Wednesday, March 17, 2010

[LFY] I Know Nothing Else But Love {Chap2}

Title :: I know nothing else but love
Author :: zime_ii
Paring :: GD x VI



-chapter 2-


“ มะ...เร็ง ” ร่างบางอุทานออกมาอย่างตกใจ

( ใช่พี่ มะเร็ง เพราะงั้นฉันถึงไม่มีทางเลือก ฉันไม่รู้จะทำยังไง ตอนนั้นวิธีนี้มันเป็นวิธีเดียวที่เข้ามาในหัวสมองฉัน )

“ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่จียงของนาย ”

( ฉันเจอกับพี่จียงเมื่อสามเดือนก่อน มันเป็นช่วงเดียวกับที่ฉันเพิ่งรู้ว่าจูอึนป่วย เธอต้องผ่าตัดสมองจากหมอของอังกฤษภายในเวลาหกเดือน แต่พ่อแม่ของเธอก็คง... ) ซึงฮยอนเอ่ยปลายเสียงสั่น

“ ซึงฮยอน .... ” ซึงริเองก็ไม่ต่างกัน จากอารมณ์โกรธจึงเปลี่ยนมาเป็นอารมณ์ตกใจแทน

( ..... .)

“ นายคงไม่ได้หมายความว่า พ่อแม่ของเธอไม่มีค่ารักษาหรอกนะ แล้วอย่าบอกนะว่านายทำตัวเป็นอัศวิน ”

( เห้อ พี่เข้าใจถูกแล้วล่ะ)

“ ซึงฮยอนน! ”

( พี่ พ่อแม่ของเธอจะปล่อยให้เธอตายนะ!! ถ้าฉันไม่... )

“......”

( ถ้าฉันไม่...ถ้าฉันไม่ทำอย่างนี้ เงินมากมายขนาดนั้น เธอจะไปหาจากที่ไหน ลำพังแค่เห็นเธอป่วย มันก็แย่พออยู่แล้ว ถ้าฉันเห็นเธอตาย ฉันคงไม่เป็นผู้เป็นคนแน่ )

“ แล้วพ่อแม่ หรือ ฉันล่ะ ทำไมนายไม่เอ่ยปากถามสักคำ ”

( พี่ก็รู้ดีว่า พ่อกับแม่มีหรอจะให้เงินก้อนโตกับฉัน ทุกวันนี้ที่ต้องออกมาอยู่คอนโดแบบนี้ เพราะอะไรพี่ก็รู้)

ซึงริ ถอนหายใจยาว เค้าไม่คิดว่าเรื่องราวจะกลายมาเป็นแบบนี้ ตอนแรกคิดแต่เพียงว่ามันคงเป็นแค่เรื่องความรัก แต่นี่ดันมามีเรื่องชีวิต เรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอีก และมันก็ถูกอย่างที่ซึงฮยอน น้องชายของเค้าพูด พ่อกับแม่ไม่มีทางให้ความช่วยเหลือซึงฮยอนอยู่แล้ว เพราะซึงฮยอนทำเรื่องเดือดร้อนมาตลอด จนถูกไล่ให้มาใช้ชีวิตเอง ความจริงข้อนี้ ตัวเค้าก็รู้ดี

“ แล้วฉันล่ะ ทำไมนายไม่บอกฉัน บอกฉันก็ได้นี่ ”

( พูดตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์แล้วล่ะพี่ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว )

“ เห้อ นายจะพูดอย่างนี้ได้ไงวะ ”

( พี่ช่วยเป็นฉันทีนะ ช่วยแก้ปัญหาแทนฉัน จะทำยังไงก็ได้ พี่จะเอาเงินไปคืนเค้า หรือจะหนีจากเค้า จะทำยังไงก็ได้ )

“ แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง นายนั่นทำอย่างกับฉันเป็นนักโทษ”

( พี่เค้าก็ไม่ใช่คนเลวร้ายนะพี่ เค้าไม่เคยทำร้ายฉันสักครั้ง ฉันเอ่ยปากขออะไร ก็ไม่เคยขัดเลยด้วยซ้ำ )

“ นายเลยเอาเงินกะเค้าได้เป็นกอบเป็นกำเลยสิ ”

