มหน้าต่ำมองพื้นอย่างเคร่งเครียด

“ เห้อ.. ”

“ แต่อย่างน้อย กูก็เอาซึงริออกมาจากจียงได้แล้ว เมื่อคืนกูโทรไปบอกซึงริว่ามึงรู้ความจริง ..กูแอบเก็บโทรศัพท์มึงไว้ แล้วส่งข้อความไปบอกจียงว่ามึงจะไปหา ” ท้อปเงยหน้ามองออกไปข้างนอกบ้านแล้วพูดกับยองเบ ยองเบเงียบฟังอย่างตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

“ กูรู้จักซึงริดี วิธีที่กูทำไปบีบให้เค้าต้องทำแบบนี้ ซึ่งมันก็ได้ผล ”

“ แล้วมึงจะทำไงต่อ ”

“ มึงเห็นรอยจูบที่คอซึงริมั้ย รอยพวกนั้นเป็นฝีมือของจียง ไม่ใช่เพราะกูตอนที่อยู่ในผับ กูทำอย่างนั้นไปเพราะแค่ต้องการให้จียงมันไม่เข้าใจผิด อีกอย่าง... ซึงริเป็นของจียงตั้งนานแล้ว ” ท้อปยังคงไม่หันหน้ามามองเพื่อน จบประโยคร่างสูงกัดฟันกรอดเพราะความเจ็บใจ

“ มึงว่าไงนะ แล้วไมซึงริมันยอมจียงวะ ห่าเอ้ย แบบนี้เรื่องยิ่งยุ่งยากไปใหญ่ ถ้าไอ้จีมันรู้เรื่องขึ้นมา เห้ออ กูไม่อยากจะคิด ”

“ มึงก็ไม่ต้องคิดดิ ขออย่าให้มีวันนั้นก็พอ แค่นี้กูก็ทนเห็นซึงริเสียใจไม่ไหวแล้วว่ะ ไม่คิดเลย....เวลาแค่นี้ ซึงริจะรักมันขนาดนี้ ”

“ แต่กูเพิ่งบอกให้มันไปอังกฤษนะว้อย ”

“ ถ้ามันไปจริงๆ กูจะโทรไปคุยกับซึงฮยอน ”

“ โอ้ยยย วุ่นวายจริงๆ วุ้ย ”

บทสนทนาของทั้งคู่ดำเนินไปอีกเล็กน้อย ท้อปหันมองเข้ามาในบ้าน จนเห็นว่าซึงริร้องไห้จนผล่อยหลับไปแล้ว จึงบอกให้ยองเบกลับบ้านไป หลังจากที่เพื่อนกลับบ้านไปแล้ว ท้อปก็เดินกลับเข้ามาหาซึงริ

ร่างสูงหยิบเอาผ้าห่มที่พับอยู่ในลิ้นชักในห้องนั่งเล่น ออกมาห่มให้ซึงริ ก่อนนั่งลงกับพื้นต่อหน้าร่างบาง ซึงริหลับสนิทเพราะเหนื่อยจากอาการร้องไห้ คราบน้ำตายังคงกรังกันอยู่ที่หางตา มือหนาปัดเอาไรผมสีดำสนิทที่ปรกหน้าร่างบางออกเบาๆ

......เจ็บปวดขนาดนั้นเลยหรอซึงริ นายรักควอนจียงขนาดนั้นเลยหรอ อดทนเข้าไว้นะ พี่จะอยู่เคียงข้างนายเอง......

ท้อปค่อยๆ จุมพิตที่กระหม่อมบางอย่างอ่อนโยน จัดผ้าห่มให้คนที่หลับสนิทอย่างเรียบร้อย ก่อนลุกออกมาเดินเข้าห้องนอนของตัวเองซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องนั่งเล่น เพื่อเตรียมตัวออกไปทำงาน ซึ่งเค้าก็ไม่ได้รู้เลยว่า ตรงมุมหนึ่งของประตูบ้าน กำลังมีใครบางคนมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า

.
.
.
.

ทำไมถึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้.......... ควอนจียงถามตัวเองในใจ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้คนที่เค้าคุ้นเคยดีตลอดช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผ่านมา หลังจากที่เห็นท้อปเดินเข้าไปในส่วนของห้องนอนตัวเองแล้ว

จียงนั่งลงที่โซฟาเดี่ยวตรงข้างๆ กันกับโซฟาตัวยาวที่ซึงรินอนอยู่

ทำไมถึงกลายเป็นนายไปได้ ....อีซึงริ หลังจากที่รู้ความจริงทั้งหมด จียงก็ยังคงตอบตัวเองไม่ได้ ว่าความรู้สึกที่มีอยู่นั้นคืออะไร คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวเค้าอย่างไม่มีคำตอบ จียงมองร่างบางที่หลับอยู่อย่างไร้ความรู้สึก ในหัวสมองว่างเปล่า ทั้งยังรู้สึกได้ว่าภายในท้องโหวงเหวง แต่ว่าแบบนี้รึเปล่า ที่เค้าเรียกกันว่า.....ช็อค....

รอยจูบพวกนั้น เป็นของพี่อย่างนั้นหรอ........ สายตาจับจ้องมองรอยแดงเป็นจ้ำๆ ที่มีอยู่ทั่วคอของซึงริ แล้วหลับตาลง

ในขณะเดียวกัน ที่ร่างบางลืมตาขึ้น ซึงริลืมตาขึ้นแล้วเบิกตากว้างอย่างตกใจ เพราะคนที่เห็นตรงหน้า เปลือกตาบางรีบปิดลงทันทีเมื่อเห็นว่าพี่จียง คนที่เป็นสาเหตุให้เค้าร้องไห้จะเป็นจะตายนั่งอยู่ตรงหน้า ซึงริเลื่อนเอาสองมือของเค้าที่อยู่ใต้ผ้าห่มขึ้นมาจับกันไว้อย่างกังวล น้ำตาที่เหมือนจะหยุดไหลไปเพราะห้วงนิทรา กลับไหลออกมาอีกครั้ง

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ที่จียงเอาแต่จ้องมองซึงริที่พยายามข่มตาเพื่อให้จียงคิดว่าตัวเองหลับอยู่ ไม่มีคำพูดใดๆ จากจียง ทั้งห้องมีเพียงแต่เสียงหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของคนทั้งคู่ จนกระทั่งท้อปที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เดินออกมาจากห้อง
ด้วยเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียว กับผ้าเช็ดผมที่กำลังเปียกโชกเท่านั้น มือที่กำลังขยี้ผมอยู่ชะงักทันทีเมื่อเห็นเพื่อนคนสำคัญนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นของเค้า

“ มึง......มาทำอะไรที่นี่ ” ท้อปพูดขึ้นในขณะที่จียงเองก็ยืนขึ้น

“ แค่แวะเอาของมาให้.... ”

“ ......... ” เช็คเงินสดที่เค้าได้รับพร้อมกับโน้ตบอกลาของซึงฮยอนตัวปลอมถูกล้วงออกมาจากกระเป๋าเสื้อกันหนาวหนังสีดำเข้มที่จียงใส่อยู่ เค้าวางมันลงบนโต๊ะกลาง

“ เช็ค? ” ท้อปเอ่ยถามอย่างแปลกใจ พลางเดินเข้ามาใกล้น้องที่กำลังนอนอยู่ ท้อปหยิบเช็คขึ้นมาดูก่อนมองไปทางซึงริ

“ กูขอพาซึงริไปที่ห้องก่อน แล้วเดี๋ยวมึงกับกูค่อยคุยกัน ” ร่างสูงทำท่าจะอุ้มซึงริขึ้นแต่ก็ถูกจียงขัดไว้ก่อน

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวกูก็จะกลับแล้ว...นั่งลงก่อนดิ” จียงพูดน้ำเสียงเหนื่อยๆ

“ ......... ” ท้อปไม่พูดอะไร แล้วนั่งลงที่ปลายเท้าของซึงริ ตามคำขอของจียง

“ มึงจะไม่ถามหน่อยหรอว่ากูเอาเช็คมาให้ซึงริทำไม.... ” สายตานิ่งงันมองตรงเข้าไปยังนัยน์ตาของท้อป

“ ทำไม..... ”

“ กู......รู้ความจริงหมดแล้ว ” ใบหน้าเรียบเฉยของท้อปเปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นออกจากปากควอนจียง แต่ก็พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด

“ ความจริงอะไร... ”