( ก็มันจำเป็นนี่นา )

“ ฉันไม่รู้จะด่าแกยังไงดีว่ะ ไอ้ซึงฮยอน ”

( ก่อนที่พี่จะด่าฉัน พี่ช่วยตัวเองก่อนดีมั้ย )

“ นี่แกยังเห็นฉันเป็นพี่อยู่รึเปล่าวะ ความผิดก็ไม่ใช่ของฉัน เรื่องบ้าบออะไรก็ไม่รู้ ให้ฉันมาแก้ปัญหา บ้ารึเปล่า ”

( ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโยนทุกอย่างให้พี่หรอกนะ ฉันว่ามันคงเป็นโชคชะตามากกว่า )

“ นั่นมันข้อแก้ตัวของนาย ”

( เพราะพี่อยากกลับมาเกาหลีวันที่พี่จียงรู้ความจริงเอง มันช่วยไม่ได้ ทุกอย่างมันเลยเข้าล็อคชั้นหมด มันเป็นโชคชะตาจริงๆนี่ )

ซึงริฟังน้องชายของตัวเองพูด จนแทบอยากจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง เค้าเข้าใจหรอกนะว่า น้องชายคงรักผู้หญิงคนนั้นมาก แต่ทำไมต้องทำทุกอย่างให้มันยุ่งยากแบบนี้ด้วย

( ซึงฮยอน ได้เวลาเครื่องออกแล้วลูก........ครับ เดี๋ยวผมตามไป )

“ นั่นใครน่ะ ”

( แม่ของจูอึน ฉันไม่มีเวลาแล้วนะพี่ เครื่องจะออกแล้ว ถ้าไงฉันจะติดต่อกลับไป ฉันอาจจะเมลล์ไปนะพี่ )

“ สรุปนี่ ฉันต้องรับกรรมแทนนายใช่มั้ย ”

ซึงริถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะคิดถึงเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียด ซึงฮยอนก็คงจะพาจูอึนไปรักษาตัวที่อังกฤษ ส่วนเค้าก็คงต้องรับกรรมอย่างนั้นหรอ....

( พี่หาทางแก้ไปก่อนละกัน ฉันรู้ว่าพี่ฉลาด อีกอย่าง พี่จียงเค้าไม่ทำร้ายพี่หรอกน่า ถ้าเค้าคิดว่าพี่เป็นฉัน )

“ น้อยไปสิ แล้วอีกอย่างทำไมฉันต้องให้นายนั่นเข้าใจด้วยว่าฉันเป็นนาย ถ้าบอกความจริงไป แล้วแค่เอาเงินไปคืน เรื่องมันก็จบ ”

( ฉันเคยคิดไว้ว่า บางที...... )

“ บางทีอะไร ”

( ฉันอาจจะเป็นคนไม่ดีนะพี่ซึงริ แต่ฉันก็รู้สึกผิดที่หลอกพี่จียงมาตลอด ฉันก็เลยคิดว่า....บางที... )

“ ...... ”

( บางที พี่อาจจะเป็นคนทีให้ความรักพี่จียงแทนฉันได้ก็ได้ เพราะยังไงเราสองคนก็เหมือนกัน แต่ถ้าหากเป็นพี่....พี่อาจจะรักเค้าได้ )

“ นายบ้ารึเปล่าซึงฮยอน ยังไงฉันก็คนละคนกับนาย นายจะให้ฉันเป็นนายไม่ได้ ”

( โอ้ย ฉันไม่รู้แล้วพี่ พี่จะจัดการยังไงก็ตามสบายเลย ฉันต้องไปแล้ว )

ซึงริขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เมื่อได้ยินดังนั้น ก็ใช่น่ะสิ ตอนนี้มันได้พาคนรักไปรักษาแล้วนิ แล้วมันจะมาสนใจเรื่องที่มันทิ้งไว้ทำไม ร่างบางบ่นอุบอิบในใจ ก่อนจะนึกบางอย่างที่ต้องถามน้องชายตัวเองได้

“ แต่เดี๋ยวนะ นายบอกว่า นายเจอกับจียงเมื่อสามเดือนที่แล้ว ”

(ใช่)

“ นายไม่เคยทะเลาะกันเลยหรอ ”