“ .......ไม่ใช่ซึงฮยอน ” จียงพูดเบาหวิว แล้วมองไปทางร่างบางที่นอนอยู่ ใครจะรู้ว่าตอนนี้คนที่นอนหลับตาอยู่จะตกใจแค่ไหน

“ มึงหมายคว..... ”

“ จูอึนส่งเช็คกลับมาคืนกู พร้อมกับคำขอโทษ ..... ” เค้าแทรกขึ้นก่อน ในขณะที่ท้อปพยายามจะถามอะไรสักอย่างกับเค้า

“ ในวีดีโอมีซึงฮยอน......ตัวจริง ”

“ .......... ” ไม่มีคำพูดใดจากท้อป เพราะความตกใจกับสิ่งที่เพิ่งได้รู้ แต่ผิดกับสิ่งที่เคยคาดคิดเอาไว้ จียงไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองสักนิดเลย เมื่อท้อปมองเข้าไปในตาของจียง กลับพบแต่ความว่างเปล่า .....หรือว่าจียงจะยอมรับได้ว่ามันเป็นแค่การเข้าใจผิด เหมือนจียงจะอ่านความรู้สึกของเพื่อนออก เค้าก้มหน้าลง ยิ้มกับตัวเองเหมือนคนเสียสติ แล้วเริ่มพูดต่อ

“มึงกับยองเบ รู้มานานแล้วใช่มั้ย...”

“ ก็ไม่ได้นานเท่าไหร่ ” ในเมื่อปฏิเสธไม่ได้ว่าจียงรู้ความจริงแล้ว ก็ถึงเวลาที่ท้อปจะต้องเผชิญหน้ากับจียงสักที สองคนจ้องหน้ากันอย่างจริงจัง ในขณะที่อีกคนที่นอนอยู่ร้อนแทบเป็นฟืนเป็นไฟ ซึงริแทบอยากจะลุก แล้วหนีออกไปจากที่ตรงนั้น ความจริงที่ร่างบางกลัวมีเพียงสิ่งเดียว คือการที่จียงจะเกลียดและโกรธเค้า

“ ทำไมมึงถึงไม่บอกกู! ” ระดับของน้ำเสียงเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความว่างเปล่าและนิ่งงันในสายตาของจียงเริ่มเปลี่ยนแปลง ท้อปมองไปทางร่างบางเพราะกลัวว่า ความดังของเสียงของจียงจะทำให้ซึงริตื่น

“ ตอนนี้มึงก็รู้แล้วนี่ ”

“ ไอ้ท้อป ”

“ ........... ”

“ หึ ทำไมมึงไม่ตอบล่ะวะ รึว่ามึงสุขใจที่เห็นคนรักของมึงมาหลอกกูได้ .....พวกมึงเห็นกูเป็นตัวอะไรวะ ให้พี่น้องสองคนนั่นมาหลอกกู พวกมึงยังปิดปากกันเงียบ โง่แล้วโง่อีก....แค่นี้กูยังดูน่าสมเพชไม่พอรึไง ” จียงพูดแล้วมองหน้าเพื่อนด้วยแววตาเจ็บปวด พอเห็นท้อปไม่พูดอะไร จียงจึงเริ่มพูดต่ออีกครั้ง

“ ผู้ชายคนนี้เป็นคนรักของมึง ทำไม.....มึงถึงปล่อยให้เค้าไปอยู่กับกูได้... ”

“ .......... ”

“ ผู้ชายคนนี้เป็นของกูแล้ว มึงรับได้อย่างนั้นหรอ........ไม่ละอายใจรึไง เวลาที่มึงจูบเค้าแล้วปากนั่น คอนั่นกูเคยจูบมาก่อน ”

“ จียง! ”

“ หรือว่ามึงไม่ถือ กูกับมึงจะได้ใช้ผู้ชายคนเดียวกันได้ ซึงริเองก็คงไม่ถือเหมือนกันละมั้ง เมื่อคืนกับกู พอเช้าก็หนีจากกูแล้วไปหามึง...หึก็ดีเหมือนกัน กูจะได้ใช้ซึงริแทนซึงฮยอน ดีใช่มั้ยล..... ”

เพี๊ยะ!!!

คำพูดของคนที่กำลังเสียสติอย่างจียง ดำเนินไปยังไม่ทันจบประโยค ใบหน้าของเค้าก็ต้องหันไปอีกทางเพราะแรงตบของฝ่ามือใครบางคน ไม่ใช่ฝีมือท้อปที่ทนฟังคำพูดของเพื่อนไม่ได้ แต่เป็นฝีมือร่างบางที่นอนฟังมาตั้งแต่เริ่มต่างหาก

“ ใช่! ฉันไม่ถือ ” ร่างบางตวาดใส่จียงที่นั่งเอามือลูบมุมปากที่มีเลือดไหลออกมาซิบๆ จียงค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วจ้องหน้าน้องกลับ ตาประสานตาเป็นครั้งแรกหลังจากที่ความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย สรรพนามการเรียกชื่อถูกเปลี่ยนไป เพราะร่างบางรับไม่ได้กับคำพูดของจียง จากที่เคยกังวลว่าหลังจากที่จียงรู้ความจริง แล้วจะโกรธเค้า แต่พอได้ยินแบบนี้ เค้าเองก็คงจะไม่ยอมเจ็บปวดกับคำพูดของคนตรงหน้าอยู่ฝ่ายเดียวแน่

“ ฉันไม่ถือ นายได้ยินชัดใช่มั้ยล่ะควอนจียง ......แต่เสียใจด้วยนะ ตอนนี้ฉันเบื่อนายแล้ว ถึงเวลาที่ฉันควรจะกลับมาหาคนรักจริงๆ ของฉันสักที ”

“ ........ ”

“ นายน่ะมันโง่ โง่ที่หลงงมงายรักไอ้ซึงฮยอน หูตาบอดจนไม่ได้รู้ว่าคนที่ตัวเองกกอยู่ด้วยตลอดมา เป็นใคร ”

“ ซึงริ! ” ท้อปเรียกซึงริเพื่อเตือนสติ แต่ในตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมาหยุดเค้าได้อีกแล้ว

“ ......... ”

“ ช่วยไม่ได้นะ ฉันก็ดันสนุกกับมันด้วยสิ ......เอ๊ะ เมื่อกี้นายพูดว่าไงนะ ” ซึงริยิ้มเยาะแล้วหยุดพูดเล็กน้อย จียงมองร่างบางอย่างไม่เชื่อสายตา สายตาแบบเดียวกันกับตอนที่เค้าถูกซึงริพูดจากระแทกแดกดันตั้งแต่ตอนที่เค้าลากตัวไปผิดแรกๆ

“ นายจะได้ใช้ฉันแทนซึงฮยอนอย่างนั้นหรอ.... ”

“ ......... ” จียงเงียบ เค้าสบถแล้วเสมองไปทางอื่นอย่างกดดัน

“ ก็เอาเซ้! แต่ฉันว่า ........มันคงจะเป็นนายมากกว่ามั้ง ที่ต้องละอายใจ เพราะนายจูบ นายกอด นายทำอะไรต่อมิอะไรกับพี่ชายฝาแฝดคนที่ตัวเองรัก เพียงเพราะแค่ว่าเค้าหน้าตาเหมือนกัน ”

“ หุบปากนะอีซึงริ ” จียงตะคอกกลับ

“ นายเคยคิดนี่ว่า พี่เทมโป้กับซึงฮยอนแอบคบกัน หึ...........เป็นไงล่ะ สุดท้ายเป็นใครกันแน่ ..... ถูกหลอกไม่พอ คนที่หลอกดันเป็นคนรักของเพื่อน น่าสมเพชจริงๆ เลยนะ” ซึงริไม่สนใจกับอาการเดือดดาลของคนตรงหน้าสักนิด เค้ายิ่งพูดประทุให้จียงโกรธมากขึ้นไปอีก ท้อปทนไม่ไหวจึงดึงแขนซึงริเบาๆ

“ พอเถอะซึงริ ”

“ ไม่! ซึงริยังมีอีกอย่างที่อยากพูด ........สิ่งที่ซึงริทำไปทั้งหมด ซึงริแค่สนุกกับมันเท่านั้น! ถ้ามันทำให้ใครโกรธ ก็ขอโทษด้วย และถ้าตอนนี้เกลียดกันแล้วล่ะก็ ก็อย่าได้มาเจอกันอีกเลย ต่างฝ่ายต่างอยู่ ซึงริจะคิดซะว่า เวลาที่ผ่านมา ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ขอให้ทุกคนคิดอย่างนั้นด้วยเหมือนกัน ” ร่างบางตะคอก แล้วฉุดเอามือของจียงให้เดินตามเค้าออกมา ซึงริผลักจียงออกนอกประตูบ้าน