( ก็แทบจะไม่เคย ก็ฉันต้องการเงินจากเค้านี่นา พี่นี่ถามอะไรไม่คิดเลย )

“ แล้วนายเคยจูบกับเค้ามั้ย ”

(ไม่ แค่กอดยังนับครั้งได้ อย่าบอกนะว่าพี่จูบกับพี่จียงแล้ว)

หัวใจร่างบางทำงานหนักทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของน้องชาย

“ ปะ เปล่า ไม่ใช่ ”

(แล้วพี่ถามทำไม)

“ ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่อยากรู้ ”

( งั้นฉันวางแล้วนะ แล้วเดี๋ยวฉันจะติดต่อกลับไป )

-ติ๊ด-

มือบางทิ้งมือที่กุมโทรศัพท์เครื่องสวยอยู่ลงข้างตัว พลางทิ้งโทรศัพท์ลงบนเตียง แล้วคิดถึงเรื่องราวทั้งหมด คำถามมากมายผุดขึ้นมาในใจ เค้าจะทำยังไงต่อดี.... ร่างบางหลับตาลงอย่างใช้ความคิด

“ จูอึน...... ”

“ รักกันมากสินะ.... ”

แต่ไม่นานหลังจากนั้น เสียงเข้มที่ซึงริได้ยินตลอดวันก็ดังขึ้นข้างหู ร่างบางลืมตาขึ้นทันที จียงยืนอยู่ต่อหน้าเค้าพลางกดเช็คโทรศัพท์มือถือ ก่อนที่จียงจะเงยหน้าจากโทรศัพท์แล้วสบตาซึงริแทน

“ ฉันถามว่ารักกันมากอย่างนั้นหรอ...?! ”


#
#
#
#


ณ BALUKA PUB”

ผู้คนมากมายยืนจับกลุ่มกันดื่มด่ำความสุขจากเสียงเพลง และรสแอลกอฮอล์กันอย่างรื่นเริง ท้อป หนุ่มคาสโนว่าเจ้าของผับเดินลงจากฟลอร์แดนซ์ด้วยท่าทางที่สาวที่ไหนเห็นก็แทบอยากจะเข้าไปซบที่อก ท้อปเดินดิ่งไปที่โต๊ะในสุดของผับ ที่มีเพื่อนอีกสองคนนั่งรออยู่

“ แรงไม่มีตกเลยนะมึง นี่ขนาดยืนแหกปากแร้พเฉยๆ ” แทยังเอ่ยขึ้นอย่างหมั่นไส้ เมื่อเพื่อนตัวโตมาถึงโต๊ะ ท้อปยิ้มเยาะเล็กน้อย ก่อนจะมองไปรอบๆ โต๊ะ เมื่อเห็นว่าวันนี้จะขาดใครไปสักคน

“ แล้วไอ้จียงอ่ะ ”

“ ไม่รู้ดิ ไม่ได้คุยกันเลยตั้งแต่วันนั้น ลองถามไอ้แดซองดูดิ ไอ้นี่มันรู้เรื่องชาวบ้านดีนัก” แทยังตอบท้อป ก่อนพยักเพยิดหน้าไปทางเพื่อนอีกคน

“ แดซอง! ”

“ โหย พี่ ฉันไม่รู้ ป่านนี้ไอ้ซึงฮยอนมันหนีพี่จียงไปแล้วล่ะ เดี๋ยวพี่จียงก็คงมาแหละน่า ” แดซองพูดหน้าตายิ้มแย้ม พลางยกแก้วเหล้าในมือขึ้นทักทายสาวโต๊ะข้างๆ อย่างเขินอาย

“ ไม่รู้ ไม่รู้ของแกนี่หมายความว่าไงวะแดซอง ที่คนรักเค้าทะเลาะกันก็เพราะแกอ่ะ ไอ้ปากหมา ” ท้อปยกเท้าขึ้นถีบเขี่ยแดซองอย่างหมั่นไส้ ก็เพราะไอ้นี่แหละ ที่ทำให้คนเค้าทะเลาะกัน ท้อปนึกในใจถึงเหตุการณ์ที่แดซองหลุดปากเรื่องคนรักของซึงฮยอน แล้วส่ายหัวระอา ป่านนี้จียงเพื่อนรักของเค้าจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ แต่อันที่จริงเค้าเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าซึงฮยอนน้องชายฝาแฝดของคนรักเก่าจะนิสัยแตกต่างกับพี่ชายสุดขั้วขนาดนี้