“ อย่าได้มายุ่งเกี่ยวกันอีกเลย! ”

ปัง !! ร่างบางปิดประตูใส่หน้าจียงอย่างแรง ก่อนจะเดินกลับเข้ามา ร่างบางตั้งใจจะเดินผ่านท้อปไปเพื่อเข้าห้องนอนที่ท้อปเตรียมไว้ให้เค้า แต่ท้อปก็รั้งไว้ก่อน

“ เดี๋ยวซึงริ! ” ซึงริตวัดสายตามองคนสูงกว่าอย่างโกรธเคือง

“ ทำไมถึงได้พูดอย่างนั้น ”

“ ก็มันเป็นสิ่งที่พี่ต้องการไม่ใช่หรอ พี่เทมโป้ พี่อยากให้พี่จียงรู้ความจริง พี่จียงก็รู้แล้วไงฮะ ”

“ ....แล้วทำไมนายถึงได้พูดไปแบบนั้น ”

“ แล้วพี่จะให้ซึงริบอกเค้าไปรึไง ......ว่าที่ซึงริทำไปเพราะรักเค้า อยากให้เค้ามีความสุข ถึงแค่จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็อยากให้เค้ามีความสุข..ฮึก พี่เทมโป้จะให้ซึงริบอกเค้าไป...แบบนั้นหรอฮะ ”

“ ซึงริ....... ” ร่างบางทรุดตัวลงนั่งกับโซฟาอย่างหมดแรง ก่อนปล่อยให้น้ำตาทะลักออกมาอีกครั้ง หลังจากที่กลั้นมันเอาไว้ตอนที่คุยกับจียง

“ พี่ขอโทษ ”

“ ฮึก ฮึกๆ.... ” ร่างสูงนั่งคุกเข่าลงต่อหน้าน้อง พลางเอื้อมเอาคู่มือบางนั้นมากุม

“ ให้พี่ช่วยได้มั้ย .......จะทำยังไงถึงจะทำให้นายดีขึ้นได้... ” ท้อปเอ่ยเสียงอ่อน ซึงริเงยหน้ามองเค้าเล็กน้อย ก่อนจะถอนมือที่ถูกจับอยู่ออก

.......ไม่ใช่แบบนี้ มันสายไปแล้วพี่เทมโป้ ตอนนี้ ทั้งหัวใจของซึงริ มันไม่มีพื้นที่ของพี่เหลืออยู่แล้ว เป็นคนนั้นต่างหาก คนที่ซึงริเพิ่งไล่เค้าออกไป.....

ความเงียบเข้าปกคลุมพักใหญ่ ท้อปเองก็เข้าใจในคำตอบของน้องจากการกระทำนั้นดี ท้อปนั่งเงียบๆ ต่อหน้าซึงริที่ยังคงร้องไห้ไม่หยุด

“ ......ในฐานะพี่ชายก็ยังดี อย่างน้อย พี่ก็ยังเป็นพี่ชายนายได้ใช่มั้ยซึงริ ” คำขอคำสุดท้ายถูกเอ่ยออกจากปากท้อป ซึงริมองแววตาจริงจังของท้อปอย่างซึ้งใจ อย่างน้อยๆ ก็ยังมีอีกคนที่ยังเข้าใจเค้า ...ร่างบางคิดในใจ ก่อนจะถลาลงไปกอดท้อปที่นั่งคุกเข่าอยู่ ซุกหน้าเข้ากับอกกว้าง แล้วร้องไห้อย่างต้องการที่พึ่ง ท้อปลูบหัวร่างบางไปมา ก่อนจะกระซิบออกมาเบาๆ

“ พี่ชายคนนี้จะดูแลนายเอง.....ซึงริ นายต้องผ่านมันไปได้ เชื่อสิ ”

#
#
#
#


ภายในห้องมืด ที่ถูกผ้าม่านสีดำทะมึนผืนใหญ่ปิดปังแสงสว่างจากด้านนอกไว้อย่างมิดชิด ทั้งๆ ที่เป็นเวลากลางวันแท้ๆ แต่ภายในห้องกลับดูไร้แสงสว่างเลย แม้แต่ความมีชีวิตชีวาสักนิดก็หาไม่ได้ กระป๋องเบียร์เป็นสิบกระป๋องที่ถูกดื่มแล้วบีบกระป๋องเปล่านั้นจนไม่เลือกรูปลักษณ์ของความเป็นกระป๋องกองระเนระนาดอยู่เต็มพื้นห้องไปหมด มุมหนึ่งของห้องมีควันของบุหรี่กลิ่นเมนทอลลอยขึ้นเป็นระยะๆ โคมไฟสีแดงบนหัวนอนที่แทบไม่ได้ช่วยให้ห้องสว่างขึ้นแต่ก็ยังทำให้มองเห็นคนบางคนที่นั่งจมทุกข์อยู่ข้างเตียง ทั้งเนื้อทั้งตัว มีเพียงเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงบ็อกเซอร์เท่านั้น ผมสีทองที่ไม่ได้ผ่านการทำความสะอาด ถูกมัดจุกไว้อย่างลวกๆ รอบๆ ขอบตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยรอยคล้ำเพราะไม่ได้ผ่านการหลับนอนมาตลอดห้าหกวันที่ผ่านมา

เสียงเคาะประตูของป้าแม่บ้านคนสนิทดังขึ้นอีกครั้ง ร่างผอมก็ได้แต่เมินเฉยไม่ได้ยินเสียงนั้นไป ถ้าเกิดใครมาเห็นเค้าในสภาพแบบนี้ ก็คงอดสมเพชไม่ได้ ริมฝีปากหนาสูดเอากลิ่นเมนทอลจากบุหรี่ยี่ห้อแพงเข้าปอด ไฟสีแดงเกิดขึ้นเล็กน้อยจากการเผาไหม้ของเจ้าแท่งสีขาวๆ เล็กๆ นั่น ... ถ้าจะถามตัวเองว่า ทำไมถึงได้อยู่ในสภาพแบบนี้ ควอนจียงจะตอบตัวเองได้รึเปล่า....

อย่างแรก ช็อค.....แน่นอนเป็นใครใครก็ต้องช็อค ที่อยู่ดีดี คนที่ตัวเองนอนอยู่ด้วยทุกวัน กลับไม่ใช่คนที่ตัวเองคิด และแน่นอน

......เสียใจ งั้นหรอ........ก็ใช่อีก ควอนจียงเสียใจ เพราะถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำไมความรักที่เค้ามีให้ใครสักคนอย่างจริงใจ จะต้องถูกล้อเล่นเพราะความไม่จริงใจของใครสักคนตลอดมา ครั้งแรก ผู้ชายคนหนึ่งหลอกเค้าเพื่อผู้หญิงที่รัก อีกครั้ง ผู้ชายคนหนึ่งหลอกเค้าเพื่อความสนุก...... ถึงแม้จะไม่อยากคิดอย่างนั้น เคยคิดอยู่บ้างว่า บางทีซึงริอาจจะสงสารเค้ามาก แต่กลับไม่ใช่ สิ่งที่จียงได้ยินจากปากซึงรินั้นยิ่งเป็นคำตอบได้อย่างนี้ และแน่ล่ะ มันทำให้เค้าเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก

......และแม้แต่เพื่อนของเค้าเอง ก็ยังปิดปากเงียบ

.......ถึงตอนนี้แล้ว ยังมีอะไรอีกรึเปล่าที่เค้ารู้ แล้วมันไม่ใช่เรื่องจริง จียงคิดในใจพลางหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บ้านของท้อปเมื่อห้าหกวันก่อนอีกครั้ง