“ ฉันไม่อยากเชื่อเลยนะ ว่าซึงเด็กซึงฮยอนนั่นจะเป็นคนแบบนี้ เงินตั้งเยอะขนาดนั้น นี่มันต้มตุ๋นกันชัดๆ ” แทยังเสริมขึ้นมาบ้าง

“ โหพี่ อย่าว่าเพื่อนผมดิ ผมเองก็ผิดที่แนะนำให้มันรู้จักกับพี่จียงอ่ะ แต่ใครจะรู้ว่ามัน... ” แดซองพูดขึ้นบ้าง

“ มึงเป็นเพื่อนกันไงวะ เออ ไอ้พี่ท้อป ไหนมึงบอกว่า เคยเป็นแฟนเก่าพี่ชายซึงฮยอนนิ มึงไม่รู้จักน้องเค้ามาก่อนหรอวะ ”

“ กูคบกับพี่ชายเค้า ไม่ใช่เค้า กูจะรู้มั้ยล่ะ ไอ้บ้า ”
ท้อปตอบ ก่อนจะนึกถึงซึงริ รักแรกของเค้า ที่ทุกวันนี้ เค้ายังไม่เคยลืม เด็กผู้ชายที่อ่อนโยน ร้ายแบบเด็กๆ ขี้อ้อน คนนั้น เค้ายังจำได้ดี ถึงแม้ความรักครั้งนั้นจะจบไปนานแล้ว แต่ความรู้สึกที่ดีดีที่เคยมีอยู่ก็ยังไม่ได้จางหายไปเลย ตั้งแต่ที่ซึงริไปเรียนต่ออเมริกา เค้าทั้งสองคนก็ขาดการติดต่อกัน และท้อปก็ยังคงคิดอยู่เสมอว่า ถ้าหากเค้าได้เจอหน้าซึงริอีกครั้ง เค้าก็อยากจะเป็นพี่ชายที่แสนดีตอบแทนความรักครั้งนั้นที่เค้าได้รับสักที

“ พี่น้องกันยังไงก็ต้องนิสัยเหมือนกันแหละพี่ ไม่งั้นพี่ท้อปเค้าจะเลิกทำไม ” แดซองโพล่งออกมาอย่างไม่ทันคิด ถึงโดนลูกถีบจากคนตัวโตเข้าให้

“ ไอ้ปากหมา ช่วยอยู่เงียบๆ ได้มั้ยห๊ะไอ้แดซองง ” ท้อปถีบร่างล้ำอย่างหมั่นไส้

“ แดซอง นายเป็นเพื่อนกับซึงฮยอน นายไม่รู้จักพี่ชายเค้าหรอ ” แทยังหันไปถามแดซอง

“ ไม่อ่ะ ซึงฮยอนไม่เคยพูดให้ฟังอ่ะ แต่เห็นว่าเรียนเก่งมาก แล้วก็ไปเรียนเมืองนอก อะไรสักอย่างนี่แหละ ผมยังไม่เคยเจอเลย ” แดซองตอบแทยังพร้อมๆ กับหลบลูกถีบของคนตรงข้ามไปด้วย

“ เค้าเรียนเมืองนอกหรอวะไอ้ท้อป ” แทยังหันกลับไปถามท้อป

“ มึงถามแดซองดิ มันรู้ดี ขนาดซึงฮยอนเป็นเพื่อนมันแท้ๆ มันยัง....อ่ะโธ่ ไอ้นี่มันรู้ดีไม่เป็นเรื่องจริงๆ ”

“ ไอ้พี่ท้อปวะครับ กูถามมึงดีดีอยู่ อย่าทำตัวเป็นคนแก่ขี้บ่นดิ ”

“ นั่นดิ วันนี้พี่ขี่บ่นชะมัด ”

“ เออออ อือ ก็เราเลิกกันเพราะเค้าจะไปเรียนต่อนี่แหละ..... ” ท้อปหันไปพูดด้วยสีหน้าซึมลงเล็กน้อย เค้าเองก็ไม่เคยพูดถึงซึงริให้เพื่อนในกลุ่มฟังเลย แม้แต่ประเด็นสำคัญที่ว่า ซึงริเป็นฝาแฝดกับซึงฮยอนก็ยังไม่มีใครรู้นอกจากเค้า แต่ถ้าพูดถึงเรื่องนิสัย เค้าเองก็ยิ่งพูดไม่ได้เลย เพราะท้อปเคยเจอซึงฮยอนเมื่อสมัยคบกับซึงริแค่เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น

“ แทยัง ไหนมึงเอาโทรศัพท์มาดิ ”

“ แล้วโทรศัพท์มึงอ่ะ ไอ้ท้อป ”

“ อยู่ในห้อง เออ เอาของมึงมาก่อนเถอะน่า กูจะโทรหาจียง ”


#
#
#
#


“ ฉันถามว่ารักกันมากอย่างนั้นหรอ...?! ” จียงเงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือ แล้วสบตาคนที่นั่งอยู่ข้างเตียง สายโทรเข้าล่าสุดที่บ่งบอกชื่อผู้หญิงที่เค้าอยากจะลบออกจากความทรงจำร่างบาง จียงมองหน้าร่างบางด้วยแววตานิ่งงัน

“ ..... ” ร่างเล็กไม่ตอบอะไร แต่ก็เงยหน้าสบตาสู้ ซึงริเองก็ยังคิดไม่ตกกับเรื่องทั้งหมด ยังไม่รู้แม้แต่หนทางที่จะแก้ปัญหาต่อไป

“ พี่ถาม ทำไมไม่ตอบ ” จียงจ้องคนตัวเล็กราวกับจะกินเลือดกินเนื้อกันให้ได้ พลางเดินถอยหลังไปยืนพิงหน้าต่างกระจกบานใหญ่

“ ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์จะมาต่อกรกับนายหรอกนะ แค่นี้ฉันก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว ” ......รู้สึกแย่ รู้สึกแย่ที่สุด ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าไอ้คนที่จูบเค้าอ่อนโยนเมื่อกี้ กับคนๆ นี้ มันเป็นคนเดียวกันรึเปล่า ทำไมถึงได้หยาบคายอย่างนี้นะ ..... ร่างบางคิดในใจก่อนจะหลับตาลงอย่าเหนื่อยล้ากับเรื่องราวทั้งหมด

“ปวดหัวจะแย่ ....นี่น่ะหรอสิ่งที่นายควรพูด มันฟังดูทุเรสไปหน่อยมั้ง ” จียงพูดพลางค่อยๆ เปิดหน้าต่าง แล้วทิ้งโทรศัพท์มือถือเครื่องสวยของร่างบางลงไป

-เพล้งงงง-

ซึงริลืมตาขึ้นทันที

“ ทำอะไรน่ะ ” ร่างบางรีบลุกขึ้นจากเตียง แล้ววิ่งไปดูที่หน้าต่าง โทรศัพท์เครื่องสวยแตกละเอียดอยู่บนพื้นข้างล่าง ซึงริช้อนตามองคนข้างๆ อย่างโกรธเคือง

“ ทำบ้าอะไรของนายอ่ะ ” ซึงริตวาดใส่ร่างสูง ความคิดที่เคยคิดว่า ที่จริงแล้วคนๆ นี้อาจจะเป็นคนอ่อนโยนก็ได้ แต่ถ้าหยาบคายอย่างนี้ แบบนี้คงต้องสลัดความคิดพวกนั้นทิ้งแล้วมั้ง สมควรแล้วล่ะที่โดนซึงฮยอนมันหลอกอ่ะ

“ แล้วนายล่ะ ทำบ้าอะไรอยู่ซึงฮยอน ” มือหน้าคว้าเอาข้อมือบางขึ้นมาทันที ก่อนจะฉุดให้หลังร่างบางมายืนพิงกับหน้าต่างบานใหญ่



#
#
#
#


โปรดติดตามตอนต่อไป

1 comment:

Post a Comment

 
 
Copyright © {{z i m e _ i i}}
Blogger Theme by BloggerThemes Design by Diovo.com