ยอมรับว่าตั้งแต่แรก เค้ารับไม่ได้ ที่รู้ความจริง แต่ไม่รู้เหตุผลอะไรที่ทำให้เค้า ไปอยู่ที่นั่นได้ หลังจากที่ได้รู้ความจริง ในใจเพียงแค่อยากรู้ว่า ซึงริไม่ได้ตั้งใจจะหลอกเค้า เพื่อนของเค้าไม่ได้ตั้งใจจะปิดปัง มันคงต้องมีเหตุผลมากกว่านั้น จียงเชื่ออย่างนั้นจึงได้ไปที่นั่น แต่แล้วไปถึง กลับเห็นคู่กรณีนอนหลับสบาย ทั้งยังมีเพื่อนที่สนิทกันกำลังจูบกระหม่อมกันอย่างหวานชื่น อารมณ์ของเค้าก็เปลี่ยนไป ถึงจะรู้อยู่เต็มอกแล้วว่าคนที่นอนอยู่นั่น ไม่ใช่ซึงฮยอน แต่พอได้รู้ว่า ผู้ชายคนนั้น คือคนที่เค้าเป็นเจ้าของทางร่างกายมาตลอด ภาพที่เห็นมันก็ทำให้โมโหขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก จากที่จะไปเคลียร์กันดีดี กลับสร้างสงครามน้ำลายกันยกใหญ่

....ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันคืออะไร ทำไมถึงได้รู้สึกโมโหกับสิ่งที่เห็น ทั้งๆ ที่ก็บอกตัวเองอยู่ตลอดว่า ไม่ได้รักซึงริ แต่คนที่รักคือซึงฮยอนต่างหาก ตอกย้ำตัวเองอยู่เสมอว่า ความรักมันแทนกันไม่ได้ ถึงร่างกายจะแทนกันได้ แต่จิตใจก็แทนกันไม่ได้อยู่ดี

แต่ทำไมก็ยังอดคิดถึงหน้าเด็กคนนั้นไม่ได้ เด็กผู้ชายคนนั้น คิดถึง......อยากเจอ อยากจูบ อยากกอด อยากสัมผัสเหมือนที่เคยทำ ...........คนที่เค้าคิดถึงคือใครกันแน่ บางทีจียงเองก็อาจจะรู้คำตอบดีอยู่แก่ใจ แต่เพียงแค่เค้าไม่ยอมรับมันเท่านั้นเอง

แอด~

เสียงประตูถูกเปิดออกทำให้จียงต้องหันไปตามเสียงนั้น คิ้วหนาขมวดกันอย่างไม่พอใจ .....ก็ล็อคห้องไว้ไม่ใช่รึไง นี่ป้าซูยอนปล่อยให้ใครเข้ามาได้นะ

“ กูเอง ขอเข้าไปหน่อยนะ ” ยองเบเอ่ยเรียบๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนต้องไม่พอใจ แขนล่ำปิดประตูกลับไปดังเดิม แล้วเดินตรงเข้าหาจียงที่ยังคงไม่เขยื้อนไปไหน เดินสะดุดกระป๋องเบียร์ที่ระเนราดอยู่ที่พื้นเล็กน้อย เลยตัดสินใจเดินกลับมาเปิดไฟที่สวิตซ์ข้างประตู แสงไฟนีออนทำให้เค้าได้เห็นสภาพห้องที่ไม่สามารถเรียกได้ว่า นี่คือห้องคน ถึงจะเป็นห้องคน ก็คงเป็นสลัมดีดี รึไม่ก็สภาพไม่ได้ต่างจากบ้านคนยากจนใต้สะพาน มองตรงไปที่เจ้าของห้อง ก็เห็นเพื่อนหยีตาเพราะแสงไฟอยู่

“ ใครให้มึงเปิดไฟ อีกอย่าง ใครให้มึงเข้ามาด้วย ”

ยองเบไม่ตอบอะไร แล้วหรี่ความสว่างของหลอดไฟให้มืดลง ตามความต้องการของเพื่อน แต่ก็ไม่ปิดมันดังเดิม ก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างๆ จียง

“ มึงโอเคมั้ย.... ” คำพูดสั้นๆ ถูกส่งไปให้คนที่นั่งข้างๆ

“ ไม่ ” คำตอบสั้นๆ จึงถูกตอบกลับไปเช่นกัน จียงพูดเบาๆ ก่อนพิงหัวลงกับไหล่บึกของยองเบ เพราะความเป็นเพื่อนกันมาถึงสิบปีหรอกนะ เค้าถึงได้ไม่รู้สึกโกรธยองเบเลย

“ มึงโกรธที่กูไม่ได้บอกมึงรึเปล่า ”

“ เปล่า ” แท่งบุหรี่เล็กๆ ถูกเอามาจ่อที่ปากอีกครั้งเมื่อพูดจบ ยองเบเห็นจึงคว้ามันออกไป

“ เลิกดูดได้แล้วน่า ”

“ ...... ” จียงไม่แย่งเอาบุหรี่คืน แต่กลับเอื้อมมือไปหยิบกระป๋องเบียร์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงมาซดแทน

“ ไอ้จียง ”

“ ทำไม ”

“ มึงรักซึงริรึเปล่า ”

“ เปล่า ” จียงตอบกับมาทันทีอย่างไม่คิดอะไร ร่างผอมเอนตัวลงนอนกับเตียงอย่างเหนื่อยล้า ในขณะที่ยองเบก็มองตาม

......ที่มา ไม่ใช่แค่เป็นห่วงอาการเพื่อนอย่างเดียว หลังจากที่ได้รู้เรื่องจากท้อปแล้ว เค้าก็อยากจะมาบอกความจริงอีกอย่างกับจียง เพราะถ้าไม่ใช่อาการของอีกฝ่ายจะแย่ไม่ต่างกัน เค้าก็คงจะปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างนี้ สักวันทุกคนคงทำใจได้เอง แต่คำพูดของท้อปที่พูดในขณะมองซึงริที่นอนจมความทุกข์อยู่กลับบีบบังคับให้เค้าต้องทำอย่างนี้.......’กูอยากเห็นซึงริมีความสุขว่ะ ......แต่กูให้ความสุขเค้าไม่ได้นี่สิ..’

“ ซึงริไม่ได้ทำไปเพราะสนุกหรอกนะจียง.... ” ยองเบเอ่ยเสียงเรียบ

“ ......... ”

“ เค้าทำไปเพราะมึง เค้ารักมึง.... ”

“ แต่ซึงริไม่ใช่ซึงฮยอน ”

“ ถูก ซึงริไม่ใช่ซึงฮยอน และถ้าเป็นซึงฮยอน หมอนั่นก็ทำอย่างที่ซึงริทำตอนอยู่กับแกไม่ได้แน่ ”

“ ........ ” จียงนอนมองเพดานอย่างสับสนไปหมด เค้าไม่รู้แล้วว่าต้องรู้สึกยังไงกับสิ่งที่ได้รับรู้

“ แต่กูไม่ได้รักซึงริ ” .........ก็ความรักมันแทนกันไม่ได้อย่างนั้นไม่ใช่หรอ

“ อย่าปฏิเสธใจตัวเองดิจียง ถ้ามึงไม่ได้รู้สึกอะไรกับซึงริสักนิด ทำไมมึงต้องอยู่ในสภาพนี้ มึงกำลังบอกตัวเอง ซึงริไม่ใช่ซึงฮยอน ย้ำกับตัวเอง อย่างนั้นอย่างนี้.....ทำไมวะ ทำไมไม่คิดแค่ว่าเค้าเป็นคนที่อยู่กับมึง ให้ความสุขกับมึง คนๆ นั้น ที่ตอนนี้มึงกำลังคิดถึงด้วยซ้ำ ”

“ ......... ” คงเป็นเพราะเป็นเพื่อนกันมานาน ยองเบถึงได้เดาความคิดของจียงออกหมด จียงจ้องกลับสายตาของเพื่อนอย่างสับสน

“ ......กูควรจะทำยังไงดีวะ .....ยองเบ ” น้ำเสียงที่ไม่ได้ปกปิดความอ่อนแอเลยสักนิดหลุดออกจากปากจียงอย่างยากลำบาก ยองเบเหมือนจะพูดอะไรกลับไป แต่ก็มีเสียงใครบางคนขัดขึ้นมาก่อน พร้อมๆ กับเสียงเปิดประตูห้องเข้ามา

“ มึงก็แค่.......รักซึงริไง ”

“ .......ไอ้ท้อป! ”


#
#
#
#
โปรดติดตามตอนต่อไป

2 comments:

นฤพร ไชยเฉลิม said...

แดซองไม่มีบทบาทเลยอ่า

pp said...

น้องซึงด่าได้เจ็บแสบมวากก

= w =

Post a Comment

 
 
Copyright © {{z i m e _ i i}}
Blogger Theme by BloggerThemes Design by Diovo.com